TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ทารกไม่สมดุล ระวังลูกเป็นโรค!

บทความ 5 นาที
จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ทารกไม่สมดุล ระวังลูกเป็นโรค!

จุลินทรีย์หรือจุลชีพ (Microorganism) เป็นเซลล์ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์มากกว่า 100 ล้านล้านเซลล์ โดยอาศัยอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นตรงผิวหนัง ช่องคลอด ช่องปาก และระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในลำไส้ จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร จึงมีความสำคัญอย่างมาก หากจุลินทรีย์ในร่างกายลูกน้อยขาดความสมดุล ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกายได้ บทความนี้จะพามารู้จัก จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร และวิธีการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ลูกน้อยค่ะ

 

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร คืออะไร

ร่างกายของมนุษย์สร้างเซลล์ขึ้นมาหลายรูปแบบ บางส่วนเป็นเซลล์ของคนเราเอง เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ผิวหนัง แต่ก็ยังมีแหล่งอาศัยของเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส อาร์เคีย และโพรทิสต์ โดยกลุ่มของเซลล์เหล่านี้เรียกรวมกันว่า “ไมโครไบโอม” (Microbiome) ซึ่งหมายถึงจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จึงมีความสนใจในความสัมพันธ์ของจุลินทรีย์และสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก 

โดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะได้รับจุลินทรีย์เหล่านี้มาจากผู้อื่น ทารกจะได้รับการถ่ายทอดจุลินทรีย์ครั้งแรกจากผิว ช่องคลอด และน้ำนมของแม่ รวมถึงได้รับจากคนอื่นที่มาแตะตัวเขา เมื่อลูกเติบโตขึ้น ก็จะได้รับจุลินทรีย์จากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากคนด้วยกันเอง จากพืช สัตว์ และอาหารที่รับประทาน

 

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารทำหน้าที่อะไร

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในด้านสุขภาพ เพราะเป็นแหล่งพลังงานประมาณ 10% ที่เราใช้อยู่ ทำหน้าที่ย่อยบางสิ่งที่รับประทานเข้าไปแต่กระเพาะไม่สามารถย่อยอาหารได้ จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารยังสามารถสังเคราะห์วิตามิน เช่น วิตามินเค และไบโอติน รวมถึงสร้างฮอร์โมนที่คอยส่งสัญญาณการเก็บหรือไม่เก็บไขมัน และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันป้องกันโรคต่าง ๆ อีกด้วย

 

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร

 

ทุกคนมีจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารคล้ายกันไหม

ปกตินั้น จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารจะขึ้นอยู่อาหารที่รับประทาน การใช้ชีวิต และการเข้าสังคม จึงมีความแตกต่างกันในแง่ของการพบเจอผู้คนด้วย แม้จะมีแบคทีเรียมากกว่า 1,000 ชนิดที่สามารถเป็นกลุ่มของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร แต่กลับมีเพียง 150-170 ชนิดเท่านั้นที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารของเรา ดังนั้น การที่จะมีจุลินทรีย์ที่คล้ายกันขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหาร การใช้ยาปฏิชีวนะ และการเข้าสังคม ที่เป็นตัวกำหนดให้จุลินทรีย์มีการเปลี่ยนแปลง

 

จุลินทรีย์ไม่สมดุลส่งผลกระทบต่อทารกได้

นักวิจัยได้เผยว่าจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารอาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพทารกได้ เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน โรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคผิวหนัง โรคตับ โรคหัวใจ และมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อีกทั้งยังมีข้อบ่งชี้ว่าจุลินทรีย์ยังอาจส่งผลต่อการนอนหลับ อารมณ์ ความวิตกกังวล และพฤติกรรมของลูกน้อยอีกด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ยังสามารถส่งผลต่อการตอบสนองของยา หากลูกมีจุลินทรีย์ไม่สมดุล ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในตอนโตได้

 

สัญญาณเตือนเมื่อจุลินทรีย์ไม่สมดุล

อาการผิดปกติในทารก เช่น อาหารไม่ย่อย อารมณ์แปรปรวน หรือเป็นโรคผิวหนัง อาจบ่งบอกถึงความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดิน แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้เหมือนกัน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องสังเกตสัญญาณเตือนอื่น ๆ ร่วมด้วย

  • มีกลิ่นปาก
  • น้ำหนักเกิน
  • นอนไม่หลับ
  • เป็นโรคหอบหืด
  • มีเมือกในอุจจาระ
  • เหนื่อยล้า ไม่ร่าเริง
  • มีระบบเผาผลาญที่ไม่ดี
  • มีภาวะแพ้คาร์โบไฮเดรต
  • เป็นผื่นภูมิแพ้ เป็น ๆ หาย ๆ
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย อาเจียน คลื่นไส้

 

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร

 

วิธีปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ทารก

การปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ทารก คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนอาหารและพฤติกรรมของลูกน้อยได้ ซึ่งวิธีเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีดังนี้

 

1. เลือกโภชนาการย่อยง่ายให้ลูกน้อย

อย่างที่รู้กันว่านมแม่เป็นสารอาหารสำคัญที่สุดของทารก การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเป็นประโยชน์ต่อจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้สุขภาพลำไส้ของลูกน้อยดีขึ้น และยังมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของทารก เนื่องจากนมแม่ดีที่สุด เพราะเป็นนมย่อยง่าย เหมาะสมกับระบบลำไส้ของลูก รวมถึงนมแม่ยังมี MFGM และ DHA ที่ช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อเซลล์ประสาท ทำให้พัฒนาการสมองของลูกดียิ่งขึ้น

ส่วนในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกโภชนาการที่เหมาะสมกับความต้องการของลูก โดยแพทย์อาจจะแนะนำโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วนหรือ PHP (Partially Hydrolyzed Protein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีขนาดโมเลกุลเล็กที่ย่อยง่าย

 

2. กินอาหารที่มีไฟเบอร์ขณะตั้งครรภ์และให้นมลูก

อาหารที่มีไฟเบอร์จะช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ได้ดีและช่วยลดความเสี่ยงของโรคแพ้ภูมิตัวเองด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูกจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เพราะสารอาหารนี้จะถ่ายทอดไปยังทารกในครรภ์โดยตรง และยังผ่านในน้ำนมแม่ที่ต้องให้ลูกกินอีกเช่นกัน

 

3. ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

งานวิจัยได้เผยว่าการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายพักผ่อนและช่วยลดความเครียดได้ อีกทั้งยังช่วยให้ลำไส้สุขภาพดี คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกนอนหลับอย่างเพียงพอ ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน โดยทารกแรกเกิดนั้นควรนอนประมาณ 14-18 ชั่วโมงต่อวันจึงจะเพียงพอ

 

จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร

 

4. เลี้ยงสุนัขในบ้าน

คุณพ่อคุณแม่อาจกังวลว่าการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขกับทารก อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงสุนัขจะช่วยลดความเสี่ยงโรคผิวหนัง โรคเบาหวาน และโรคหอบหืด ซึ่งมีผลโดยตรงต่อจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของลูกน้อย

 

5. หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะกับลูกน้อย

แม้ว่ายาปฏิชีวนะจะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของทารก แต่การให้ยาลูกมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้เกิดการดื้อยาได้ อีกทั้งยังส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้โดยตรง สามารถทำลายจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารและทำให้เกิดความเสี่ยงในติดเชื้อจากแบคทีเรีย แต่หากคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะจริง ๆ ก็ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนเพื่อดูว่าปลอดภัยหรือไม่

 

การรักษา จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ของทารกมีความสำคัญอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกมีสุขภาพที่ดีด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และควรลดการใช้ยาปฏิชีวนะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของลูกสมดุลมากยิ่งขึ้น

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ภาวะแหวะนมในทารก อันตรายไหม อาการพบได้บ่อยที่พ่อแม่ต้องรู้

สารอาหารในน้ำนมแม่ สุดยอดประโยชน์จากธรรมชาติสำหรับลูกน้อย

นมผงแต่ละสูตรต่างกันอย่างไร ก่อนเปลี่ยนนมให้ลูกแม่ต้องรู้อะไรบ้าง

ที่มา :samitivejhospitals ,bioentist , 3

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Sittikorn Klanarong

  • หน้าแรก
  • /
  • ทารก
  • /
  • จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ทารกไม่สมดุล ระวังลูกเป็นโรค!
แชร์ :
  • เมจิ อีซี่คิวบ์ คว้ารางวัล Most Innovative Smart Milk Cubes for Smart Parent จาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    เมจิ อีซี่คิวบ์ คว้ารางวัล Most Innovative Smart Milk Cubes for Smart Parent จาก theAsianparent Awards 2025

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • ลูกเผลอกินทิชชู่! อันตรายไหม? เช็กด่วน! อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

    ลูกเผลอกินทิชชู่! อันตรายไหม? เช็กด่วน! อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

  • เมจิ อีซี่คิวบ์ คว้ารางวัล Most Innovative Smart Milk Cubes for Smart Parent จาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    เมจิ อีซี่คิวบ์ คว้ารางวัล Most Innovative Smart Milk Cubes for Smart Parent จาก theAsianparent Awards 2025

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • ลูกเผลอกินทิชชู่! อันตรายไหม? เช็กด่วน! อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

    ลูกเผลอกินทิชชู่! อันตรายไหม? เช็กด่วน! อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว