3 วิธีรับมือกับความผิดพลาด ที่พ่อแม่อาจไม่ได้สอนเราในวัยเด็ก แต่เราให้ลูกได้

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ได้สอนเราในวัยเด็ก เราสามารถเรียนรู้และสอนตัวเองในตอนนี้ได้ มาดู วิธีรับมือกับความผิดพลาด ให้คุณเป็นพ่อแม่ที่ใจดีกับตัวเอง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เคยมั้ยคะที่คุณพ่อคุณแม่เผลอหงุดหงิดหรือโมโหกับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองมากเกินพอดี? บางทีแค่พูดอะไรแปลกๆ ออกไป หรือจัดการเรื่องบางอย่างได้ไม่ดี ก็เก็บเอามาคิดวนเวียนและตำหนิตัวเองอย่างรุนแรงในแบบที่เราจะไม่มีวันไปตัดสินคนอื่นแบบนั้นแน่ๆ หรือบางครั้งเราก็รู้สึกว่าตัวเองขาดวินัย รู้ว่าควรทำอะไรแต่ก็บังคับตัวเองให้ทำไม่ได้สักที

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนไม่ดีหรืออ่อนแอนะคะ แต่ปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดจากสิ่งที่เรา “ขาดหายไป” ในช่วงวัยเด็กต่างหาก หากคุณพ่อคุณแม่ของเราในอดีตไม่ได้มีความเข้าใจเรื่องอารมณ์มากพอ ท่านก็อาจจะไม่ได้สอน วิธีรับมือกับความผิดพลาด ความหุนหันพลันแล่น หรืออารมณ์ต่างๆ ให้กับเรา แต่ข่าวดีก็คือ… สิ่งที่พ่อแม่ไม่สามารถสอนเราได้ในตอนนั้น และในวันนี้เราเติบโตและเป็นพ่อแม่เช่นกัน เราสามารถเรียนรู้และสอนตัวเองในตอนนี้ได้ มาดูกันว่า 3 วิธีรับมือกับความผิดพลาด ที่จะช่วยเยียวยาและสร้างความเข้มแข็งในจิตใจให้ตัวเราเองมีอะไรบ้าง

 

1. รับผิดชอบต่อตัวเองด้วยความเมตตา

เวลาที่ทำพลาด บางคนถึงขั้นปาโทรศัพท์ทิ้งหรือชกกำแพงด้วยความโกรธตัวเองเลยก็มีนะคะ สิ่งที่เราอาจจะไม่เคยได้รับตอนเด็ก คือการมีพ่อแม่มานั่งข้างๆ เวลาเราทำพลาดแล้วบอกว่า “มาดูกันเถอะว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งนั่นคือการสอนให้เด็กรู้จักความรับผิดชอบด้วยความเมตตา เพื่อให้เด็กรู้จักแยกแยะว่าสิ่งไหนเกิดจากสถานการณ์ และสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ตัวเด็กต้องรับผิดชอบ จะได้เรียนรู้เพื่อแก้ไขในครั้งต่อไป

สิ่งที่คุณไม่ได้รับ

เมื่อพ่อแม่นั่งคุยกับลูกหลังจากที่ลูกทำผิดพลาดและพูดว่า “มาหาทางดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันเถอะ” นั่นหมายความว่าพ่อแม่กำลังสอนให้ลูกรู้จักความรับผิดชอบต่อตัวเองด้วยความเมตตา

แต่พ่อแม่หลายคนไม่รู้ว่าบทบาทของพวกเขาคือการสอน วิธีการวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นและแยกแยะว่าส่วนใดเป็นผลมาจากสถานการณ์ และส่วนใดเป็นผลมาจากตัวเด็ก เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง? ครั้งต่อไปเราควรทำอะไรแตกต่างออกไป?

ความสมดุลนี้สำคัญมาก เด็กต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน แต่ก็เข้าใจตนเองและข้อผิดพลาดของตนด้วยความเห็นอกเห็นใจ หากปราศจากสิ่งนี้ ข้อผิดพลาดอาจดูใหญ่โตกว่าที่เป็นจริง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

สิ่งที่คุณควรให้ตัวเอง

เมื่อทำพลาด ให้เตือนตัวเองว่าเราคือมนุษย์คนหนึ่ง และมนุษย์ทุกคนทำพลาดได้ ลองทบทวนดูว่าเราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง และให้อภัยในความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง (เช่น วันนี้เราอาจจะเครียดมาก หรือมีขีดจำกัดจริงๆ) จากนั้นตัดสินใจว่าจะทำอะไรให้ดีขึ้นในครั้งหน้า แล้วอนุญาตให้ตัวเองก้าวผ่านเรื่องนั้นไปค่ะ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

2. ฝึกวินัยในตัวเองแบบไม่กดดัน

เรื่องการฝึกวินัยและการจัดการความหุนหันพลันแล่นไม่ใช่สิ่งที่เรามีมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่ควรได้รับการสอนตั้งแต่เด็ก ถ้าวันนี้เรารู้สึกว่าตัวเองจัดการตัวเองไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอเลยค่ะ มันแค่แปลว่าเราไม่เคยถูกสอนให้สร้างมันขึ้นมาเท่านั้นเอง

