ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? คำถามที่พ่อแม่ต่างพากันกังวลใจ เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น เพื่อนๆ เริ่มมีมือถือกันหมด แล้วลูกเราก็เริ่มรบเร้าว่า “เมื่อไหร่หนูจะมีบ้าง?” คำถามนี้ทำเอาหลายบ้านปวดหัว เพราะใจหนึ่งก็กลัวลูกจะตามโลกไม่ทัน แต่อีกใจก็กลัวภัยเงียบจากโลกโซเชียลที่ควบคุมยาก
วันนี้ theAsianParent มีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จาก รองศาสตราจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการศึกษา มาฝากคุณพ่อคุณแม่ อาจารย์เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “การยื่นมือถือให้เด็กที่ไม่พร้อม ก็เหมือนยื่นกุญแจรถให้ขับกลางสี่แยก” ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมคะ? งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า “ความพร้อม” ที่ว่านี้ ไม่ได้ดูที่อายุ แต่ดูที่ “วุฒิภาวะ” 5 ข้อนี้… ลูกของคุณสอบผ่านหรือยัง?
5 เช็กลิสต์ ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง?
ลูกพร้อมจะมีมือถือ (หรือโซเชียล) หรือยัง
หลายบ้านถามผมว่า “แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่ควรจะเริ่มปล่อยให้ลูกเล่นมือถือ และเมื่อไหล่ใช้โซเชียลเป็นของตัวเองได้?”
ผมลองคุยกับเอไอหลายตัว คำตอบได้คล้ายกัน เวลาไม่ใช่แค่เรื่องของ “อายุ” แต่เป็นเรื่องของ “วุฒิภาวะ” เพราะการส่งมือถือให้เด็กที่ยังไม่พร้อม ก็เหมือนเรายื่นกุญแจรถยนต์ให้เขาขับออกไปกลางสี่แยกที่รถวิ่งพลุกพล่านนั่นเอง
วันนี้ผมเลยสรุปจากเช็กลิสต์ที่ได้ข้อมูลมา ใช้วัดความพร้อม และเป็นแนวทาง ที่พ่อแม่ต้องพัฒนาลูก และสังเกตเอง ถ้าไม่ผ่าน ก็แนะนำว่า “รออีกนิด” จะปลอดภัยกว่าครับ
1. กฎการหยุดตัวเอง
เช็คว่า เมื่อถึงเวลาต้องเลิกเล่น เช่นเล่นเกม น้องสามารถ “วางได้ทันที” โดยไม่เหวี่ยงวีนหรือต่อรองซ้ำๆ ได้ไหม ถ้าคุมตัวเองกับเรื่องง่ายๆ ไม่ได้ โลกโซเชียลที่ถูกออกแบบมาให้เรา “ไถไม่หยุด” จะดึงเขาหายไปทั้งวันแน่นอน
2. กฎติดป้ายโฆษณาหน้าโรงเรียน
เช็คว่า น้องเข้าใจไหมว่า “อะไรที่ลงเน็ตไปแล้ว ลบไม่ได้ตลอดกาล”? ลองถามเขาว่า ถ้ารูปหรือข้อความนี้ต้องไปแปะอยู่บนป้ายโฆษณาหน้าโรงเรียนให้ทุกคนเห็น เขากล้าที่จะเขียนลงโซเซียลไหม
3. การจัดการความโกรธ
เช็คว่า ถ้าเล่นคอมออนไลน์ มีคนมาคอมเมนต์ด่า หรือพูดจาไม่ดีใส่ น้องจะทำยังไง? จะด่ากลับทันที หรือเลือกที่จะปิดหน้าจอแล้วมาปรึกษาเรา?
4. สายตาช่างสังเกต
ด้วยต่อม “เอ๊ะ” กับสิ่งที่เห็น รู้ไหมว่ารูปสวยๆ หรือข่าวแปลกๆ อาจเป็นของปลอม ที่สร้างมาเพื่อหลอกเรา
5. หน้าที่พื้นฐานต้องไม่เสีย
เช็คว่า ความรับผิดชอบในโลกจริง เช่น การบ้าน งานบ้าน การอาบน้ำ ยังทำได้ดีเหมือนเดิมไหม
คำแนะนำ หากลูกยังทำไม่ได้ครบทุกข้อ อย่าเพิ่งบอกว่า “ห้ามเล่น” แต่ให้บอกว่า “ยังไม่ใช่ตอนนี้” และตั้งเป้าหมายร่วมกันครับ เช่น “ถ้าหนูพิสูจน์ได้ว่ารับผิดชอบหน้าที่ตัวเองได้ดี 1 เดือนเต็ม เรามาทำประเมินกันใหม่อีกรอบนะ”
วิธีนี้จะทำให้เด็กๆ รู้สึกว่า “มือถือ” ไม่ใช่ของเล่นที่ได้มาฟรีๆ แต่คือ “สัญลักษณ์ของความไว้วางใจ” ที่เขาต้องสร้างขึ้นมาเองครับ
ที่สำคัญ ถ้าพ่อแม่วางกติกา จะต้องทำให้เป็นตัวอย่าง สร้างความไว้ใจในพื้นที่ส่วนตัว พร้อมให้คำปรึกษา
ในบ้าน บนโต๊ะอาหาร หรือเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ทุกคนในบ้าน (รวมถึงพ่อแม่ด้วย!) ต้องวางมือถือไว้ที่อื่น เพื่อให้เราได้มองตากัน คุยกัน และฟังเสียงกันจริงๆ และสร้างโอกาสมีกิจกรรมทางกายภาพร่วมกัน
การมีมือถือไม่ได้หมายถึงความอิสระที่ไร้ขอบเขต แต่มันคือการฝึกให้น้องๆ รู้จัก “ความรับผิดชอบ” ต่อตัวเองและคนรอบข้างครับ ให้ลูกรู้ว่าเมื่อโลกออนไลน์มันน่ากลัว “บ้าน” คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ
ช่วงเวลาเรียน ที่โรงเรียน น้องมีกิจกรรมกับเพื่อนๆอยู่แล้ว ช่วงเวลาว่าง วันหยุด หรือปิดเทอม ควรหากิจกรรมให้น้องๆ กิจกรรมที่สนุก การเข้าค่าย เป็นทางหนึ่งที่จะได้ปฏิสัมพันธ์แบบกายภาพ
อย่างไรก็ดี คุณพ่อคุณแม่อาจหาข้อมูลดูว่าประเทศต่างๆ มีกฎหมายกำหนดอายุให้เข้าใช้ ออนไลน์ โซเชียลมีเดียกันที่อายุเท่าไร สำหรับประเทศไทย ไม่มีกฎหมายระบุนะครับ ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ครับ
#DigitalMaturity #เลี้ยงลูกด้วยสติ #เช็คลิสต์พ่อแม่ #คุมเข้มโซเชียล
เพราะ “ความไว้ใจ” สำคัญกว่า “การห้ามปราม”
อ่านจบแล้ว คุณพ่อคุณแม่ลองนำเช็คลิสต์ทั้ง 5 ข้อไปสังเกตลูกๆ เพื่อตัดสินใจว่า ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? เพราะการให้มือถือลูกไม่ใช่แค่การยื่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ แต่คือการมอบ “ความรับผิดชอบ” ครั้งใหญ่ให้กับเขา
เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ เริ่มต้นง่ายๆ ที่โต๊ะกินข้าวในบ้านเรานี่แหละค่ะ วางมือถือลง แล้วเงยหน้าสบตากัน ฟังเสียงกันให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกรู้เสมอว่า ไม่ว่าโลกออนไลน์จะวุ่นวายแค่ไหน แต่ “บ้าน” คือพื้นที่ปลอดภัยที่เขาสามารถกลับมาพักใจได้เสมอ
ที่มา : เฟซบุ๊ค ยืน ภู่วรวรรณ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ออสเตรเลีย คุมเข้ม! ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดีย จนกว่าจะอายุ 16 ปี! พ่อแม่ Gen Alpha ว่าไง?!
เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ ติดแกลม สร้างภูมิคุ้มกันใจในยุคโซเชียล
โพสต์รูปลูกลงเฟซบุ๊คอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายบนโลกโซเชียล