ถอดรหัสพฤติกรรม ลูกชอบเรียงของ เป็นสัญญาณออทิสติก จริงไหม?

ลูกชอบเรียงของ นำของเล่น หรือสิ่งของรอบตัว มาเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ นี่เป็นเรื่องปกติของพัฒนาการเด็กเล็กทั่วไป หรือเป็นสัญญาณออทิสติก?

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ลูกชอบเรียงของ นำของเล่น หรือสิ่งของรอบตัว มาเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ นี่เป็นเรื่องปกติของพัฒนาการเด็กเล็กทั่วไป หรือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงออทิสติก? มาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน

 

ลูกชอบเรียงของ เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการปกติ

ก่อนจะกังวลว่าการเรียงของของลูกเป็นสัญญาณเตือนอะไรหรือไม่ มาดูกันก่อนว่าทำไมเด็กๆ โดยทั่วไปถึงชอบทำพฤติกรรมนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการที่สำคัญของพวกเขา

  • การสำรวจและจัดระเบียบโลก

ลูกน้อยกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเรียนรู้โลกกว้างรอบตัว พฤติกรรมการเรียงของคือวิธีหนึ่งที่พวกเขาใช้ในการสำรวจและทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง ขนาด สี หรือความสัมพันธ์ระหว่างของแต่ละชิ้น การเรียงสิ่งของช่วยให้ลูกได้จัดระเบียบข้อมูลในสมอง และเรียนรู้ที่จะจำแนกหมวดหมู่ของสิ่งต่างๆ

  • การพัฒนาทักษะการจัดหมวดหมู่

การเรียงของเป็นการฝึกฝนทักษะการจัดหมวดหมู่โดยตรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของทักษะการคิดเชิงตรรกะและคณิตศาสตร์ในอนาคต เมื่อลูกแยกประเภทหรือจัดเรียงสิ่งของ พวกเขากำลังพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และจัดกลุ่มข้อมูล

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

  • ความรู้สึกของการควบคุมและคาดการณ์ได้

ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งใหม่ๆ ที่ควบคุมไม่ได้ การที่ลูกสามารถจัดเรียงสิ่งของให้เป็นระเบียบตามที่ต้องการได้ จะทำให้พวกเขารู้สึกถึงความมั่นคงและควบคุมสถานการณ์ได้ สิ่งนี้ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยและลดความกังวลในใจของเด็กๆ

  • ความคิดสร้างสรรค์และการเล่นเชิงสร้างสรรค์

ลูกชอบเรียงของ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การสร้างสรรค์สิ่งก่อสร้างจากบล็อกไม้ การจัดฉากเล่นบทบาทสมมุติ หรือการสร้างรูปแบบที่แปลกใหม่ตามจินตนาการของพวกเขา พฤติกรรมนี้จึงเป็นการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นกัน

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

พฤติกรรมการเรียงของในเด็กออทิสติก ต่างจากเด็กทั่วไปอย่างไร

แม้ว่าเด็กทั่วไปจะชอบเรียงของได้ แต่ในเด็กที่มีภาวะออทิสติก (Autism Spectrum Disorder หรือ ASD) พฤติกรรมการเรียงของมักจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างออกไป ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม “พฤติกรรมซ้ำๆ และความสนใจที่จำกัด” (Restricted and Repetitive Behaviors – RRBs) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยออทิสติก

แต่ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ การที่ลูกชอบเรียงของไม่ได้หมายความว่าลูกเป็นออทิสติกเสมอไป เราต้องพิจารณาดูร่วมกับสัญญาณอื่นๆ ด้วย

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ลักษณะเฉพาะของพฤติกรรมการเรียงของในเด็กออทิสติก

  • หมกมุ่นสูงเป็นพิเศษ (Intense Preoccupation): ลูกอาจใช้เวลานานมากๆ ในการเรียงของ โดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือไม่สนใจกิจกรรมอื่นที่ปกติลูกเคยชอบ
  • ต้องเรียงให้ได้ตามใจ (Compulsive Need): ลูกจะมีความรู้สึกว่าต้องเรียงของให้เป็นไปตามรูปแบบที่เขาต้องการเป๊ะๆ ถ้ามีใครไปขยับหรือทำให้รูปแบบเปลี่ยนไป ลูกอาจจะแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เช่น โวยวาย ร้องไห้ หรือโมโห
  • รูปแบบที่ตายตัวและไม่ยืดหยุ่น (Rigid and Inflexible Patterns): การเรียงของของลูกมักจะเป็นรูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงหรือคิดสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ เหมือนเด็กทั่วไป
  • วัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่การเล่นตามจินตนาการ (Different Purpose): การเรียงของของเด็กออทิสติกอาจไม่ได้มีไว้เพื่อเล่นบทบาทสมมติ หรือสำรวจสิ่งของเพื่อการเรียนรู้ แต่เป็นการตอบสนองความต้องการทางประสาทสัมผัสบางอย่าง (เช่น ชอบมองเห็นอะไรที่เป็นระเบียบมากๆ) หรือเพื่อความรู้สึกที่ว่าทุกอย่างต้องสม่ำเสมอและคาดเดาได้
  • อาจกระทบการเข้าสังคมและการสื่อสาร: พฤติกรรมการเรียงของที่หมกมุ่นมากๆ อาจทำให้ลูกไม่สนใจเล่นกับคนอื่น หรือไม่ค่อยได้เรียนรู้ทักษะการเข้าสังคมและการสื่อสาร เพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับการเรียงของ

สถิติและสิ่งที่ควรรู้

จากงานวิจัยต่างๆ พบว่า ประมาณ 70-90% ของเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก จะมีพฤติกรรมซ้ำๆ ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงการเรียงของที่ซ้ำซากและหมกมุ่นด้วย (อ้างอิงจาก American Academy of Pediatrics และ National Institutes of Health)

แต่ในทางกลับกัน มีเพียงประมาณ 1 ใน 4 ของเด็กเล็กที่แสดงพฤติกรรมซ้ำๆ หรือชอบเรียงของอย่างชัดเจน ที่จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกในภายหลัง (อ้างอิงจาก Research in Autism Spectrum Disorders)

แสดงให้เห็นว่า การเรียงของเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดตายตัวว่าลูกเป็นออทิสติก เพราะพฤติกรรมนี้ก็พบได้ในเด็กทั่วไปเช่นกัน สิ่งสำคัญคือต้องดูภาพรวมของพัฒนาการทั้งหมดของลูกค่ะ

 

สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่ควรสังเกตควบคู่

พฤติกรรมที่ควรสังเกต
ช่วงอายุที่ควรสังเกต
ปัญหาด้านการสื่อสารและการเข้าสังคม
ไม่สบตา หรือสบตาน้อยมาก
ตั้งแต่ 6 เดือน ขึ้นไป
ไม่ยิ้ม หรือไม่มีการตอบสนอง เมื่อถูกยิ้มให้หรือมีปฏิสัมพันธ์ 6-9 เดือน
ไม่มีการส่งเสียงอ้อแอ้ หรือเลียนเสียงโต้ตอบ (Back-and-forth babbling) 9-12 เดือน
ไม่ตอบสนองต่อชื่อเรียก (แม้จะเรียกหลายครั้ง) 12 เดือน ขึ้นไป
ไม่ชี้บอกความต้องการ หรือไม่ใช้ท่าทางสื่อสาร (เช่น โบกมือบ๊ายบาย, ชี้ของที่อยากได้)
12-14 เดือน ขึ้นไป
ไม่มีคำพูดที่มีความหมาย (เช่น พ่อ แม่) 16 เดือน
ไม่เล่นสมมติ (เช่น เล่นป้อนข้าวตุ๊กตา, ขับรถเล่น) 18 เดือน
ไม่มีวลี 2 คำที่มีความหมาย (ไม่ใช่การเลียนเสียงซ้ำ) 24 เดือน (2 ขวบ)
ไม่สนใจเล่นกับเด็กคนอื่น หรือแยกตัวออกจากกลุ่ม 36 เดือน (3 ขวบ)
สูญเสียทักษะที่เคยมี (เช่น เคยพูดได้แล้วหยุดพูด, เคยเล่นโต้ตอบแล้วไม่เล่น) ทุกช่วงวัย
พฤติกรรมซ้ำๆ และความสนใจจำกัด
ทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น สะบัดมือ โยกตัว หมุนตัว อย่างชัดเจนหรือบ่อยครั้ง
9 เดือน ขึ้นไป (อาจสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ 9 เดือน และชัดเจนขึ้นเมื่อโตขึ้น)
หมกมุ่นกับการเรียงของ หรือของบางอย่างเป็นพิเศษ โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเล่นปกติ
18 เดือน ขึ้นไป (เมื่อพฤติกรรมนี้เด่นชัดกว่าการเล่นแบบอื่น และมีความยืดหยุ่นน้อย)
หมกมุ่นกับส่วนใดส่วนหนึ่งของของเล่น (เช่น หมุนล้อรถอย่างเดียว) 18 เดือน ขึ้นไป
แสดงอาการไม่พอใจรุนแรง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันหรือสิ่งที่คุ้นเคย 18 เดือน ขึ้นไป
มีความไวต่อการรับรู้ทางประสาทสัมผัสที่ผิดปกติ (เช่น ไวต่อเสียงดังมาก, ไม่ชอบเนื้อสัมผัสบางอย่าง)
ทุกช่วงวัย (อาจสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เป็นทารก)

 

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์?

หากลูกหมกมุ่นกับการเรียงของมากเกินไปจนไม่สนใจกิจกรรมอื่น ไม่ยอมเล่นกับผู้อื่น หรือพฤติกรรมนี้รบกวนการเรียนรู้และพัฒนาการในด้านอื่นๆ อย่างชัดเจน

รวมถึงสังเกตเห็นสัญญาณเตือนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น พัฒนาการทางภาษาล่าช้า, ไม่สบตา, ไม่ตอบสนองต่อชื่อ, ไม่เล่นโต้ตอบกับคนอื่น, หรือมีพฤติกรรมซ้ำๆ อย่างอื่น เช่น สะบัดมือ โยกตัว ควรปรึกษาแพทย์ทันที

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ลูกเป็นออทิสติก รักษาอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจคือ ออทิสติกไม่สามารถ “รักษาให้หายขาด” ได้ แต่เน้นที่การจัดการและส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีแนวทางหลักดังนี้

  • บำบัดพฤติกรรม (ABA): สอนทักษะใหม่ๆ เช่น การสื่อสาร การเข้าสังคม และลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
  • บำบัดพัฒนาการ:
    • กิจกรรมบำบัด (OT): ช่วยเรื่องทักษะการเคลื่อนไหว การช่วยเหลือตัวเอง และการจัดการความไวทางประสาทสัมผัส
    • แก้ไขการพูด (Speech Therapy): พัฒนาทักษะการสื่อสารและภาษา
    • กายภาพบำบัด (PT): สำหรับเด็กที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว
  • การสนับสนุนครอบครัว: พ่อแม่และผู้ดูแลมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้เทคนิคส่งเสริมพัฒนาการลูกที่บ้าน
  • การจัดการยา: ใช้ในบางกรณีเพื่อจัดการอาการเฉพาะ เช่น สมาธิสั้น วิตกกังวล โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • การทำงานเป็นทีม: พ่อแม่ แพทย์ นักบำบัด และครูต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างแผนดูแลที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

 

สังเกตลูกรักด้วยความเข้าใจ ไม่ต้องด่วนสรุป

พฤติกรรมการเรียงของของลูกน้อยเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามวัยในเด็กหลายคน แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจเป็นสัญญาณหนึ่งของออทิสติกได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต “ภาพรวม” ของพัฒนาการลูกน้อยในทุกด้าน ไม่ใช่แค่เพียงพฤติกรรมการเรียงของเพียงอย่างเดียว

หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพฤติกรรมการเรียงของ หรือพัฒนาการด้านอื่นๆ ที่ดูไม่เป็นไปตามวัยหรือไม่เหมือนเด็กทั่วไป การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ เพราะการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ จะส่งผลดีต่ออนาคตของลูกรักได้อย่างมหาศาล

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกชอบทำอะไรซ้ำๆ ปกติมั้ย? แบบไหน มีภาวะเสี่ยงออทิสติก!

สัญญาณเตือนออทิสติก มีอะไรบ้าง สังเกตได้จากเพลงกล่อมเด็กจริงไหม?

เช็กสัญญาณเสี่ยง! ออทิสติกเทียม รีบแก้ไข ก่อนเป็นภัยคุกคามพัฒนาการลูก