สิ่งที่คุณไม่ได้รับ

เมื่อพ่อแม่กำหนดขอบเขตและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอและเอาใจใส่ พวกเขากำลังสอนลูกๆ ให้ทำสิ่งนี้ด้วยตนเอง ทำการบ้านให้เสร็จก่อนออกไปเล่น ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการก็ตาม ข้อกำหนดที่สมดุลและยุติธรรมซึ่งบังคับใช้ด้วยความเอาใจใส่จากพ่อแม่จะสอนให้คุณทำเช่นนี้เพื่อตัวคุณเอง

สิ่งที่คุณควรให้ตัวเอง

หากคุณมีปัญหาเรื่องการควบคุมตนเอง นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอ แต่หมายความว่าคุณไม่ได้รับการสอนวิธีการสร้างวินัยในตนเอง คุณสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้

  • อย่าโทษตัวเองเลย การตัดสินตัวเองอย่างรุนแรงจะทำให้การทำตามแผนยากขึ้น
  • สังเกตพฤติกรรมของคุณ หากบางครั้งคุณตำหนิตัวเองมากเกินไป ในบางครั้งคุณอาจจะไปไกลเกินไปในทิศทางตรงกันข้าม ทั้งสองสุดขั้วนี้อาจทำให้คุณย่ำอยู่กับที่
  • แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ให้เริ่มใช้ความรับผิดชอบต่อตัวเองด้วยความเมตตาในสถานการณ์เหล่านั้น คือให้ตัวเองรับผิดชอบในสิ่งที่ต้องทำ แต่ก็ยังคงอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจตัวเองไปด้วยค่ะ

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

3. เรียนรู้ที่จะรัก “ตัวตนที่แท้จริง” ของตัวเอง

ความรักของพ่อแม่มีหลายแบบค่ะ แบบแรกคือความรักทั่วไปแบบ “แน่นอนสิ ฉันรักลูก เพราะนี่คือลูกของฉัน” กับอีกแบบคือความรักที่ลึกซึ้ง ซึ่งเกิดจากการที่พ่อแม่เฝ้ามอง สังเกต และเข้าใจจริงๆ ว่าลูกเป็นคนแบบไหน และรักในสิ่งที่ลูกเป็นอย่างแท้จริง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะได้รับความรักแบบแรก แต่มีน้อยคนนักที่จะได้รับความรักแบบหลัง การเติบโตมากับความรักแบบแรกเพียงอย่างเดียวอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าที่คิด และถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการละเลยทางอารมณ์ในวัยเด็กด้วยค่ะ

การที่เราเราเรียนรู้ที่จะรักตัวเองในวัยเด็ก เมื่อพ่อแม่มองเห็นและรู้จักลูกอย่างแท้จริง ความรักนั้นจะกลายเป็นความรักในตัวเองของลูกเอง

สิ่งที่คุณไม่ได้รับ

เรามักคิดไปเองว่าถ้าพ่อแม่รักเรา นั่นก็เพียงพอแล้ว แต่ความรักมีหลายประเภท มีความรักแบบทั่วไปที่ว่า “แน่นอน ฉันรักลูก เพราะลูกเป็นลูกของฉัน” และก็มีความรักที่ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือความรักของพ่อแม่ที่เฝ้ามองลูกอย่างแท้จริง มองเห็นและรู้จักลูกอย่างแท้จริง และรักลูกอย่างแท้จริงในแบบที่ลูกเป็น

สิ่งที่คุณควรให้ตัวเอง

ยอมรับก่อนว่ามันไม่ใช่ความผิดของเราที่พ่อแม่ไม่สามารถมอบความรักในแบบที่เราต้องการได้ จากนั้นเริ่มหันมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น ถามตัวเองว่าจริงๆ แล้วเราเป็นใคร? เราชอบหรือไม่ชอบอะไร? แคร์เรื่องอะไร? ลองเขียน “ลิสต์ข้อดี” ของตัวเองออกมาให้หมด (เช่น เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ เป็นคนขยัน หรือเป็นคนพึ่งพาได้) แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ให้จดไว้ หยิบมาอ่านบ่อยๆ เพื่อซึมซับและยอมรับว่านี่แหละคือความยอดเยี่ยมในตัวเราค่ะ

เมื่อลองทำตาม วิธีรับมือกับความผิดพลาด เหล่านี้ คุณอาจจะรู้สึกหลากหลายอารมณ์ปะปนกันไป ทั้งโล่งใจ เศร้า หรือมีคำถามเกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องปกติของกระบวนการเยียวยาค่ะ จำไว้นะคะว่า ช่องว่างที่ขาดหายไปในวัยเด็ก ไม่จำเป็นต้องอยู่กับเราตลอดไป เสียงที่เคยดุด่าจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงที่คอยชี้แนะ วันนี้คุณสามารถเป็นพ่อแม่ที่ใจดีให้กับตัวเอง มอบสิ่งที่ไม่เคยได้รับให้กับตัวเอง เริ่มเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นและส่งต่อไปยังลูกน้อยได้ตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ! 

 

ที่มา: Psychology Today

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อย่าเพิ่งดุ! ผลวิจัยเผย เด็กเจ้าอารมณ์ มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

7 สิ่งที่ไม่ควรแชร์เกี่ยวกับลูก บนโซเชียลมีเดีย พ่อแม่ต้องรู้ก่อนโพสต์

4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา