“แม่จ๋า..ขอโทรศัพท์หน่อย” รับมือการใช้อุปกรณ์ไฮเทคของลูกอย่างชาญฉลาด

“แม่จ๋า..ขอโทรศัพท์หน่อย”  รับมือการใช้อุปกรณ์ไฮเทคของลูกอย่างชาญฉลาด

บทความเพื่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือของเด็กในยุคดิจิตอล

 

สมาร์ทโฟน, มือถือเด็ก

ย้อนกลับเมื่อตอนเป็นเด็ก กิจกรรมในช่วงหลังเลิกเรียนหรือวันหยุดของคุณคืออะไร? คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังนึกถึงกิจกรรมในวัยเยาว์ของตัวเอง ทั้งการวิ่งเล่นสนุกอยู่กับเพื่อนแถวบ้าน เล่าเรื่องจากโรงเรียนให้พ่อแม่ฟังตอนรับประทานอาหาร หรือการให้ ปู่ ย่า ตา ยาย เล่านิทานให้ฟัง

แต่วันนี้เด็ก ๆ ของเราที่เติบโตใน “ยุคดิจิตอล” มีกิจกรรมยามว่างที่ต่างออกไปจากสมัยของพ่อแม่อย่างสิ้นเชิง พวกเขาเป็นเด็กที่เกิดมาในโลกของเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยแกดเจ็ตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

แม้กระทั่งเด็กน้อยวัยเตาะแตะก็สามารถใช้มือถือสมาร์ทโฟนของคุณพ่อคุณแม่เพื่อเปิดฟังเพลง ดูวิดีโอเรื่องโปรด หรือเล่มเกมได้อย่างคล่องแคล่ว ในเด็กที่อายุมากขึ้นก็มีความสามารถในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างเชียวชาญไม่แพ้ผู้ใหญ่

ในขณะที่พวกเราหลายคนปล่อยให้ลูก ๆ ของเราใช้อุปกรณ์เหล่านี้ รู้หรือไม่ว่าอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อลูก ๆ จากการใช้อุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ เช่น

  • การเสพติดเทคโนโลยี
  • ผลกระทบต่อสายตา
  • การเป็นโรคอ้วนในเด็ก

สมาร์ทโฟน, มือถือ, เด็ก

ความกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและเนื้อหาต่าง ๆ ที่เด็กได้รับรู้ผ่านจากอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ เหล่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ให้เท่าทันกับเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากในโลกปัจจุบันเป็นโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

มือถือ, สมาร์ทโฟน, เด็ก

theAsianparent Insights และ Samsung Kidstime™  ได้มีผลจากการศึกษาเจาะลึกเรื่อง “การใช้โทรศัพท์มือถือของเด็กชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดยสอบถามพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกอายุระหว่าง 3-8 ปี จำนวนมากกว่า 2,500 คนจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ว่ามีวิธีการรับมือกับการใช้อุปกรณ์สื่อสารของบุตรหลานอย่างไร

อ่านต่อหน้าถัดไป >>>

device, children, sitting

“การใช้โทรศัพท์มือถือของเด็กชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดยทำการศึกษาพฤติกรรมของเด็กในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และพ่อแม่ผู้ปกครองกว่า 2,500 รายที่มีลูกอายุระหว่าง 3-8 ปี ผลจากการศึกษา พบว่า

  • 98% ของผู้ปกครองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยินยอมให้ลูก ๆ ใช้อุปกรณ์มือถือของพวกเค้า โดยที่ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีจำนวนสูงที่สุดที่พ่อแม่ยอมให้ลูกใช้อุปกรณ์มือถือของพ่อแม่
  • ผู้ปกครองส่วนใหญ่อนุญาตให้ลูก ๆ ได้ใช้อุปกรณ์มือถือเพื่อการศึกษา เด็กจะได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ให้ใช้งานเพื่อความบันเทิง หรือใช้เล่นอินเตอร์เนท ก็ต่อเมื่อเวลาที่ผู้ปกครองอยากจะให้พวกเค้าอยู่นิ่ง ๆ หรือไม่ซุกซน

device, children, place

  • แม้ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองต้องการให้เด็ก ๆ ใช้อุปกรณ์เพื่อการศึกษา แต่เด็กส่วนใหญ่ก็มักจะใช้เพื่อความบันเทิงเสียมากกว่า โดยใช้เวลาเล่นมากกว่า 1 ชั่วโมงต่อครั้ง
  • ผู้ปกครองส่วนมากมีความกังวลใจเกี่ยวกับการติดโทรศัพท์มือถือของเด็กๆ รวมไปถึงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่จะตามมา

device, parent, concern

  • ด้วยเหตุนี้ ผู้ปกครองจึงต้องการอุปกรณ์ที่มีระบบในการควบคุมและช่วยตรวจสอบการใช้อุปกรณ์มือถือของเด็ก ๆ ที่ดี
  • บางส่วนของระบบการควบคุมที่ผู้ปกครองอยากให้มี เช่น สามารถตั้งค่าจำกัดเรื่องเวลาการใช้งาน การป้องกันการซื้อ app และสามารถที่จะติดตามการใช้งานในเครื่องได้

parents want, device, feature

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการศึกษานี้คือการที่เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครองต่างมีความตระหนักถึงประโยชน์และความเสี่ยงในการใช้อุปกรณ์มือถือของเหล่าลูก ๆ พวกเค้าจะรู้สึกสบายใจขึ้นถ้าหากอุปกรณ์มือถือเหล่านั้นมีคุณสมบัติที่ให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมดูแลการใช้งานได้ และลูก ๆ ได้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อการศึกษา

ในที่นี้มิได้กล่าวว่า เด็ก ๆ ควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้เพื่อความบันเทิงได้เช่นกัน หากแต่เนื้อหาที่ได้เรียนรู้นั้นควรจะเป็นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ดี ๆ

poll

ดังนั้นคุณควรจะทำเช่นไร ให้การใช้อุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้สร้างคุณค่าในการใช้งานให้กับทั้งตัวคุณเองและลูกหลานของคุณ

ให้ลูกใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner