TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

การตัดฝีเย็บ ตอนคลอดลูกคนที่ 2-3 จำเป็นต้องทำทุกครั้งหรือเปล่า?

บทความ 8 นาที
การตัดฝีเย็บ ตอนคลอดลูกคนที่ 2-3 จำเป็นต้องทำทุกครั้งหรือเปล่า?

การตัดฝีเย็บ ตอนคลอดลูกคนที่ 2-3 จำเป็นไหม? ดูปัจจัยที่แพทย์ใช้ตัดสินใจ วิธีลดโอกาสถูกตัด และดูแลแผลให้หายไว พร้อมข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การตัดฝีเย็บ (Episiotomy) ตอนคลอดลูกคนที่ 2 หรือ 3 ไม่ได้จำเป็นต้องทำในทุกราย แนวทางปัจจุบันทั้งขององค์การอนามัยโลก (WHO) และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ระบุตรงกันว่าควรทำเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่ตัดเป็นกิจวัตรทุกการคลอด คุณแม่หลายคนที่คลอดลูกคนที่ 2 ขึ้นไปพบว่าไม่ถูกตัดเลย เพราะเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดยืดหยุ่นได้ดีขึ้นจากการคลอดครั้งก่อน แต่การตัดสินใจสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยหน้างาน เช่น ขนาดทารก ท่าคลอด และดุลยพินิจของสูติแพทย์หรือผดุงครรภ์ ณ ขณะนั้นค่ะ

สารบัญ

  • สรุปสั้นๆ
  • การตัดฝีเย็บคืออะไร และทำไมแม่ ๆ ยังถามกันมาก
  • คลอดลูกคนที่ 2 หรือ 3 โอกาสถูกตัดฝีเย็บน้อยลงจริงไหม?
  • แพทย์พิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจตัดฝีเย็บ?
  • ตารางเปรียบเทียบ: ตัดฝีเย็บ vs ไม่ตัด (ฉีกเอง)
  • จะลดโอกาสถูกตัดฝีเย็บได้อย่างไร?
  • เช็กลิสต์: สิ่งที่ควรเตรียมก่อนคลอด เพื่อลดโอกาสถูกตัดฝีเย็บ
  • หลังคลอดแล้ว ดูแลแผลฝีเย็บอย่างไร ให้หายไว?
  • เรื่องที่แม่ ๆ มักถามในคอมมูนิตี้คุณแม่แต่ไม่กล้าถามหมอ
  • FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง การตัดฝีเย็บ

สรุปสั้นๆ

  • การตัดฝีเย็บควรทำเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นทางการแพทย์ ไม่ใช่ตัดทุกการคลอดโดยอัตโนมัติ
  • คุณแม่ที่คลอดลูกคนที่ 2-3 มีโอกาสไม่ถูกตัดฝีเย็บสูงกว่าการคลอดครั้งแรก เพราะเนื้อเยื่อผ่านการยืดขยายมาก่อน
  • ปัจจัยที่ทำให้แพทย์ตัดสินใจตัด ได้แก่ ทารกตัวโต หัวใจทารกผิดปกติ หรือการคลอดไม่ก้าวหน้า
  • การนวดฝีเย็บตั้งแต่ช่วงใกล้คลอดช่วยให้เนื้อเยื่อยืดหยุ่นขึ้น และมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดโอกาสตัดฝีเย็บได้
  • หากไม่อยากถูกตัด คุณแม่พูดคุยกับสูติแพทย์ล่วงหน้าได้เลย ไม่ต้องรอถึงห้องคลอด

การตัดฝีเย็บคืออะไร และทำไมแม่ ๆ ยังถามกันมาก

การตัดฝีเย็บ คือการกรีดเนื้อเยื่อบริเวณระหว่างช่องคลอดกับทวารหนัก (เรียกว่า perineum หรือฝีเย็บ) ด้วยกรรไกรผ่าตัดในจังหวะที่ศีรษะทารกกำลังจะคลอดออกมา เป้าหมายคือขยายช่องทางคลอดให้กว้างขึ้นชั่วคราว แล้วจึงเย็บซ่อมแซมในภายหลัง

ในอดีต โรงพยาบาลในไทยและอีกหลายประเทศเคยทำการตัดฝีเย็บเป็นมาตรฐานสำหรับการคลอดเกือบทุกราย ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยป้องกันการฉีกขาดเองที่ควบคุมทิศทางไม่ได้ และช่วยปกป้องกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน อัตราการตัดฝีเย็บทั่วโลกเคยเพิ่มขึ้นจากประมาณร้อยละ 5 ในช่วงต้นปี 1900 ไปสูงถึงเกือบร้อยละ 80 ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20

แต่หลักฐานทางการแพทย์ที่สะสมมาหลายสิบปีกลับพบว่าการตัดแบบ “ทำไว้ก่อนเลย” หรือตัดเป็นกิจวัตร ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปล่อยให้ฉีกเองตามธรรมชาติ และในหลายกรณียังทำให้ฟื้นตัวช้ากว่าด้วยซ้ำ องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงออกแนวทางไม่แนะนำการตัดฝีเย็บแบบกิจวัตร (routine episiotomy) มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเสนอว่าอัตราการตัดฝีเย็บที่เหมาะสมควรอยู่ที่ราวร้อยละ 10 ของการคลอดทางช่องคลอดทั้งหมด สอดคล้องกับจุดยืนของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) ที่ระบุว่าข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันไม่สนับสนุนการตัดฝีเย็บแบบเสรีหรือกิจวัตร แต่ยังคงมีบทบาทในบางสถานการณ์ที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน

ฝั่งราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยเองก็มีทิศทางเดียวกัน งานวิจัยของแพทย์ไทยที่ตีพิมพ์ในวารสารราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยยังคงศึกษาต่อเนื่องเรื่องเทคนิคการตัดฝีเย็บที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับกรณีที่จำเป็นต้องตัดจริง ๆ ดังนั้นคุณแม่ที่คลอดในโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนยุคนี้จึงมีสิทธิ์ถามและมีสิทธิ์เลือกได้เต็มที่ค่ะ

คลอดลูกคนที่ 2 หรือ 3 โอกาสถูกตัดฝีเย็บน้อยลงจริงไหม?

โดยทั่วไปแล้วใช่ค่ะ เนื้อเยื่อบริเวณปากช่องคลอดและฝีเย็บของคุณแม่ที่เคยคลอดทางช่องคลอดมาแล้วมักมีความยืดหยุ่นมากกว่าตอนคลอดครั้งแรก เพราะเนื้อเยื่อผ่านการยืดขยายมาก่อนแล้ว ทำให้ในการคลอดครั้งต่อ ๆ ไป ศีรษะทารกมักผ่านช่องคลอดได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยการตัดช่วย

ในกลุ่มคุณแม่ที่แชร์ประสบการณ์ใน ​คอมมูนิตี้ theAsianparent หลายคนเล่าว่าคลอดลูกคนที่ 2 โดยไม่ถูกตัดเลย บางคนฉีกเล็กน้อยเองแต่แพทย์เย็บปิดได้ง่าย และระยะเจ็บปวดหลังคลอดก็น้อยกว่าครั้งแรกอย่างชัดเจน

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะคะ ยังมีคุณแม่ที่คลอดลูกคนที่ 3 แล้วก็ยังถูกตัดฝีเย็บอยู่ดี เพราะเจอปัจจัยที่ไม่คาดคิด เช่น ลูกพลิกท่า หรือจำเป็นต้องใช้คีมช่วยคลอด ซึ่งเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ประเมินล่วงหน้าได้ยาก

 

การตัดฝีเย็บ

แพทย์พิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจตัดฝีเย็บ?

สูติแพทย์และผดุงครรภ์จะประเมินหลายปัจจัยพร้อมกันในช่วงเบ่งคลอด ปัจจัยที่มักนำไปสู่การตัดฝีเย็บ ได้แก่:

  • ทารกตัวโตเกินคาด หรือภาวะไหล่ติด ซึ่งต้องการพื้นที่เพิ่มอย่างเร่งด่วน
  • อัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ ที่จำเป็นต้องเร่งให้คลอดออกมาโดยเร็ว
  • ต้องใช้คีมหรือเครื่องดูดสูญญากาศช่วยคลอด เพราะอุปกรณ์ต้องการพื้นที่มากขึ้น
  • เนื้อเยื่อตึงมากและแพทย์ประเมินว่าจะฉีกรุนแรง หากปล่อยให้ฉีกเองอาจขยายลึกถึงกล้ามเนื้อหรือทวารหนักได้
  • ศีรษะทารกออกเร็วมากผิดปกติ จนแพทย์ไม่มีเวลาประคองให้เนื้อเยื่อค่อย ๆ ยืด

หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ แพทย์ส่วนใหญ่ในยุคนี้จะเลือกวิธี “watch and support” แทน คือประคองศีรษะทารกให้ค่อย ๆ โผล่ออกมาช้า ๆ พร้อมช่วยนวดยืดเนื้อเยื่อไปด้วย ซึ่งเป็นแนวทางที่ Mayo Clinic และ Cleveland Clinic ต่างระบุตรงกันว่าการตัดฝีเย็บในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่พบได้น้อยลงมาก เมื่อเทียบกับการคลอดในอดีต

 

ตารางเปรียบเทียบ: ตัดฝีเย็บ vs ไม่ตัด (ฉีกเอง)

ประเด็น

ตัดฝีเย็บ
(Episiotomy)

ฉีกเองตามธรรมชาติ
(Spontaneous tear)

ควบคุมทิศทางแผล ได้ — แพทย์เลือกทิศทางและมุมตัด ควบคุมไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ฉีกตื้น
ความเจ็บหลังคลอด มักเจ็บนานกว่า โดยเฉพาะแบบเฉียง ขึ้นอยู่กับระดับ ฉีกตื้นมักเจ็บน้อยกว่า
เวลาฟื้นตัว นานกว่าเล็กน้อย เร็วกว่า ถ้าฉีกระดับ 1-2
โอกาสติดเชื้อ มีแต่ต่ำ หากดูแลแผลถูกวิธี ใกล้เคียงกัน
เหมาะกับสถานการณ์ไหน กรณีฉุกเฉิน ทารกตัวใหญ่ ต้องใช้คีม/เครื่องดูดสูญญากาศ การคลอดดำเนินไปตามปกติ ไม่มีข้อบ่งชี้ฉุกเฉิน
แนวทางที่แนะนำในปัจจุบัน ทำเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เป็นแนวทางหลักที่ WHO และ ACOG แนะนำ

จะลดโอกาสถูกตัดฝีเย็บได้อย่างไร?

1. นวดฝีเย็บก่อนคลอด

เริ่มนวดได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 34-36 สัปดาห์ โดยใช้น้ำมันที่ปลอดภัย เช่น น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์หรือน้ำมันโจโจบา นวดบริเวณฝีเย็บวันละ 5-10 นาที งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Cochrane ที่รวบรวมข้อมูลจาก 4 การศึกษาในคุณแม่เกือบ 2,500 คน พบว่าการนวดฝีเย็บช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บที่ต้องเย็บแผลได้ราวร้อยละ 9 และลดโอกาสถูกตัดฝีเย็บได้ราวร้อยละ 16 โดยผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในคุณแม่ที่คลอดลูกคนแรก ส่วนคุณแม่ที่เคยคลอดทางช่องคลอดมาก่อนแม้ผลด้านการลดรอยฉีกขาดจะชัดน้อยกว่า แต่ยังพบว่าช่วยลดอาการเจ็บฝีเย็บเรื้อรังในช่วง 3 เดือนหลังคลอดได้เช่นกัน

2. แจ้งความต้องการในแผนการคลอด (Birth Plan)

เขียนหรือพูดคุยกับสูติแพทย์ตั้งแต่ก่อนวันคลอดว่าคุณแม่ไม่ต้องการถูกตัดฝีเย็บ เว้นแต่มีความจำเป็นจริง ๆ แพทย์ที่ดีจะรับฟังและบันทึกความต้องการนี้ไว้ในแฟ้มประวัติ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คลอดธรรมชาติได้ไหม ผลเลือดแม่บอกได้ เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนคุยกับแพทย์ด้วยค่ะ

3. ท่าทางระหว่างเบ่งคลอด

การเบ่งในท่านอนหงายแบบดั้งเดิมอาจกดดันฝีเย็บมากกว่าท่าอื่น ปัจจุบันบางโรงพยาบาลในไทยเริ่มเปิดตัวเลือกให้คุณแม่เบ่งในท่านั่งยอง ท่าคุกเข่า หรือท่าตะแคง ซึ่งช่วยลดแรงกดที่ฝีเย็บโดยตรงได้

4. เบ่งช้า ๆ ตามจังหวะที่แพทย์แนะนำ

แพทย์หรือผดุงครรภ์บางท่านจะขอให้หยุดเบ่งชั่วขณะในจังหวะที่ศีรษะทารกกำลังโผล่ออกมา เพื่อให้เนื้อเยื่อค่อย ๆ ยืดทีละนิดแทนที่จะถูกดันออกอย่างรวดเร็ว วิธีนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากคุณแม่ในช่วงที่เจ็บมากที่สุด แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงการฉีกขาดรุนแรงได้จริง

 

การเบ่งคลอด

 

เช็กลิสต์: สิ่งที่ควรเตรียมก่อนคลอด เพื่อลดโอกาสถูกตัดฝีเย็บ

✅  พูดคุยกับสูติแพทย์เรื่องแผนการคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์

✅  ถามแพทย์โดยตรงว่ามีแนวทางอย่างไรกับ การตัดฝีเย็บ

✅  เริ่มนวดฝีเย็บตั้งแต่อายุครรภ์ 34-36 สัปดาห์

✅  เรียนรู้เทคนิคการหายใจและเบ่งคลอดอย่างถูกวิธีจากคลาสเตรียมคลอด

✅  ฝึกออกกำลังกายท่า Kegel (เคเกล) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

✅  แจ้งความต้องการกับคุณหมอในห้องคลอดซ้ำอีกครั้งในวันจริง

✅  มีคนเคียงข้าง (สามี) ที่รับรู้ความต้องการของคุณแม่ด้วย

บทความจากพันธมิตร
มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ

หลังคลอดแล้ว ดูแลแผลฝีเย็บอย่างไร ให้หายไว?

ไม่ว่าจะถูกตัดหรือฉีกเอง การดูแลแผลให้ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วง 2-4 สัปดาห์แรกหลังคลอด

  • ล้างแผลหลังขับถ่ายทุกครั้ง ด้วยน้ำสะอาดหรือแช่ sitz bath อุ่น ๆ หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีฤทธิ์แรง
  • ประคบเย็น ด้วยผ้าเย็นสะอาดในช่วงชั่วโมงแรก ๆ หลังคลอด ช่วยลดอาการบวมได้มาก
  • ไม่นั่งนานเกินไป เปลี่ยนท่านั่งบ่อย ๆ หรือใช้หมอนโดนัทรองนั่งเพื่อลดแรงกดที่แผล
  • สังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น แผลบวมแดงมาก มีหนอง หรือมีไข้ ให้รีบกลับไปพบแพทย์ทันที

ช่วงพักฟื้นหลังคลอดนอกจากเรื่องแผลฝีเย็บแล้ว ร่างกายของคุณแม่ยังต้องฟื้นตัวในหลายด้านพร้อมกัน ทั้งระบบย่อยอาหารและสภาพผมที่มักร่วงง่ายกว่าปกติในช่วงหลังคลอด หากกำลังมองหาตัวช่วยดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่อ่อนโยน ผลิตภัณฑ์อย่าง Mama’s Choice Treatment Shampoo ที่ออกแบบมาสำหรับคุณแม่หลังคลอดโดยเฉพาะ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายคนใช้ควบคู่ไปกับการดูแลแผลฝีเย็บอย่างใกล้ชิดค่ะ

สำหรับคุณแม่ที่อยากอ่านเรื่องปัญหาระบบย่อยอาหารหลังคลอดเพิ่มเติม ก็สามารถอ่านได้ที่ 4 ปัญหาการย่อย ที่คุณแม่อาจเจอหลังคลอด

 

เรื่องที่แม่ ๆ มักถามในคอมมูนิตี้คุณแม่แต่ไม่กล้าถามหมอ

Q: ถ้าไม่อยากถูกตัด แต่หมอบอกว่าต้องตัด จะปฏิเสธได้ไหม?

A: ในทางทฤษฎี คุณแม่มีสิทธิ์รับรู้ข้อมูลและร่วมตัดสินใจ แต่หากแพทย์ระบุว่าจำเป็นในเชิงฉุกเฉิน เช่น หัวใจทารกผิดปกติ นั่นคือสถานการณ์ที่ควรให้ความไว้วางใจกับดุลยพินิจของแพทย์ ณ หน้างาน การสื่อสารความต้องการล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเจ็บท้องจึงสำคัญกว่าการต่อรองในห้องคลอดค่ะ

Q: แผลจากการตัดฝีเย็บกับแผลจากการฉีกเอง แบบไหนเจ็บกว่ากัน?

A: ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง แผลจากการฉีกเองแบบตื้น (ระดับ 1) มักเจ็บน้อยกว่าแผลจากการตัดฝีเย็บ แต่หากฉีกลึกถึงระดับ 3-4 จะเจ็บนานกว่าและฟื้นตัวยากกว่าแผลจากการตัดที่ควบคุมทิศทางได้เสียอีก

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง การตัดฝีเย็บ

1. แม่ที่คลอดลูกคนที่ 2 จะถูกตัดฝีเย็บอีกไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ โอกาสถูกตัดลดลงเพราะเนื้อเยื่อยืดหยุ่นดีขึ้นจากการคลอดครั้งก่อน แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในห้องคลอดด้วย การพูดคุยกับแพทย์ล่วงหน้าจะช่วยให้มั่นใจมากขึ้น

2. ถ้าเคยถูกตัดฝีเย็บในครั้งแรก แผลเก่าจะมีผลกับการคลอดครั้งต่อไปไหม?

มีผลอยู่บ้างค่ะ เพราะเนื้อเยื่อบริเวณรอยแผลเก่ามักยืดหยุ่นน้อยกว่าเนื้อเยื่อปกติ บางรายแพทย์อาจพิจารณาตัดซ้ำในตำแหน่งเดิม ขณะที่บางรายก็คลอดได้โดยไม่มีปัญหาเลย ขึ้นอยู่กับขนาดแผลเดิมและสภาพเนื้อเยื่อในขณะนั้น

3. การนวดฝีเย็บต้องให้ใครนวด?

คุณแม่นวดเองได้ หรือให้คุณพ่อช่วยก็ได้ค่ะ เริ่มได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 34-36 สัปดาห์ วันละ 5-10 นาที โดยใช้น้ำมันธรรมชาติที่ปลอดภัย เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ หรือโจโจบาออยล์

4. ถ้าไม่อยากถูกตัดฝีเย็บ ควรบอกหมอตอนไหน?

บอกได้เลยตั้งแต่การฝากครรภ์ครั้งสุดท้ายก่อนครบกำหนดคลอด หรือเขียนใส่แผนการคลอดให้ชัดเจน แล้วย้ำอีกครั้งกับคุณหมอในห้องคลอดตอนเริ่มเจ็บท้องจริง

5. ถ้าไม่ตัดแล้วฉีกเอง จะเย็บยากขึ้นไหม?

ขึ้นอยู่กับระดับการฉีกขาด หากฉีกระดับ 1-2 (ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อชั้นต้น) จะเย็บง่ายและฟื้นตัวเร็ว แต่หากฉีกระดับ 3-4 ซึ่งลึกถึงกล้ามเนื้อหูรูดหรือทวารหนัก จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการเย็บมากขึ้น อย่างไรก็ตามกรณีนี้พบได้น้อยในคุณแม่ที่คลอดลูกคนที่ 2-3

6. โรงพยาบาลรัฐในไทยยังตัดฝีเย็บทุกรายอยู่ไหม?

โรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่และโรงเรียนแพทย์ส่วนใหญ่ปรับนโยบายให้สอดคล้องกับแนวทางสากลแล้ว แต่การปฏิบัติจริงยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และผดุงครรภ์แต่ละท่าน การถามตรง ๆ ล่วงหน้าจึงยังจำเป็นอยู่เสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง ค่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ 2569 เตรียมพร้อมคลอดแบบประหยัด! (อัปเดตสิทธิบัตรทอง-ประกันสังคม)

7. หลังถูกตัดหรือฉีกแล้ว จะกลับมาเจ็บอีกในระยะยาวได้ไหม?

คุณแม่บางคนอาจมีอาการเจ็บบริเวณรอยแผลเวลามีเพศสัมพันธ์หลังคลอดไปแล้วหลายเดือน เรียกว่าภาวะ dyspareunia หากเจ็บนานเกิน 3-6 เดือน ควรปรึกษาสูติแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญด้านอุ้งเชิงกรานเพิ่มเติม

8. การออกกำลังกายท่าเคเกลช่วยเรื่องนี้ได้จริงไหม?

ได้ค่ะ การออกกำลังกายเคเกลช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งสนับสนุนการยืดตัวของฝีเย็บระหว่างคลอด และยังช่วยให้ฟื้นตัวหลังคลอดได้ดีขึ้นด้วย สามารถเริ่มทำได้ทุกวันตั้งแต่ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์เลยค่ะ

โดยสรุปแล้ว การตัดฝีเย็บ ไม่ใช่ขั้นตอนที่ต้องทำกับคุณแม่ทุกคนที่คลอดลูกคนที่ 2 หรือ 3 แนวทางทางการแพทย์ในปัจจุบันทั้งของ WHO, ACOG และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยต่างเห็นตรงกันว่าควรใช้การตัดฝีเย็บเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนเท่านั้นค่ะ สิ่งที่คุณแม่ทำได้คือเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งการนวดฝีเย็บ การพูดคุยกับแพทย์เรื่องแผนการคลอด และการเรียนรู้เทคนิคเบ่งคลอดที่ถูกวิธี เพื่อให้การคลอดครั้งนี้ราบรื่นและฟื้นตัวได้เร็วที่สุดค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รวมแพ็กเกจคลอด ปี 2569 รพ.เอกชน ในกรุงเทพฯ คลอดลูกโรงพยาบาลไหนดี?

24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด อาการปกติ vs ผิดปกติ ที่ต้องสังเกต

สถิติชี้ 1 ใน 10 เด็กไทยคลอดก่อนกำหนด พร้อมแนะวิธีดูแลครรภ์ ป้องกันคลอดก่อนกำหนด

 

แหล่งอ้างอิง

  • Episiotomy: When it’s needed, when it’s not, Mayo Clinic
  • Episiotomy: Purpose, Procedure, Risks & Recovery, Cleveland Clinic
  • Antenatal perineal massage for reducing perineal trauma, Cochrane Database of Systematic Reviews
  • How to Do Perineal Massage to Prepare for a Vaginal Delivery, The Bump
  • Selective episiotomy vs. implementation of a non episiotomy protocol: a randomized clinical trial, PMC (NIH)
  • Network meta-analysis of episiotomy approaches, PMC (NIH)
  • การผ่าตัดฝีเย็บ – ขั้นตอน การเตรียมการ ค่าใช้จ่าย และการฟื้นตัว, Apollo Hospitals 
  • ผลของการใช้เครื่องมือช่วยตัดฝีเย็บ Episioguide, วารสารราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • การคลอด
  • /
  • การตัดฝีเย็บ ตอนคลอดลูกคนที่ 2-3 จำเป็นต้องทำทุกครั้งหรือเปล่า?
แชร์ :
  • ลูกหลับคาเต้า ฟันผุไหม วิธีดูแลช่องปากหลังนมมื้อดึก และปรับการนอน

    ลูกหลับคาเต้า ฟันผุไหม วิธีดูแลช่องปากหลังนมมื้อดึก และปรับการนอน

  • มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
    บทความจากพันธมิตร

    มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้

  • ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ

  • ลูกหลับคาเต้า ฟันผุไหม วิธีดูแลช่องปากหลังนมมื้อดึก และปรับการนอน

    ลูกหลับคาเต้า ฟันผุไหม วิธีดูแลช่องปากหลังนมมื้อดึก และปรับการนอน

  • มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
    บทความจากพันธมิตร

    มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้

  • ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว