คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ ลูกน้อยในอ้อมแขนของคุณดูผ่อนคลายและมีความสุขเมื่ออยู่กับคนหนึ่ง แต่กลับแข็งเกร็งและไม่สบายใจเมื่ออยู่กับอีกคน ความรู้สึกนี้เหมือนเป็นสัญชาตญาณ ทารกอ่านคนออก ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มพูดได้เสียอีก! แม้ว่าหลายคนจะมองข้ามว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ตอนนี้วิทยาศาสตร์กำลังเผยความจริงที่น่าสนใจว่า… ทารกอาจรับรู้ได้ว่าใคร “คนดี” ใคร “ไม่ดี” เร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก!
รากฐานของความดีงามเริ่มตั้งแต่แรกเกิด
งานวิจัยนี้ไม่ได้แปลว่าทารกเกิดมาพร้อมกับความเข้าใจผิดชอบชั่วดีแบบผู้ใหญ่ แต่ชี้ให้เห็นว่า รากฐานในการทำความเข้าใจเรื่องความช่วยเหลือ การร่วมมือ และพฤติกรรมทางสังคมนั้นเริ่มทำงานแทบจะทันทีหลังคลอด!
- งานวิจัยล่าสุด รวมถึงการศึกษาที่ทำกับทารกอายุเพียงไม่กี่วัน กำลังให้มุมมองใหม่ว่า พฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์เริ่มก่อตัวเร็วแค่ไหน
นักวิทยาศาสตร์จับสัญญาณ ทารกอ่านคนออก ได้อย่างไร?
ย้อนกลับไปปี 2007 นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเยลได้ทำการทดลองอันโด่งดังโดยใช้หุ่นมืออย่างง่าย ให้ทารกดู:
- ทารกดูหุ่นตัวหนึ่งกำลังพยายามปีนขึ้นเนิน
- บางครั้ง หุ่นอีกตัวจะเข้ามาช่วยให้ปีนถึงยอด
- บางครั้ง หุ่นอีกตัวจะเข้ามากระทำที่ตรงกันข้าม คือ ผลักหุ่นตัวแรกให้ตกลงมา
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ลูกน้อยเลือก “ผู้ช่วยเหลือ”
หลังจากนั้น นักวิจัยก็ยื่นหุ่นทั้งสองตัวให้ทารก และทารกส่วนใหญ่ก็เอื้อมมือไปหาหุ่นที่เป็นผู้ช่วยเหลือ นักวิจัยเชื่อว่านี่หมายถึง แม้แต่ทารกที่อายุน้อยมากก็สังเกตเห็นว่าใครช่วยและใครไม่ช่วย ทารกอ่านคนออก และแสดงความชอบต่อตัวละครที่ใจดี
แนวคิดนี้สร้างความตื่นเต้นอย่างมาก เป็นไปได้หรือที่ทารกจะประเมินพฤติกรรมทางสังคมก่อนที่พวกเขาจะเข้าใจคำพูด?

การศึกษาทารกแรกเกิด
หลายปีผ่านไป มีงานวิจัยจำนวนมากพยายามทำซ้ำผลลัพธ์เดิม บางครั้งสำเร็จ บางครั้งไม่สำเร็จ ความไม่แน่นอนนี้กระตุ้นให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามใหญ่กว่าเดิมว่า การชอบผู้ช่วยเหลือนี้เพิ่งเรียนรู้ในช่วง 2-3 เดือนแรกของชีวิต หรือมีมาตั้งแต่เกิด?
ในปี 2025 งานวิจัยใหม่ได้ทดสอบทารกแรกเกิด ที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 5 วัน! ทารกเหล่านี้แทบจะเพิ่งลืมตาดูโลก จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้เรียนรู้เรื่องความเมตตาหรือพฤติกรรมใดๆ
- วิธีทดสอบ: เนื่องจากทารกแรกเกิดยังเอื้อมมือไม่ได้ นักวิจัยจึงใช้ “เวลาในการมอง” แทน (วัดว่าทารกมองวิดีโอไหนนานกว่า)
- สิ่งที่ทารกดู: พวกเขาดูภาพเคลื่อนไหวอย่างง่ายๆ ที่ออกแบบมาสำหรับสายตาที่ยังจำกัดของพวกเขา โดย
- ฉากหนึ่งแสดงรูปร่างหนึ่งกำลัง ช่วย รูปร่างที่กำลังปีนขึ้นเนิน
- อีกฉากหนึ่งแสดงรูปร่างที่ ผลัก รูปร่างที่กำลังปีนลงมา
ผลลัพธ์ก็คือ: ทารกมองฉากช่วยเหลือ นานกว่า
แม้สิ่งนี้จะไม่ใช่หลักฐานของการตัดสินเรื่องศีลธรรม แต่บ่งชี้ว่า ทารกแรกเกิดอาจถูกปรับจูนให้สนใจปฏิสัมพันธ์ทางสังคมบางประเภทตั้งแต่แรกเริ่ม!
บทความที่เกี่ยวข้อง 15 มารยาททางสังคมที่ควรสอนลูก ปลูกฝังลูกให้เป็นเด็กดี มีมารยาท
ทารกอ่านคนออก มีความหมายอย่างไรสำหรับพ่อแม่?
ผลการวิจัยเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าลูกน้อยเข้าใจความยุติธรรมหรือความเห็นอกเห็นใจแบบเด็กโต แต่บอกให้รู้ว่า ทารกอาจมองโลกด้วยความสนใจโดยสัญชาตญาณในเรื่อง “พฤติกรรมที่ช่วยเหลือ”
สำหรับพ่อแม่ ความคิดนี้ทำให้รู้สึกอุ่นใจ เพราะนั่นหมายถึงรากฐานของความเมตตาอาจเป็นส่วนหนึ่งของการวางระบบตั้งแต่แรกเริ่มของเรา และ ท่าทางแห่งความรักและการสนับสนุนที่ลูกน้อยได้รับจากผู้ใหญ่รอบข้างนั้นมีความสำคัญมากกว่าที่เราคิด
นักวิจัยอธิบายว่า ทารกดูเหมือนจะมีความพร้อมที่จะเรียนรู้จากโลกทางสังคม พวกเขาถูกปรับจูนให้ใส่ใจกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับ:
- เป้าหมาย
- การร่วมมือ
- การช่วยเหลือ
- ความขัดแย้ง
ความสามารถตั้งแต่แรกเริ่มเหล่านี้อาจเป็นแนวทางให้ทารกได้เรียนรู้ในที่สุดว่าอะไรคือพฤติกรรมที่ช่วยเหลือและอะไรคือพฤติกรรมที่ทำร้ายคนอื่น ก่อนที่พวกเขาจะสามารถสร้างความคิดที่สมบูรณ์ได้เสียอีก!

แม้ว่าทารกอาจถูกปรับจูนให้สนใจพฤติกรรมบางประเภทอยู่แล้ว แต่พ่อแม่ก็ยังคงมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการสร้างรูปแบบว่าลูกจะเรียนรู้เรื่องความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ และความไว้วางใจได้อย่างไร การกระทำง่ายๆ ในชีวิตประจำวันช่วยเสริมสร้างความรู้สึกปลอดภัยและความสามารถในการอ่านสัญญาณทางสังคมของลูกน้อย
1. มอบความอบอุ่นสม่ำเสมอ
ทารกจะเติบโตได้ดีเมื่อพวกเขารู้ว่าจะมีคนตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขา การปลอบโยน พูดคุย และสัมผัสที่อ่อนโยนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์
2. เป็นแบบอย่างที่ดีของความเมตตา
ลูกน้อยกำลังเฝ้าดูคุณอยู่ตลอดเวลา เมื่อคุณปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความอดทนและความเคารพ ลูกของคุณจะซึมซับรูปแบบเหล่านั้น
3. ระบุความรู้สึกด้วยวิธีง่ายๆ
แม้ว่าทารกแรกเกิดจะไม่เข้าใจคำพูด การพูดถึงอารมณ์ (“แม่มีความสุข”, “ลูกกำลังเศร้า”) จะช่วยสร้างรากฐานสำหรับความเข้าใจทางอารมณ์ในภายหลัง
4. ให้ลูกได้เจอแต่ปฏิสัมพันธ์เชิงบวก
เสียงที่สงบ การเคลื่อนไหวที่ช้า และใบหน้าที่เป็นมิตรจะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกปลอดภัยในการอยู่ในสังคม
5. จัดการกับความเครียดในบ้าน
ทารกรับรู้ถึงความตึงเครียดในบ้าน การหาวิธีรักษาสภาพแวดล้อมที่สงบ (เช่น การเดินเล่นสั้นๆ การพักผ่อน) เป็นประโยชน์ต่อทั้งคุณและลูก
6. ตอบสนองต่อสัญญาณของลูก
เมื่อลูกมอง สบตา หรือส่งเสียง ให้คุณตอบกลับด้วยรอยยิ้มหรือคำพูด การตอบสนองนี้คือ “บทเรียน” หลักที่สอนเรื่องความปลอดภัยและความไว้วางใจ
7. สร้างความผูกพันมั่นคง
ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและตอบสนองคือ “ห้องเรียนหลัก” ของลูกน้อย เมื่อคุณตอบสนองต่อสัญญาณของพวกเขา พูดคุยกับพวกเขาด้วยความอบอุ่น และแสดงความเมตตา คุณกำลังสร้างความเข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และความเห็นอกเห็นใจให้พวกเขา
ลูกน้อยไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่พวกเขาเป็น ผู้เรียนรู้ที่กระตือรือร้นตั้งแต่เริ่มต้น พวกเขากำลังซึมซับน้ำเสียงทางอารมณ์ พฤติกรรม และปฏิสัมพันธ์รอบตัวที่คุณมีให้ลูกในทุกๆ วัน
ที่มา: birdsadvice
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
9 วิธีเล่นกับลูกวัย 0-3 เดือน สำหรับคุณแม่มือใหม่ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อย
15 วิธีกระตุ้นสมองทารก ช่วยให้ลูกฉลาด ทำได้ตั้งแต่แรกเกิด
ลูกติดแม่มาก? ลูกงอแงเมื่อเห็นว่าคุณกำลังจะออกไปทำงาน
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!