ท้องนอกมดลูก คืออะไร ลูกจะรอดไหม สัญญาณเตือนท้องนอกมดลูก มีอะไรบ้าง

ท้องนอกมดลูก คืออะไร อันตรายต่อคนท้องกับลูกในท้องไหม อาการมีลักษณะอย่างไร มีสัญญาณเตือนแบบไหน อันตรายมากหรือเปล่า คนท้องควรทำอย่างไร
ท้องนอกมดลูก คืออะไร
ท้องนอกมดลูก หรือ การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) คือ การตั้งครรภ์ที่ไข่และอสุจิปฎิสนธิกันแล้วตัวอ่อนไม่ได้ไปฝังตัวอยู่บริเวณโพรงมดลูกตามปกติ โดยจะพบการฝังตัวที่บริเวณท่อนำไข่หรือปีกมดลูกได้มากที่สุด และสืบเนื่องจากตำแหน่งที่ฝังตัวนั้นไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตตามปกติ ทารกจึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้
เมื่อตัวอ่อนเกิดไปฝังตัวในที่ที่ไม่ใช่มดลูก เช่น ท่อนำไข่ ที่เป็นท่อสำหรับให่ตัวอ่อนหรือไข่เดินทางผ่านไปยังมดลูก แต่กลายเป็นว่าตัวอ่อนกลับมาฝังตัวที่ท่อนำไข่แล้วเจริญเติบโตในท่อแคบๆ นี้ สุดท้ายแล้วท่อก็จะแตกออก จนทำให้มีอาการปวดท้องปละมีเลือดออกมา บางราบเลือดออกมาจนเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักาาแบบทันท่วงที
สาเหตุที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก
- ความผิดปกติของท่อนำไข่แต่กำเนิด
- การอักเสบของปีกมดลูกหรือทำนำไข่
- การเกิดพังผืดบริเวณรอบท่อนำไข่จากการอักเสบ ติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน/การผ่าตัดในอุ้งเชิงกราย
- เคยมีประวัติการตั้งครรภ์นอกมดลูกมาก่อน
- การใช้ห่วงคุมกำเนิด
- การมีเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่บริเวณท่อนำไข่
- การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน
- การสูบบุหรี่
- การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การกระตุ้นการตกไข่ด้วยฮอร์โมน การทำกิฟท์/เด็กหลอดแก้ว เป็นต้น
- การแท้งติดเชื้อ
- การผ่าตัดท่อนำไข่มาก่อน เช่น ทำหมัน
- เคยผ่าตัดช่องท้องหรืออุ้งเชิงกรานมาก่อน

ท้องนอกมดลูก คืออะไร สัญญาณท้องนอกมดลูก
สัญญาณเตือนท้องนอกมดลูก มีอะไรบ้าง
1. ขาดประจำเดือนแต่มีเลือดออกทางช่องคลอด
ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักจะขาดประจำเดือนร่วมกับการมีเลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด หรือมีเลือดออกทางช่องคลอด บางครั้งอาจทำให้คนท้องรู้สึกสับสนว่ามีประจำเดือนเป็นปกติ โดยส่วนใหญ่เลือดที่ออกมาจะเป็นเลือดเก่าๆ ปริมาณเล็กน้อย อาจจะออกเป็นครั้งคราวหรือออกติดต่อกันก็ได้
2. ปวดท้อง
คนท้องจะรู้สึกปวดท้องน้อย อาจมีอาการปวดท้องร่วมกับการวิงเวียนศีรษะ รวมถึงมีอาการกดเจ็บที่หน้าท้องหรือขณะที่ตรวจทางช่องคลอด โดยเฉพาะเมื่อเคลื่อไนปากมดลูก อาการนี้จะพบในผู้ป่วย 3 ใน 4 ของการตั้งครรภ์นอกมดลูกแตก และอาจไม่แสดงอาการก่อนที่จะแตก หากมีอาการเจ็บหน้าอกเวลาหสยใจ อาจเกิดจากเลือดในช่องท้องระคายกระบังลมด้วย
3. เกิดการตกเลือด
ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรง ทำให้เกิดการช็อกจากการตกเลือดในช่องท้องเป็นปริมาณมาก ทั้งยังมีอาการปวดท้องน้อยร้าวไปที่ไหล่ มีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น ชีพจรเต้นเบาเร็ว และหมดสติ
วิธีการรักษาการตั้งครรภ์นอกมดลูก
1. การฉีดยา
แพทย์จะทำการฉีดยาเมโทเทร็กเซต (Methotrexate) เพื่อไม่ให้ตัวอ่อนเจริญเติบโต และสามารถฝ่อไปได้เอง โดยวิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ตัวอ่อนมีขนาดเล็ก อายุครรภ์น้อยกว่า 6 สัปดาหื และก้อนยังไม่แตกและตรวจไม่พบการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ค่ะ
2. การผ่าตัด
ในกรณีนี้ แพทย์จะผ่าตัดตัวอ่อนที่ฝังตัวติดที่ออก สามารถทำการผ่าตัดได้ทั้งแบบเปิดหน้าท้องหรือแบบส่องกลล้องผ่านหน้าท้องค่ะ ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินจากสภาวะของผู้ป่วย อายุ ความต้องการมีบุตร ระดับความรุนแรงของอาการ ความชำนาญของแพทย์ ความพร้อมของอุปกรณ์ และค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดรังไข่ และท่อนำไข่ออกหนึ่งข้าง และยังเหลือรังไข่และท่อนำไข่เพียงข้างเดียว ซึ่งผู้ป่วยจะยังสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติค่ะ

ท้องนอกมดลูก คืออะไร สัญญาณท้องนอกมดลูก
วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
- พบแพทย์หลังจากผ่าตัดตามนัด
- สังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการเหล่านี้ให้มาพบแพทย์ เช่น มีไข้สูง ปวดท้องมาก แผลผ่าตัดอักเสบ บวม แดง มีเลือดซึม มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ
- งดมีเพศสัมพันธ์ 6 สัปดาห์หรือจนกว่าจะตรวจหลังผ่าตัดเรียบร้อย
- ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 3 เดือน
- หลีกเลี่ยงการลงแช่ในอ่างอาบน้ำ สระว่ายน้ำ แม่น้ำ
- หลีกเลี่ยงการยกของหนักมากกว่า 5 กก. ใน 4 สัปดาห์แรก
- สามารถทำงานบ้านเบาๆ ได้ตามปกติ เช่น การทำอาหาร ล้างจาน กวาดบ้าน เป็นต้น
ที่มา: โรงพยบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, โรงพยาบาลสมิติเวช
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:
จุกเสียดท้องตอนตั้งครรภ์ อาหารไม่ย่อย แน่นหน้าอกบ่อยๆ คนท้องต้องทำอย่างไร
ผักที่มีประโยชน์ต่อคนท้อง รวมสุดยอดผักที่แม่ท้องควรทานตั้งแต่ไตรมาสแรก
ซีสต์ระหว่างตั้งครรภ์อันตรายไหม ตรวจเจอซีสต์ตอนท้อง ผ่าพร้อมลูกได้หรือเปล่า