TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

บูสเตอร์ซีท คืออะไร จำเป็นไหม? เมื่อไหร่ที่ควรให้ลูกใช้บูสเตอร์ซีท?

บทความ 5 นาที
บูสเตอร์ซีท คืออะไร จำเป็นไหม? เมื่อไหร่ที่ควรให้ลูกใช้บูสเตอร์ซีท?

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นการใช้คาร์ซีทอาจไม่พอดีสำหรับเด็กอีกต่อไป บูสเตอร์ซีท จึงเป็นทางเลือกสำหรับเด็กโตที่จะช่วยเสริมความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี คุณพ่อคุณแม่บางคนเมื่อลูกเริ่มโต ก็เลิกใช้คาร์ซีทแล้วให้ลูกไปนั่งเบาะธรรมดาแทน แต่นั่นอาจทำให้ลูกนั่งเบาะไม่สะดวกจนทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ วันนี้เราจะพามาดูกันว่าบูสเตอร์ซีทคืออะไร และเมื่อไหร่ที่ควรให้ลูกใช้เบาะเสริมนี้ ไปดูกันค่ะ

 

บูสเตอร์ซีท คืออะไร

บูสเตอร์ซีท (Booster Seat) คือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กโตที่ใช้ภายในรถยนต์ โดยถือเป็นคาร์ซีทประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อเด็กในช่วงอายุ 3.5 – 12 ปี โดยเฉพาะ เนื่องจากเด็กวัยนี้จะเริ่มมีพัฒนาการร่างกายที่เติบโตขึ้น ทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปจนไม่สามารถนั่งคาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กได้ โดยเบาะนั่งชนิดนี้จะช่วยพยุงตัวเด็กให้สูงพอดีกับเข็มขัดนิรภัยบนตักและไหล่ของลูก ซึ่งจะไม่ใช้สายรัดนิรภัยแบบ 5 จุดเหมือนกับคาร์ซีทเด็กเล็ก โดยบูสเตอร์ซีทแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

  • บูสเตอร์ซีทแบบมีเบาะหลัง (High Back Booster) บูสเตอร์ซีทประเภทนี้จะมีเบาะหลังสูงที่จะช่วยรองรับศีรษะของเด็ก เหมาะสำหรับรถที่ไม่มีพนักพิงศีรษะและพนักพิงต่ำ โดยจะช่วยให้ลูกนอนหลับบนรถได้อย่างสบายเพราะมีส่วนช่วยรองรับศีรษะ
  • บูสเตอร์ซีทแบบไม่มีเบาะหลัง (Backless Booster) บูสเตอร์ซีทประเภทนี้เหมาะสำหรับรถที่มีพนักพิงสูงที่ช่วยรองรับศีรษะของลูกได้ โดยบูสเตอร์ชนิดนี้จะเป็นเบาะเสริมเพียงอย่างเดียว ทำให้มีราคาถูกกว่าบูสเตอร์ซีทแบบมีเบาะหลังและสะดวกต่อการพกพามากกว่า

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิธีเลือก คาร์ซีทเด็กแต่ละช่วงวัย เลือกแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับลูกน้อย

 

บูสเตอร์ซีท

 

เมื่อไหร่ที่ลูกควรใช้บูสเตอร์ซีท

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักสงสัยว่าเมื่อไหร่ที่ควรให้ลูกเปลี่ยนมาใช้บูสเตอร์ซีท คำตอบคือ เมื่อลูกอายุประมาณ 3.5 ปีขึ้นไปจนถึง 12 ปี หรือมีน้ำหนักประมาณ 15 – 36 กิโลกรัม และส่วนสูง 100 – 145 เซนติเมตร โดยแนะนำให้พิจารณาจากเกณฑ์น้ำหนักและความสูงของลูกเป็นหลักจะดีกว่า เพราะน้ำหนักจะมีผลหากเกิดอุบัติเหตุ ลูกจะต้องมีน้ำหนักและความสูงที่มากพอเพื่อที่จะช่วยให้เข็มขัดนิรภัยสามารถรัดตัวเด็กได้อย่างเหมาะสม

 

เด็กอายุ 3 – 5 ขวบ จำเป็นต้องใช้บูสเตอร์ซีทไหม

ส่วนใหญ่แล้วเด็กอายุ 3 – 5 ปี อาจมีขนาดตัวที่ไม่พอดีกับเบาะเสริม คุณพ่อคุณแม่อาจต้องพิจารณาจากน้ำหนัก ส่วนสูง และขนาดตัวของลูกก่อน หากลูกยังตัวเล็กอยู่ ก็ยังสามารถใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กได้ แต่หากลูกมีขนาดส่วนสูงหรือน้ำหนักที่มากเกินไป ก็อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้บูสเตอร์ซีทแทน เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ฝืนให้ลูกใช้คาร์ซีทต่อไป ก็อาจทำให้ลูกอึดอัดและเป็นอันตรายแก่ลูกน้อย นอกจากนี้ ยังเสี่ยงให้ลูกเกิดอาการบาดเจ็บจากการรัดของเข็มขัดนิรภัยด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง : เด็กแรกเกิดนั่งคาร์ซีท ได้ไหม วิธีติดตั้งคาร์ซีทที่ถูกต้อง สำหรับทารกจวบจนเด็กโต

 

บูสเตอร์ซีท

 

บูสเตอร์ซีทแบบไม่มีเบาะหลังปลอดภัยไหม

ผู้ปกครองหลายคนอาจคิดว่าบูสเตอร์ซีทแบบไม่มีเบาะหลัง อาจไม่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อย แต่จริง ๆ แล้วเบาะนั่งประเภทนี้ปลอดภัยสำหรับเด็กค่ะ เพราะเบาะประเภทนี้จะช่วยจัดตำแหน่งของลูกให้พอดีกับตำแหน่งของเข็มขัดนิรภัยรถยนต์ เหมือนกับแบบมีเบาะหลัง อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ได้สรุปว่าบูสเตอร์ซีทแบบไม่มีเบาะหลังจะช่วยให้ลูกคาดเข็มขัดนิรภัยได้พอดีมากกว่าตัวที่มีเบาะเพราะอยู่ใกล้ไหล่มากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีงานศึกษาที่เผยว่าเด็กในช่วงอายุ 4 – 8 ปี ที่ได้นั่งบูสเตอร์ซีทแบบไม่มีเบาะหลังแล้วประสบอุบัติเหตุ จะได้รับการป้องกันที่ดีมากกว่าแบบที่มีเบาะหลัง และช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บลง 70% เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้เลยว่า การให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทแบบไม่มีเบาะหลังก็สามารถเสริมความปลอดภัยให้แก่ลูกไม่แพ้เบาะอีกประเภทค่ะ

 

เมื่อไหร่ที่ลูกควรเลิกใช้บูสเตอร์ซีท

คุณพ่อคุณแม่อาจต้องหมั่นสังเกตว่าลูกโตพอหรือยังที่จะเลิกใช้บูสเตอร์ซีท โดยอาจไม่พิจารณาจากเกณฑ์เรื่องอายุ น้ำหนัก และส่วนสูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากการใช้งานของลูกว่าจำเป็นหรือเปล่า เช่น ลูกงอเข่าได้พ้นขอบเบาะแล้ว หรือสายเข็มขัดอยู่กลางบ่า ไม่พาดใกล้คอ เป็นต้น โดยอาจสังเกตจากวิธีดังต่อไปนี้

  • เห็นว่าลูกนั่งหลังพิงพนักได้แล้ว
  • เห็นว่าลูกงอเข่าพ้นขอบเบาะได้แล้ว
  • เห็นว่าลูกนั่งในท่านั่งสบายตลอดระยะเวลาในการเดินทาง
  • เห็นว่าสายเข็มขัดนิรภัยด้านล่างพาดบริเวณต้นขาและสะโพกของลูกได้พอดี
  • เห็นว่าสายเข็มขัดนิรภัยที่พาดหน้าอกของลูก พาดอยู่กลางบ่าพอดี ไม่พาดใกล้คอหรือใกล้แขนลูก

บทความที่เกี่ยวข้อง : พาลูกออกนอกบ้านได้ตอนกี่เดือน ลูกกี่เดือนถึงนั่งคาร์ซีทได้

 

บูสเตอร์ซีท

 

เคล็ดลับการใช้บูสเตอร์ซีทอย่างปลอดภัย

นอกเหนือจากการรู้จักบูสเตอร์ซีทแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรรู้จักเคล็ดลับการใช้บูสเตอร์ซีทที่ถูกต้อง เพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยให้แก่เด็กและช่วยให้ลูกนั่งเบาะได้อย่างสบาย ไม่อึดอัด และไม่เป็นอันตราย โดยเคล็ดลับการใช้บูสเตอร์ซีท มีดังนี้

 

1. ทดสอบเบาะนั่งก่อน

วางบูสเตอร์ซีทไว้บนเบาะรถของคุณก่อน แล้วตรวจดูให้แน่ใจว่าบูสเตอร์ซีทราบไปกับเบาะรถหรือไม่ จากนั้นให้ลูกลองนั่งแล้วรัดเข็มขัดนิรภัยเพื่อดูพอดีกับตัวเด็กหรือไม่ ตรวจดูว่าลูกพิงพนักพิงได้หรือเปล่า โดยให้เข่างอที่ขอบเบาะนั่ง หากเล็กเกินไปก็จนไม่พอดีกับตัวเด็กก็อาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ ให้ลองดูว่าสายรัดพาดสะโพกลูกหรือเปล่า ไม่ได้พาดที่หน้าท้องและต้นขา รวมทั้งสายคาดนิรภัยต้องคล้องไว้ที่ไหล่ ไม่ใช่ที่คอ ต้นแขน หรือกึ่งกลางหน้าอก

 

2. เช็กความพร้อมของลูก

คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าลูกพร้อมนั่งบูสเตอร์ซีทแล้วหรือยัง เพราะมีคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อยที่ชอบให้ลูกนั่งเบาะเสริมก่อนวัย ทำให้ไม่สามารถใช้งานเบาะนิรภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากปล่อยให้ลูกใช้บูสเตอร์ซีทก็อาจเป็นอันตรายแก่เขา เพราะไม่สามารถใช้สายรัดตัวได้ ยิ่งหากลูกชอบเล่นซน หรืออยู่ไม่นิ่งอยู่แล้ว ก็อาจเสี่ยงที่เข็มขัดนิรภัยหรือสายคาดไหล่จะหลุด จนทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้

 

3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบูสเตอร์ซีทอยู่ในจุดที่ถูกต้อง

โดยปกติแล้ว ตำแหน่งที่ปลอดที่สุดสำหรับเบาะรองนั่งส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตรงกลางของเบาะหลัง เพื่อที่จะได้ป้องกันการชนจากด้านข้าง คุณพ่อคุณแม่จึงต้องตรวจสอบให้ดีว่าบูสเตอร์ซีทอยู่ในจุดที่ถูกต้องหรือเปล่า แต่ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่มีลูกสองคนก็แนะนำให้ติดตั้งบูสเตอร์ซีทบริเวณตรงกลาง และด้านซ้ายของเบาะหลัง เพื่อให้สามารถเห็นได้ว่าลูกปลอดภัยดี ไม่มีอะไรผิดปกติ

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิธีใส่คาร์ซีทที่ถูกต้อง เช็กวิธีที่คุณใส่ที่นั่งบนรถให้ลูกว่าทำถูกหรือไม่

 

บูสเตอร์ซีท

บทความจากพันธมิตร
Foremost 100% Cow's Milk คว้ารางวัล Parents' Choice Best UHT 2025 สุดยอดนมในดวงใจพ่อแม่
Foremost 100% Cow's Milk คว้ารางวัล Parents' Choice Best UHT 2025 สุดยอดนมในดวงใจพ่อแม่
ล้างจมูกถูกวิธี หายใจโล่ง ลดอันตรายจากฝุ่นได้
ล้างจมูกถูกวิธี หายใจโล่ง ลดอันตรายจากฝุ่นได้
นม UHT รสจืด 5 อันดับ นมโคแท้ 100% แคลเซียมสูง เติมความแข็งแรงให้เด็กๆ ที่แม่ต้องมีติดบ้าน
นม UHT รสจืด 5 อันดับ นมโคแท้ 100% แคลเซียมสูง เติมความแข็งแรงให้เด็กๆ ที่แม่ต้องมีติดบ้าน
MFGM จากนมแม่กุญแจสำคัญ สู่ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่าของเด็ก Gen ใหม่
MFGM จากนมแม่กุญแจสำคัญ สู่ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่าของเด็ก Gen ใหม่

 

4. ใช้คลิปหนีบเข็มขัดนิรภัย

หากบูสเตอร์ซีทมาพร้อมกับคลิปหนีบเข็มขัดนิรภัย คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกใช้คลิปหนีบเสริมด้วย และตรวจดูให้แน่ใจว่าเข็มขัดพาดผ่านลำตัวลูกอย่างถูกต้องหรือเปล่า แนะนำว่าไม่ควรใช้ตัวปรับเข็มขัดนิรภัยที่ไม่ได้มาพร้อมเบาะรองนั่งนะคะ เพราะอาจไม่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ที่คุณพ่อคุณแม่มีอยู่

 

5. พยายามให้ลูกใช้บูสเตอร์ซีทเสมอ

หากลูกของคุณชอบนั่งรถไปกับปู่ย่า ตายาย หรือญาติผู้ใหญ่ แนะนำให้ซื้อบูสเตอร์ซีทแยกไว้อีกหนึ่งที่นะคะ เพื่อให้ลูกติดการนั่งเบาะนิรภัยและเคยชินกับการนั่งเบาะ รวมถึงอย่าลืมบอกให้ลูกคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่นั่งเพื่อความปลอดภัย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเรื่องความปลอดภัยและทำให้ลูกติดการนั่งเบาะนิรภัยเสมอ

 

การใช้บูสเตอร์ซีทถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยป้องกันลูกน้อยจากอุบัติเหตุอีกด้วย เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมเลือกซื้อบูสเตอร์ซีทที่ได้มาตรฐาน ไม่ซื้อเบาะนิรภัยมือสอง เพราะเราไม่รู้ว่าอุปกรณ์นั้นจะมีประสิทธิภาพในการปกป้องลูกน้อยได้หรือไม่

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ทำความรู้จัก กฎหมายคาร์ซีท มีค่าปรับเท่าไหร่? ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

แนะนำ 10 คาร์ซีทงบประหยัด ปี 2023 ราคาดี มีคุณภาพ คาร์ซีทยี่ห้อไหนดี?

วินาทีเฉียดตาย! เมื่อรถไปชนท้ายรถบรรทุก การติดตั้งคาร์ซีทที่ถูกต้อง สำคัญมาก

ที่มา : babycenter, britaxthailand, babyhillsthailand, babygiftretail

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Sittikorn Klanarong

  • หน้าแรก
  • /
  • เด็กวัยประถม
  • /
  • บูสเตอร์ซีท คืออะไร จำเป็นไหม? เมื่อไหร่ที่ควรให้ลูกใช้บูสเตอร์ซีท?
แชร์ :
  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว