TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เด็กเมืองกรุงฉลาดกว่าเด็กบ้านนอกจริงมั้ย มีอะไรบ้าง ?

บทความ 5 นาที
เด็กเมืองกรุงฉลาดกว่าเด็กบ้านนอกจริงมั้ย มีอะไรบ้าง ?

ความแตกต่างของเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัด มีอะไรบ้าง? จริงมั้ยที่บอกกันว่าอยู่กรุงเทพแล้วดีกว่า ลูกจะฉลาดกว่าอยู่ต่างจังหวัด

ความแตกต่างของเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัดมีอะไรบ้าง แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่มีความเจริญมากที่สุด จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งโอกาส ที่คนต่างก็มุ่งมาเพื่ออยากจะหางานทำ สร้างเนื้อสร้างตัว ไขว่คว้าหาโอกาสในชีวิต แต่สำหรับคนที่มีครอบครัวมีลูกแล้ว หรือกำลังวางแผนจะมีลูกเคยคิดหรือไม่ว่านี่เป็นที่ ๆ เหมาะจะให้ลูกเราเติบโตหรือเปล่า? เพราะอย่างที่เรารู้กันว่ากรุงเทพฯ นั้นเป็นเมืองที่มีแต่ความเร่งรีบ และการแข่งขันสูง รถติด สภาพอากาศนับวันก็จะยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ จะเหมาะกับการเจริญเติบโตของเด็กจริง ๆ หรอ? วันนี้เราเลยจะมาเปรียบเทียบ ความแตกต่างของเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัด ให้ดูกัน

ความแตกต่างของเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัด

4 ความแตกต่างของเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัด

ความเร่งรีบ

อย่างที่รู้กันว่ากรุงเทพนั้นเป็นเมืองที่รถติดมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องความเร่งรีบนั้นไม่ต้องพูดถึง การจะไปโรงเรียนได้นั้นหากใครโรงเรียนอยู่ไกลจากบ้านหน่อย ก็ต้องเผื่อเวลากันเป็นชั่วโมง ทำให้ทั้งพ่อแม่ลูกต่างก็ต้องพากันตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวไปเรียนไปทำงาน ตอนเย็นกลับบ้านก็ต้องเผชิญรถติดอีกรอบ ยิ่งถ้าใครมีเรียนพิเศษกว่าจะได้อาบน้ำ กินข้าว ทำการบ้านก็ดึกแล้ว นอกจากจะเสียเวลาไปกับการเดินทางแล้วการนอนดึก ตื่นเช้ายังอาจจะทำให้เด็ก ๆ ไม่ได้พักผ่อนมากเท่าที่ควร ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกายและทางสมองโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

กลับกันเด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะไม่ต้องพบปัญหานี้เท่าไหร่นัก เพราะการจราจรไม่ติดขัดเท่าในกรุงเทพ ทำให้เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้ามากจนเกินไป และไม่ต้องกลับบ้านดึก ทำให้มีเวลาเหลือไปเล่นหรือทำอย่างอื่นได้ และไม่รบกวนการนอนของเด็กด้วย

การแข่งขัน

ถึงแม้ว่ากรุงเทพจะมีสถานศึกษาดี ๆ ให้เลือกเรียนมากมาย แต่ก็มาพร้อมกับการแข่งขันที่สูงมาก บางโรงเรียนต้องสอบเข้าตั้งแต่ระดับอนุบาล ระดับประถม หรือแม้กระทั่งระดับของมัธยม ทำให้เด็ก ๆ ต้องเจอกับความกดดันตั้งแต่เล็ก (โดยเฉพาะในครอบครัวที่พ่อแม่กดดัน) เลิกเรียนแทนที่เด็กจะได้เล่น ได้ใช้เวลากับพ่อแม่ตามที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น กลับต้องไปเรียนพิเศษเพิ่ม ซึ่งไม่ดีต่อพัฒนาการของเด็ก ในขณะที่ต่างจังหวัดนั้นการแข่งขันไม่สูง ทำให้ไม่ค่อยพบปัญหานี้เท่าไหร่นัก เด็กส่วนใหญ่เลิกเรียนก็กลับบ้านใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ ไม่ต้องมาเครียดโดยไม่จำเป็นตั้งแต่เด็ก

ค่าครองชีพ

มาที่เรื่องของค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สำหรับข้อนี้ยังไงต่างจังหวัดก็ชนะกรุงเทพแน่นอน เพราะหลาย ๆ จังหวัดนั้นค่าครองชีพต่ำกว่ากรุงเทพค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะน้อยกว่า แต่พอหักลบกับส่วนต่างของค่าใช้จ่ายแล้วก็ถือว่าถูกกว่าอยู่ดี เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเรื่องของการอวดของกันในโรงเรียน หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินหรือเจอมากับตัวเองเรื่อง “เพื่อนมีฉันต้องมี” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะในโรงเรียนที่เด็กส่วนใหญ่ค่อนข้างมีฐานะอย่างโรงเรียนในกรุงเทพเป็นต้น ที่ต้องมีของใหม่ ๆ แพง ๆ มาอวดกันเสมอ ซึ่งภาระก็จะไปตกอยู่กับพ่อแม่ว่าจะสอนลูกยังไงดี ให้ลูกเข้าใจ ไม่เช่นนั้นก็ต้องเลือกระหว่าง จ่ายเงินตามใจลูก หรือปล่อยให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น ในขณะที่ต่างจังหวัดจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการอวดของแบบนี้นัก แต่ถึงมีก็ยังน้อยกว่าในเมืองหลวง

โอกาสทางการศึกษา

สำหรับข้อนี้คงต้องยกให้เด็กกรุงเทพได้เปรียบกว่า เนื่องจากในกรุงเทพนั้นเด็ก ๆ จะมีตัวเลือกในการศึกษาที่หลากหลายกว่า ในทุก ๆ ระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็นทางโรงเรียนรัฐ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนอินเตอร์  สอบที่แรกไม่ติดก็ยังมีอีกหลายที่ดี ๆ ให้เลือก ยังไม่รวมโรงเรียนกวดวิชาดัง ๆ อีกหลายสถาบัน ทำให้เด็กกรุงเทพสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้มากกว่า

ต่างจากเด็กต่างจังหวัด ที่มีโรงเรียนให้เลือกไม่กี่โรงเรียนเท่านั้น งบประมาณสถานศึกษาก็ไม่ทั่วถึง โรงเรียนรอบนอกขาดการพัฒนา คุณภาพการเรียนการสอนไม่เทียบเท่าโรงเรียนอื่น ๆ บางจังหวัดถึงขั้นถ้าหลุดจากโรงเรียนประจำจังหวัดไปก็ต้องเรียกว่าโชคร้ายเลยทีเดียว

เคยมีการศึกษาเปรียบเทียบไอคิวของเด็กระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า เด็กกรุงเทพนั้นมีค่าเฉลี่ยไอคิวสูงกว่าเด็กต่างจังหวัดถึง 10 จุด โดยเด็กต่างจังหวัดนั้นมีค่าเฉลี่ยไอคิวไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานด้วยซ้ำ ซึ่งสาเหตุนั้นก็มาจากหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยงดู โภชนาการ และโรงเรียนต่างจังหวัดที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอและไม่ได้มาตรฐาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ต่างจังหวัดแล้วจะหมดโอกาสนะ เพราะในยุคสมัยที่อินเตอร์เน็ตทั่วถึงทุกพื้นที่แบบนี้ ขอแค่เด็กมีความตั้งใจและขวนขวายก็สามารถประสบผลสำเร็จได้เช่นกัน ต่อให้อยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นปัญหา

นี่ก็เป็น ความแตกต่างระหว่างเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัด ที่เห็นได้ชัดและเกิดกับครอบครัวส่วนใหญ่ จะเห็นได้ว่าทั้งสองแบบต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเป็นตามนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะสุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเองและการเลี้ยงดูของแต่ละบ้านด้วย และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เด็กกรุงเทพและเด็กต่างจังหวัดมีความแตกต่างกัน คือการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้ง เรามีดูกันว่าความแตกต่างเป็นเช่นไร และกีฬาสามารถฝึกอะไรได้บ้าง

ความแตกต่างของเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัด

ความแตกต่างในการเล่นกีฬาของเด็กเมืองกรุงและเด็กต่างจังหวัด

การเล่นกีฬาของเด็กในเมืองกรุงนั้นส่วนมากแล้วจะไปเล่นตามสนามให้เช่า หรือเพียงแค่ในโรงเรียนเท่านั้น ส่วนเด็กต่างจังหวัดสามารถเล่นได้ทุกที่เพราะส่วนใหญ่แล้วพื้นที่เล่นกีฬา หรือจัดกิจกรรมกลางแจ้งของเด็กต่างจังหวัดมักจะมีค่อนข้างเยอะกว่าและ ค่อนข้างไม่ต้องมีค่าให้จ่ายใด ๆ ยกตัวอย่างเช่น การเล่นฟุตบอลเด็กกรุงเทพอาจจะเช่าสนานเล่น แต่เด็กต่างจังหวัดเล่นที่ลานหน้าบ้านตัวเอง หรือกลางทุ่งนา และไม่ต้องได้เสียค่าใช้จ่าย นี้ก็เป็นความแตกต่างของเด็กเมืองกรุง และเด็กต่างจังหวัดอย่างหนึ่งเช่นกัน และเรามาดูกันว่าการเล่นกีฬาดีอยางไร และฝึกทักษะทางด้านใดบ้าง

กีฬาช่วยฝึกทักษะอย่างไรบ้างของเด็ก ๆ

กีฬาไม่เพียงดีต่อพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กเท่านั้น แต่ยังดีต่อจิตใจ ทั้งยังช่วยสอนทักษะสำคัญ ๆ ในชีวิตให้แก่เด็กได้ด้วย พัฒนาการจากกีฬามีมากกว่าการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทางกายภาพ เพราะกีฬาช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะรับมือกับช่วงเวลาแห่งความตกต่ำ และสูงส่งในชีวิต เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ว่าจะแพ้ยังไงให้เป็น การแพ้สอนให้เด็กก้าวข้ามความผิดหวัง และรับมือกับประสบการณ์ไม่น่าพึงพอใจ นอกจากนั้นการเล่นกีฬายังช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ และแปลงความรู้สึกแง่ลบออกมาในทางบวก ทั้งยังช่วยให้เด็ก ๆ รู้จักถึงความอดทน

ผลดีต่ออารมณ์และสังคม

กีฬามีผลดีต่ออารมณ์ เพราะกิจกรรมทางร่างกายกระตุ้นการหลั่งสารเคมีในสมองที่ทำให้เกิดความรู้สึกดี ๆ ดังนั้นการเล่นกีฬาเป็นประจำจึงทำให้เด็กอารมณ์ดีขึ้น อีกทั้งยังมีการวิจัยที่สะท้อนถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างการเล่นกีฬา กับการที่เด็กเห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากทีม คำพูดที่ให้กำลังใจจากโค้ช และการเล่นอย่างสุดฝีมือ ล้วนช่วยให้เด็กรู้สึกดีกับตัวเอง

การเล่นเป็นทีมช่วยให้เด็กมีพัฒนาทักษะมากขึ้นทางสังคมเช่นกัน เพราะสอนให้เด็กรู้จักร่วมมือ เห็นแก่ตัวน้อยลง ฟังเด็กคนอื่น และช่วยให้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ นอกเหนือจากเพื่อนที่โรงเรียน

สิ่งสำคัญในการเล่นเป็นทีม คือการยอมรับระเบียบวินัย เพราะการเล่นกีฬาหมายความว่าเด็กต้องทำตามกฎและกติกาของกีฬานั้น ๆ  ยอมรับการตัดสินใจของผู้อื่น และเข้าใจว่าอาจถูกลงโทษหากแสดงพฤติกรรมไม่ดีออกมา ทั้งยังสอนให้รู้จักฟังคำสั่งจากโค้ช กรรมการ และผู้ใหญ่คนอื่น ๆ นอกจากนั้น ยังสอนเกี่ยวกับทีมเวิร์คด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะมีประโยชน์มากเมื่อเด็กโตขึ้น เพราะจะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี และรู้จักหน้าที่ของตัวเองว่า “เล่น”ในส่วนไหน

พ่อแม่มีบทบาทสำคัญ

หากอยากให้ลูกสนใจและชอบเล่นกีฬา พ่อแม่ต้องสร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้แก่ลูก ด้วยการเน้นที่ความสนุก หรือการได้เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แทนที่จะเน้นที่การแพ้หรือชนะเพียงอย่างเดียว พ่อแม่สามารถสร้างทัศนคติแง่บวกให้แก่ลูกได้ด้วยการเอ่ยปากชมทีมนักกีฬาแม้ในกรณีที่แข่งไม่ชนะ โดยอธิบายให้ลูกฟังว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่ความพยายามทำให้ดีที่สุด

ยิมนาสติกกับความเชื่อมั่น

การสนับสนุนให้ลูกชื่นชอบกีฬา เป็นสิ่งที่ปลูกฝังได้ตั้งแต่ยังเด็ก รวมถึงเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งดูมีพลังงานเหลือเฟือในการเล่นซน กีฬาสนุก ๆ ที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ มีตั้งแต่ ยิมนาสติก ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ไปจนถึงคาราเต้ ซึ่งทักษะพื้นฐานของกีฬาเหล่านี้ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนกีฬาประเภทอื่น แต่ขณะเดียวกันก็สามารถสอนให้เด็กรู้จักการควบคุมตัวเอง เรียนรู้จังหวะการเคลื่อนไหว และมั่นใจในร่างกายของตนเอง ซึ่งเด็กที่มั่นใจในร่างกายของตัวเองจะเริ่มมีความมั่นใจในการเข้าสังคมด้วย นอกจากนั้น ศิลปะการป้องกันตัวอย่างคาราเต้ ยังสอนให้เด็กรู้จักเคารพผู้อื่น เริ่มจากการโค้งคำนับฝ่ายตรงข้าม

ความแตกต่างของเด็กกรุงเทพกับเด็กต่างจังหวัด

ฟุตบอลกับทักษะการสื่อสาร

เด็กหรือวัยรุ่นสมัยนี้อาจคิดว่าเพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาอยู่ในโลกโซเชียล และพออยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง นักรบคีย์บอร์ดก็ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร หากอยากเติมเต็มจุดอ่อนของลูกด้านการสื่อสาร พ่อแม่อาจสนับสนุนให้ลูกเล่นกีฬาที่เป็นทีม อย่างเช่นฟุตบอล รักบี้ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เพราะในการทำหน้าที่สมาชิกที่ดีในทีม ลูกต้องเกี่ยวพันกับทุกคนในทีมรวมถึงโค้ช ทั้งยังต้องเรียนรู้เทคนิควิธีการเล่น และการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อจะได้รู้ทางหรือเล่นเข้าขากัน ในทีมที่ประสบความสำเร็จนั้น ผู้เล่นจะพูดคุยหรือสื่อสารกันตลอดเวลาว่าตอนนี้อยู่จุดไหนและควรไปให้ถึงจุดไหน นั่นคือการมองว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และจะแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างไร นอกจากนั้น ลูกยังสามารถเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนทั่วไป อย่างเจ้าหน้าที่ คนดู หรือกองเชียร์อีกด้วย หากลูกฝีเท้าหรือฝีมือดี ก็อาจได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งจะเป็นสนามอย่างดีสำหรับเรียนรู้ทักษะความเป็นผู้นำ และทักษะการสร้างทีม นอกเหนือจากทักษะการสื่อสาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ทั้งตอนอยู่ในโรงเรียน หรือตอนเรียนจบมีงานทำ ไปจนถึงตอนติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น

เทนนิสกับสมาธิ-ความบากบั่น

บรรดานักเทนนิสฝีมือดี น่าจะเป็นนักกีฬาที่มีสมาธิ และมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอันดับต้น ๆ ของโลก เพราะพวกเขาไล่เก็บไปทีละแต้ม จนกระทั่งสามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ในหลายแมทช์ทั้งที่แพ้ไปแล้วหลายเซ็ต ขณะที่ถ้าเป็นคนทั่วไปคงยกธงขาวและเก็บของกลับบ้านไปนานแล้ว นอกจากมีสมาธิกับการเล่น และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าแล้ว พวกเขายังมองภาพในมุมกว้าง คือมองภาพรวมด้วย นั่นคือคำนึงถึงผลลัพธ์ของการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำตรงหน้า การค่อย ๆ เก็บค่อย ๆ ทำไปอย่างไม่ลดละ พร้อมกับไม่ลืมเป้าหมายระยะยาว ถือเป็นทักษะล้ำค่าสำหรับเด็กสมัยนี้ ซึ่งอาจจดจ่อกับอะไรได้ไม่นานนัก หรือบางครั้งทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้ายังไม่เสร็จ ก็หันไปหยิบจับอย่างอื่นแล้ว ดังนั้นหากอยากให้ลูกมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำ และไม่ล้มเลิกความพยายามอะไรง่ายๆ  เทนนิสเป็นกีฬาที่น่าสนใจเลยทีเดียว

แหล่งอ้างอิงจาก :  edium.com/@pimploy.rungsaung

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกเข้าโรงเรียน ใช้เอกสารอะไรบ้าง ไม่มีเอกสารพ่อ หรือแม่ ควรทำอย่างไรดี

เลือกโรงเรียนให้ลูก พ่อแม่ควรเลือกแบบไหน อย่างไรดี?

ปัญหาวัยเรียน ที่พ่อแม่ต้องเจอแน่ๆ รับมือและแก้ไขยังไงดี

บทความจากพันธมิตร
เปิดไลฟ์สไตล์ เด็กยุคใหม่ เล่นสนุก พร้อมทุกกิจกรรม ก่อนจะทำอะไร ให้ลูกดื่มแบรนด์จูเนียร์ไว้ก่อน
เปิดไลฟ์สไตล์ เด็กยุคใหม่ เล่นสนุก พร้อมทุกกิจกรรม ก่อนจะทำอะไร ให้ลูกดื่มแบรนด์จูเนียร์ไว้ก่อน
5 วิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก เสริมเกราะป้องกันในช่วง โควิด-19 และฝุ่น PM 2.5
5 วิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก เสริมเกราะป้องกันในช่วง โควิด-19 และฝุ่น PM 2.5
#เสื้อซับในบอกลาร้อนอับชื้น ถึงอากาศจะร้อน ก็สบายตัว เพราะ แห้งไว ระบายเหงื่อ ทำให้ตัวไม่เหนียวไร้กลิ่นเหม็นอับ
#เสื้อซับในบอกลาร้อนอับชื้น ถึงอากาศจะร้อน ก็สบายตัว เพราะ แห้งไว ระบายเหงื่อ ทำให้ตัวไม่เหนียวไร้กลิ่นเหม็นอับ
เคล็ดลับช่วยให้ลูกสูง ทำได้ไม่ยาก พ่อแม่ไม่สูง ลูกก็สูงได้
เคล็ดลับช่วยให้ลูกสูง ทำได้ไม่ยาก พ่อแม่ไม่สูง ลูกก็สูงได้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

kamonchanok

  • หน้าแรก
  • /
  • เด็กก่อนวัยรุ่น
  • /
  • เด็กเมืองกรุงฉลาดกว่าเด็กบ้านนอกจริงมั้ย มีอะไรบ้าง ?
แชร์ :
  • ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

    ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

  • 5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

    5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

  • รู้ให้ทัน! โทษของบุหรี่ไฟฟ้า ประตูสู่ยาเสพติด ภัยใกล้ตัวลูกกว่าที่คิด

    รู้ให้ทัน! โทษของบุหรี่ไฟฟ้า ประตูสู่ยาเสพติด ภัยใกล้ตัวลูกกว่าที่คิด

  • ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

    ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

  • 5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

    5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

  • รู้ให้ทัน! โทษของบุหรี่ไฟฟ้า ประตูสู่ยาเสพติด ภัยใกล้ตัวลูกกว่าที่คิด

    รู้ให้ทัน! โทษของบุหรี่ไฟฟ้า ประตูสู่ยาเสพติด ภัยใกล้ตัวลูกกว่าที่คิด

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว