ปัญหา “ทารกไม่ถ่าย” เป็นอีกหนึ่งเรื่องน่ากังวลใจที่คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านต้องเผชิญ ซึ่งสาเหตุที่ทารกไม่ถ่ายอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งทางกายภาพและพฤติกรรม นอกจากนี้ปัญหาลูกน้อยท้องผูก ถ่ายยาก ไม่ยอมถ่าย ยังอาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงระบบการทำงานของร่างกายและพัฒนาการของลูกด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องมี วิธีแก้ทารกไม่ถ่าย รวมถึงเรียนรู้สาเหตุและสังเกตอาการหนัก-เบาของลูกเพื่อแก้ไขในเบื้องต้นด้วย

ลูกถ่ายแบบไหนเรียกว่า “ปกติ”
ทารกแรกเกิดถึง 1 เดือนมักจะถ่ายบ่อยถึงวันละ 5-10 ครั้ง หรือตามรอบนม หลังจากนั้นจะถ่ายวันละ 2-4 ครั้งจนถึง 6 เดือน ส่วนทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไป อาจถ่ายวันละประมาณ 1–2 ครั้ง หรือสัปดาห์ละ 5–28 ครั้ง โดยอาจไม่ได้ถ่ายทุกวัน
โดยนิยามของท้องผูก คือ ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า สัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือถ่ายได้ แต่อุจจาระแข็ง ถ่ายลำบาก ต้องเบ่งมาก หรือเจ็บขณะถ่ายหรือมีพฤติกรรม กลั้นอุจจาระ / ถ่ายไม่สุด ไม่ได้ดูแค่ “จำนวนครั้ง” อย่างเดียว แต่ดูลักษณะอุจจาระและความลำบากในการถ่ายร่วมด้วยค่ะ คุณแม่ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ ลักษณะอุจจาระมีความแข็งหรือมีเลือดปนออกมาหรือเปล่า เป็นต้น

สาเหตุทารกไม่ถ่าย
การที่ทารกไม่ถ่ายหรือมีภาวะท้องผูกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยสามารถแบ่งสาเหตุตามช่วงอายุของทารกได้เป็น 2 ช่วงวัย คือ
ความเสี่ยงของลูกน้อยวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน ที่จะเกิดอาการท้องผูก หรือทารกไม่ถ่าย เกิดได้จากทั้งปัญหาสุขภาพของทารกเอง จากน้ำนมที่กิน รวมถึงการคลอดก่อนกำหนดค่ะ
- สุขภาพของทารก กรณีลูกอายุน้อยกว่า 1 เดือนมีอาการไม่ยอมถ่าย ถ่ายยาก ท้องผูก ควรได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นอาการของภาวะลำไส้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด (Hirschsprung’s Disease: HD) ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทารกประมาณ 1 ใน 5,000 คน ซึ่งโรคนี้มักมีประวัติไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 48 ชั่วโมงหลังคลอด มีท้องผูกตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยทารก ท้องอืด อาเจียน และท้องผูกเรื้อรังไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป บางรายมีน้ำหนักขึ้นน้อยหรือเคยมีภาวะลำไส้อักเสบรุนแรงร่วมด้วย
- น้ำนม ส่วนใหญ่ลูกน้อยที่กินนมแม่มักไม่เกิดปัญหาทารกไม่ถ่าย หรือปัญหาท้องผูก เนื่องจากน้ำนมแม่มีแบคทีเรียชนิดดี รวมถึงไขมันและโปรตีนที่ช่วยให้อุจจาระไม่แข็งตัว ช่วยให้ลูกถ่ายง่าย ทารกที่กินนมแม่อาจมีลักษณะถ่ายอุจจาระห่างได้ เนื่องจากนมแม่ย่อยและดูดซึมได้ดี ทำให้กากอุจจาระเหลือน้อย จึงถ่ายไม่บ่อย ซึ่งโดยทั่วไป ไม่ถือเป็นภาวะท้องผูก หากอุจจาระยังนิ่ม เด็กสบายตัว กินนมและเจริญเติบโตได้ดี
- คลอดก่อนกำหนด คเนื่องจากระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้การบีบตัวของลำไส้ลดลง ร่วมกับพฤติกรรมการกินและการขับถ่ายที่ยังไม่เป็นแบบแผน ส่งผลให้มีแนวโน้มเกิดท้องผูกได้มากกว่าเด็กครบกำหนด
ทารกที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป
ในช่วงวัย 6 เดือนขึ้นไป สภาพร่างกายของทารกรวมถึงอาหารการกินอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีการเพิ่มนมผงเข้ามาเป็นอาหารเสริม หรือเริ่มให้ลูกกินอาหารชนิดอื่นนอกเหนือจากนมแม่ อาจทำให้มีปัจจัยที่ทำให้ทารกไม่ถ่ายเพิ่มเข้ามาได้ค่ะ
- การกินนมชง หรือนมผง ในเด็กทารกที่กินนมผงเพียงอย่างเดียวนั้นมีความเสี่ยงในการที่ทารกไม่ถ่ายได้มากค่ะ เนื่องจากนมชง หรือนมผงมีส่วนผสมที่อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานมากขึ้น อุจจาระเป็นก้อน
- อาหารที่เปลี่ยน หลังเปลี่ยนจากการดื่มนมแม่มาเป็นการกินอาหารอื่น ๆ อาจทำให้ลูกไม่ถ่ายได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายไม่ได้รับของเหลวในปริมาณเท่าเดิม รวมถึงอาหารบางประเภทอาจมีเส้นใยต่ำ ทำให้ท้องผูกได้ง่าย
- เกิดภาวะขาดน้ำ บางครั้งทารกอาจประสบภาวะขาดน้ำ หรือได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำจากอาหารที่กินเข้าไป และน้ำจากกากของเสียในร่างกาย จนอุจจาระแห้งและแข็ง
- อาการป่วยและยา เช่น ความผิดปกติของทวารหนักและทวารหนักตีบ ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น ไขสันหลังผิดปกติ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ(hypothyroidism) ภาวะเมตาบอลิกบางชนิด เช่น แคลเซียมในเลือดสูง ภาวะขาดน้ำหรือได้รับใยอาหารไม่เพียงพอ รวมถึงผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้แพ้ ยากันชัก หรือธาตุเหล็ก

วิธีแก้ทารกไม่ถ่าย ทำยังไงให้ลูกน้อยถ่ายง่าย
ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือนที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปมักไม่พบปัญหาท้องผูก เนื่องจากนมแม่มีโพรไบโอติก (probiotics) ซึ่งเป็นจุลชีพชนิดดีในลำไส้ และพรีไบโอติก (prebiotics) ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลชีพชนิดดี ทำให้สมดุลของลำไส้และกระบวนการย่อยอาหารเป็นไปอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิดที่มารดารับประทานอาจส่งผลต่อการขับถ่ายของทารกผ่านทางน้ำนมได้ จึงควรพิจารณาหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจสัมพันธ์กับอาการถ่ายผิดปกติของทารกเมื่อมีอาการเกิดขึ้น
แต่หากทารกวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน ไม่ได้กินนมแม่ แต่กินนมผง นมชง คุณแม่ควรสังเกตว่าลูกไม่ถ่ายเพราะโรคบางอย่าง ยา หรือการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป จากนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับอาหาร หรือเปลี่ยนนมผงที่เหม
วิธีแก้ทารกไม่ถ่าย สำหรับวัย 6 เดือนขึ้นไป
สำหรับลูกน้อยอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่สามารถกินอาหารอย่างอื่นนอกเหนือจากนมแม่ได้บ้างแล้ว คือคุณพ่อคุณแม่ควรปรับการกินอาหารของลูกเพื่อป้องกันปัญหาท้องผูกค่ะ
- เปลี่ยนการให้นม โดยทารกที่กินนมแม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำนมให้มากขึ้น ให้นมบ่อยขึ้น หรือปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกกินเพิ่มเติม ส่วนกรณีทารกกินนมผง นมชง คุณแม่อาจลองปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนยี่ห้อสูตรนมผงที่เหมาะสมกับลูกน้อย
- เติมน้ำผลไม้ในนม อาทิ ผสมน้ำแอปเปิ้ล น้ำลูกแพร์ หรือน้ำลูกพรุนลงไปในนมชง หรือน้ำนมแม่ อาจบรรเทาอาการท้องผูกได้ แต่ไม่ควรกินในปริมาณมากเกินไป
- เพิ่มใยอาหาร ในช่วงวัย 6 เดือนที่ลูกน้อยเพิ่งเริ่มกินอาหารอื่น คุณแม่ควรเลี่ยงเลี่ยงการกินข้าวกับกล้วย เนื่องจากจับตัวเหนียวเป็นก้อนได้ง่าย ย่อยยาก และควรให้ลูกน้อยกินอาหารที่มีเส้นใยมากขึ้น เช่น บร็อคโคลี่ ลูกพรุน ลูกแพร์ ลูกพีช แอปเปิ้ล ธัญพืชปรุงสุก ขนมปังธัญพืช ซึ่งหากทารกยังไม่ได้เปลี่ยนมากินอาหารอื่น อาจนำผักผลไม้มาบดละเอียดให้กินแทนได้
- ดื่มน้ำมากขึ้น น้ำเปล่าและนมจะช่วยให้ร่างกายของทารกชุ่มชื้นและขับถ่ายได้สม่ำเสมอ จึงควรให้ลูกน้อยดื่มน้ำอย่างเพียงพอนะคะ
- นวดท้อง การนวดท้องลูกน้อยเบา ๆ บริเวณท้องส่วนล่างด้านซ้ายซึ่งอยู่ใต้สะดือประมาณ 3 นิ้วมือ ตามเข็มนาฬิกา ประมาณ 3 นาที จะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และเป็น วิธีแก้ทารกไม่ถ่าย ให้ถ่ายได้ง่ายขึ้นค่ะ
- ตำแหน่งการอุ้มลูก การอุ้มลูกในท่าที่ให้เข่าสูงกว่าสะโพก ซึ่งแรงโน้มถ่วงจะมีส่วนช่วยในการขับถ่ายของลูกได้

วิธีแก้ทารกไม่ถ่าย อาการแบบไหนควรพาลูกไปพบแพทย์
แม้จะมีวิธีแก้ทารกไม่ถ่าย ในเบื้องต้น แต่หากสังเกตอาการลูกน้อยแล้ว ไม่ดีขึ้น หรือทารกมีอาการต่อไปนี้ คุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีนะคะ
- ท้องอืด ท้องป่องและแข็ง หรือมีอาเจียนพุ่ง
- ลูกร้องไห้มาก ร้องไห้บ่อยและเสียงร้องแหลม
- เบ่งแรง เบ่งขณะถ่ายอุจจาระแต่ถ่ายไม่ออก
- มีเลือดออก ปนออกมาในอุจจาระ
- น้ำหนักหรือส่วนสูงไม่ขึ้น ตามเกณฑ์มาตรฐาน
วิธีแก้ทารกไม่ถ่าย สามารถดูแลได้ด้วยการใส่ใจพฤติกรรมการกินและการเคลื่อนไหวของลูกน้อย แต่หากยังไม่ได้ผล หรืออาการลูกไม่ดีขึ้น ควรปรึกษากุมารแพทย์ระบบทางเดินอาหารถึงวิธีดูแลหรือพิจารณาเริ่มยารักษา ไม่ควรซื้อยามาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ค่ะ
ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สีวลี สีดาฟอง
แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหารและตับในเด็ก โรงพยาบาลวิมุต

ที่มา : www.pobpad.com , www.punnita.com , โรงพยาบาลวิมุต
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
สาเหตุ ทารก ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน อันตรายไหม แก้ไขอย่างไร
จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ทารกไม่สมดุล ระวังลูกเป็นโรค!
ลูกก้นแดง เกิดจากอะไร รุนแรงไหม ต้องทำอย่างไรถึงหาย ?
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!