TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

วิจัยเผย เสียงของแม่ ช่วยทารกจดจำใบหน้า และสร้างพัฒนาการทางสังคม

บทความ 5 นาที
วิจัยเผย เสียงของแม่ ช่วยทารกจดจำใบหน้า และสร้างพัฒนาการทางสังคม

นักวิจัยเผย เสียงของแม่ ทำให้สมองทารกตื่นตัว ช่วยจัดระเบียบสายตา คัดกรองสิ่งรอบตัว และส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมตั้งแต่ยังพูดไม่ได้

คุณแม่เคยสังเกตไหมคะว่า เวลาที่เรากระซิบเรียก หรือร้องเพลงกล่อมเบา ๆ ลูกน้อยวัยทารกมักจะหยุดนิ่ง หันขวับมามอง หรือส่งยิ้มหวานให้เราทันที? ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความผูกพันทางใจเท่านั้น แต่มีหลักฐานชี้ชัดว่า เสียงของแม่ สร้างสมองลูกได้อย่างมหัศจรรย์ ล่าสุดผลงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารประสาทวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง The Journal of Neuroscience ได้ออกมาเปิดเผยว่า สมองของทารกถูกตั้งโปรแกรมมาให้ตอบสนองต่อเสียงของแม่เป็นพิเศษ และเสียงนี้เองที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการหล่อหลอมวิธีที่ลูกมองโลกและจดจำใบหน้าผู้คนค่ะ

วันนี้ theAsianparent จะพาทุกคนไปเจาะลึกความลับนี้กันค่ะว่า พลังแห่งเสียงแม่ เปลี่ยนระบบการรับรู้ของลูกน้อยได้อย่างไรบ้าง

สารบัญ

  • สมองทารกวัย 7 เดือน เมื่อได้ยิน “เสียงที่คุ้นเคยอันดับหนึ่ง”
  • เสียงของแม่ ควบคุม “สายตา” และ “การจดจำใบหน้า” ของลูกได้อย่างไร?
  • เทคนิคพลังเสียงคุณแม่ ใช้ “เสียงแม่สร้างสมองลูก” ให้ฉลาดสมวัย
  • ไม่ใช่แค่เสียงแม่ แต่ “อ้อมกอดและกลิ่นกาย” ก็สำคัญ

สมองทารกวัย 7 เดือน เมื่อได้ยิน “เสียงที่คุ้นเคยอันดับหนึ่ง”

ทีมนักวิจัยทางประสาทวิทยาได้ทำการศึกษาในทารกน้อยวัย 7 เดือน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังเริ่มพัฒนาทักษะทางสังคมอย่างก้าวกระโดด โดยการบันทึกคลื่นสมอง (Brain Activity) เพื่อดูว่าสมองของเด็ก ๆ มีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเปรียบเทียบกับเสียงที่ไม่คุ้นเคย

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมากค่ะ! พวกเขาพบว่า สมองของทารกสามารถติดตามและตอบสนองต่อ เสียงของแม่ ได้อย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากกว่าเสียงของคนแปลกหน้าอย่างเห็นได้ชัด ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น “ก่อนที่ทารกจะพูดได้เสียอีก” นั่นหมายความว่า แม้ลูกน้อยจะยังไม่เข้าใจความหมายของคำศัพท์ที่คุณแม่พูด แต่สมองส่วนการรับรู้ของเขาได้ทำการ “แยกแยะ” และ “ให้ความสำคัญ” กับเสียงของแม่เป็นอันดับหนึ่งเรียบร้อยแล้ว สมองของลูกเรียนรู้ที่จะปฏิบัติกับเสียงทางสังคมที่คุ้นเคย แตกต่างจากเสียงของคนแปลกหน้าอย่างสิ้นเชิงค่ะ

 

เสียงของแม่

 

เสียงของแม่ ควบคุม “สายตา” และ “การจดจำใบหน้า” ของลูกได้อย่างไร?

ความมหัศจรรย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การได้ยินค่ะ แต่นักวิจัยยังค้นพบกลไกการเชื่อมโยงระหว่างประสาทสัมผัส (Multisensory Integration) ที่แปลกใหม่ นั่นคือ เสียงของแม่ สามารถเปลี่ยนวิธีการที่ทารก “มองเห็นและจดจำใบหน้า” ได้ด้วย

จากการทดลอง เมื่อทีมวิจัยให้ทารกดูภาพใบหน้าใหม่ ๆ (คนแปลกหน้า) พร้อมกับเปิดเสียงระบบสัมผัสที่แตกต่างกัน ผลปรากฏว่า

  • เมื่อเปิดเสียงคนแปลกหน้าควบคู่ไปด้วย: สมองของทารกจะเกิดการประมวลผลทางสายตาที่รุนแรงและตื่นตัวมากขึ้น เพื่อจดจำใบหน้าใหม่นั้น
  • เมื่อเปิดเสียงของแม่ควบคู่ไปด้วย: สมองของทารกจะผ่อนคลายลงในการประมวลผลใบหน้าแปลกหน้า เพราะความสนใจหลักถูกดึงดูดไปที่เสียงของแม่

กลไกนี้กำลังบอกเราว่า เสียงของแม่ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและเป็นหลักยึดในใจ ทำให้สมองของลูกรู้ว่าต้องแบ่งพลังงานไปโฟกัสกับสิ่งรอบตัวอย่างไร ช่วยให้ทารกเริ่มเรียนรู้ที่จะจัดระเบียบการรับรู้และสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง “สิ่งที่คุณแม่พูด” กับ “สิ่งที่เป็นอยู่รอบตัว” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Note: การทำงานร่วมกันระหว่างหู (การได้ยินเสียงแม่) และตา (การมองหน้าผู้คน) ในวัยทารกนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาทักษะทางสังคม เมื่อเด็กเติบโตขึ้น

 

เทคนิคพลังเสียงคุณแม่ ใช้ “เสียงแม่สร้างสมองลูก” ให้ฉลาดสมวัย

เมื่อรู้แล้วว่าเสียงแม่สร้างสมองลูกและขับเคลื่อนพัฒนาการได้ขนาดนี้ คุณแม่ยุคใหม่จะนำความรู้นี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรดี? theAsianparent มีคำแนะนำง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวันมาฝากค่ะ

1. พูดคุยกับลูกด้วยเสียงสอง เสียงสาม

อย่าเขินอายที่จะใช้เสียงสูง ลากเสียงยาว หรือทำน้ำเสียงทุ้มหวานใส่อุ้มลูกค่ะ ในทางจิตวิทยาเด็กเรียกสิ่งนี้ว่า Parentese หรือ Motherese ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่ทารกชอบที่สุด การพูดแบบนี้ร่วมกับพลังเสียงของแม่จะยิ่งช่วยให้สมองลูกหลั่งสารแห่งความสุข และกระตุ้นให้ระบบประสาทส่วนการฟังทำงานได้อย่างเต็มที่

2. สบตาลูกทุกครั้งที่พูด

วิจัยพบว่า เสียงของแม่ ส่งผลต่อการมองเห็นและการรับรู้ใบหน้า ดังนั้น เวลาเล่านิทาน ร้องเพลงให้ลูกฟัง หรือพูดคุยกับลูก ให้พยายามก้มลงไปให้อยู่ในระดับสายตาของลูก (ประมาณ 8-12 นิ้วสำหรับทารกแรกเกิด และระยะสายตาปกติสำหรับ 6 เดือนขึ้นไป) เพื่อให้สมองของลูกเชื่อมโยง เสียงของแม่ เข้ากับการเคลื่อนไหวของใบหน้า ซึ่งจะช่วยเสริมพัฒนาการสมองทารกในการจำหน้าแม่ได้เร็วขึ้น

 

เสียงของแม่

 

3. เล่าทุกกิจกรรมที่กำลังจะทำ

ไม่ว่าคุณแม่กำลังจะเปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนม หรือพาลูกไปอาบน้ำ ให้ใช้วิธี “พากย์เสียง” สิ่งที่กำลังจะทำ เช่น “ตอนนี้คุณแม่กำลังจะเช็ดตัวให้หนูแล้วนะคร้าบ น้ำอุ่น ๆ สบายตัวจังเลย” การทำแบบนี้บ่อย ๆ จะช่วยดึงความสนใจของลูกให้โฟกัสอยู่กับสิ่งตรงหน้า ช่วยลดอาการงอแง และสร้างเส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงคำศัพท์กับสิ่งของรอบตัวได้เร็วขึ้นค่ะ

4. หลีกเลี่ยง “เสียงรบกวน”

เนื่องจากสมองของทารกวัยนี้กำลังเรียนรู้ที่จะแยกแยะเสียงคุ้นเคยออกจากเสียงแปลกใหม่ การเปิดทีวีทิ้งไว้ หรือเปิดคลิปวิดีโอเสียงดัง ๆ คลอตลอดเวลา จะกลายเป็นมลพิษทางเสียงที่รบกวนการทำงานของสมอง ดังนั้น เวลาที่คุณแม่จะคุยหรือเล่นกับลูก ควรปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อปล่อยให้เสียงแม่สร้างสมองลูกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 100% โดยไม่มีเสียงอื่นมารบกวน

ไม่ใช่แค่เสียงแม่ แต่ “อ้อมกอดและกลิ่นกาย” ก็สำคัญ

ทีมวิจัยได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ในอนาคตวิทยาศาสตร์กำลังจะศึกษาเพิ่มเติมว่าประสาทสัมผัสอื่น ๆ เช่น “กลิ่นของแม่” และ “การสัมผัส” ส่งผลต่อการจัดระเบียบสมองของทารกอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ทางสายใยในครอบครัวและการเลี้ยงลูกเชิงบวก ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมองเด็ก

การส่งน้ำเสียงที่อบอุ่น อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรักในทุก ๆ วัน คือการสร้างสมองลูกให้พร้อมที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ฉลาด มีความมั่นใจ และมีทักษะทางสังคมที่ดีเยี่ยมในอนาคตค่ะ

 

ที่มา : neurosciencenews.com , Doctor ASKY

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
พลวัตของสื่อยุคใหม่ หน้าต่างสู่การสร้างสรรค์ภาวะโภชนาการสำหรับเด็กไทย
พลวัตของสื่อยุคใหม่ หน้าต่างสู่การสร้างสรรค์ภาวะโภชนาการสำหรับเด็กไทย
ทำขนมไม่เป็น ไม่รู้จะลองเรียนที่ไหน ABC Cooking Studio คือคำตอบ
ทำขนมไม่เป็น ไม่รู้จะลองเรียนที่ไหน ABC Cooking Studio คือคำตอบ

วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

วิจัยชี้! เมื่อแม่คลาดสายตา ฮอร์โมนเครียดในทารก จะพุ่งสูงในเสี้ยววินาที!

ทารกอ่านคนออก จริงไหม? ทำไมลูกถึงยิ้มให้คนนี้ แต่กลับร้องไห้เมื่ออยู่กับคนนั้น!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • การเลี้ยงลูก
  • /
  • วิจัยเผย เสียงของแม่ ช่วยทารกจดจำใบหน้า และสร้างพัฒนาการทางสังคม
แชร์ :
  • เด็กขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ เพราะอะไร? เข้าใจจิตวิทยาเด็ก พร้อมวิธีสอนลูกอย่างอ่อนโยน

    เด็กขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ เพราะอะไร? เข้าใจจิตวิทยาเด็ก พร้อมวิธีสอนลูกอย่างอ่อนโยน

  • 5 ข้อดีของการ "ปลอบลูกด้วยการกอด" ช่วยให้ลูกฟื้นตัวไว ในวันที่ผิดหวัง เสียใจ

    5 ข้อดีของการ "ปลอบลูกด้วยการกอด" ช่วยให้ลูกฟื้นตัวไว ในวันที่ผิดหวัง เสียใจ

  • 4 วิธีดูแลเด็กออทิสติก ส่งเสริมพัฒนาการ ให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

    4 วิธีดูแลเด็กออทิสติก ส่งเสริมพัฒนาการ ให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

  • เด็กขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ เพราะอะไร? เข้าใจจิตวิทยาเด็ก พร้อมวิธีสอนลูกอย่างอ่อนโยน

    เด็กขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ เพราะอะไร? เข้าใจจิตวิทยาเด็ก พร้อมวิธีสอนลูกอย่างอ่อนโยน

  • 5 ข้อดีของการ "ปลอบลูกด้วยการกอด" ช่วยให้ลูกฟื้นตัวไว ในวันที่ผิดหวัง เสียใจ

    5 ข้อดีของการ "ปลอบลูกด้วยการกอด" ช่วยให้ลูกฟื้นตัวไว ในวันที่ผิดหวัง เสียใจ

  • 4 วิธีดูแลเด็กออทิสติก ส่งเสริมพัฒนาการ ให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

    4 วิธีดูแลเด็กออทิสติก ส่งเสริมพัฒนาการ ให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว