ช่วงโค้งสุดท้ายของการตั้งครรภ์นี่แหละ ที่คุณแม่หลายคนเริ่มเตรียมตัวกันแบบจัดเต็ม! ทั้งเตรียมเสื้อผ้าลูก เตรียมห้อง เตรียมใจ และแน่นอนว่ามีคำถามเด็ด ผุดขึ้นมาในหัวคุณแม่จำนวนไม่น้อยคือ “เอ๊ะ แล้วเรื่อง กำจัดขนหมออ้อย นี่จะจัดการยังไงดี?” เรื่องนี้อาจจะดูเป็นเรื่องลับเฉพาะตัว แต่เชื่อเถอะว่าคุณแม่หลายคนก็แอบกังวล และอยากได้ข้อมูลแน่น ๆ ไปเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งความสะอาด ความสบายใจ และความมั่นใจสุด ๆ ในวันที่ต้องเข้าห้องคลอด บางคนอาจจะมองว่า ช่างมันเถอะ แต่บางคนก็รู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นสำคัญมากไม่แพ้กัน บทความนี้จะมาตีแผ่ทุกซอกทุกมุม ของวิธีการจัดการขนในบริเวณบอบบางนี้ พร้อมแชร์ข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวังของแต่ละวิธีแบบหมดเปลือก ให้คุณแม่ตัดสินใจเลือกวิธีที่ใช่ ที่ชอบ ที่ปลอดภัยไปเลย!

ทำไมคุณแม่ใกล้คลอด ถึงให้ความสำคัญกับ “น้องขน” ตรงนั้น?
ก่อนที่เราจะไปลุยกันในแต่ละวิธี เรามาดูกันก่อนว่า ทำไมคุณแม่หลายคน ถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระสำคัญ ในช่วงใกล้คลอดกันนะ:
1. เรื่องความสะอาด สุขอนามัยมาเป็นอันดับหนึ่ง
หลายคนเชื่อว่า การกำจัดขนตรงนี้ จะช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น ลดการสะสมของเหงื่อ และแบคทีเรีย ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อหลังคลอดได้ แม้ทางการแพทย์จะยังไม่ฟันธงว่าเกี่ยวกันโดยตรง แต่เพื่อความสบายใจของแม่ ๆ ก็จัดไป!
2. เปิดทางให้คุณหมอทำงานสะดวก
ในบางสถานการณ์ การไม่มีขน อาจช่วยให้คุณหมอ และพยาบาล มองเห็นบริเวณที่จะต้องทำหัตถการได้ชัดเจนขึ้น เช่น การเย็บแผล หรือการสอดท่อต่าง ๆ ถ้าจำเป็น (แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าหมอเห็นว่าต้องโกนจริง ๆ โรงพยาบาลก็จัดให้ได้จ้ะ)
3. ความมั่นใจมาเต็มร้อย
สำหรับคุณแม่บางคน การรู้สึกสะอาด และเรียบร้อยในทุกสัดส่วน (โดยเฉพาะจุดซ่อนเร้น) คือเรื่องของความมั่นใจ และความสบายใจส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับจิตใจคุณแม่ ในช่วงเวลาที่สำคัญ และอ่อนไหวที่สุด
4. บอกลาความอับชื้น ความไม่สบายตัว
พอท้องยิ่งใหญ่ขึ้น การจะดูแลสุขอนามัยน้องจิมิ อาจจะยากขึ้นเป็นกอง การจัดการขนล่วงหน้า จะช่วยลดความอับชื้นและเหงื่อ ทำให้รู้สึกสบายตัวสุด ๆ
5. คำแนะนำจากคนอื่น ๆ
แม้เดี๋ยวนี้แนวปฏิบัติจะค่อนข้างยืดหยุ่น แต่ก่อนหน้านี้ การโกนขนก่อนคลอด นี่คือเรื่องปกติในโรงพยาบาลเลยนะ คุณแม่บางคนเลยอาจจะได้รับคำแนะนำมา หรือได้ยินเรื่องเล่าจากบรรดารุ่นพี่ที่เคยคลอดมาแล้ว

วิธี กำจัดขนหมออ้อย สำหรับคุณแม่ใกล้คลอด
มีหลายทริคหลายวิธีให้เลือกสรร ในการจัดการขนตรงนั้น ซึ่งแต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวังแตกต่างกันไป คุณแม่ต้องลองศึกษาข้อมูลดี ๆ แล้วเลือกวิธีที่ใช่กับสภาพผิว ความอดทน และไลฟ์สไตล์ของตัวเองกันนะ!
1. โกน (Shaving): วิธีเบสิกที่ใครๆ ก็ทำได้!
การโกนคือ วิธียอดฮิตตลอดกาล เพราะใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว แถมประหยัดตังค์อีกต่างหาก ทำเองได้สบายๆ ที่บ้านเลย!
อุปกรณ์:
- มีดโกนหนวดสำหรับสาว ๆ (แนะนำแบบมีแถบเจลลื่น ๆ)
- โฟม เจลโกนหนวด หรือสบู่เหลว
- กระจก (ถ้าจำเป็น)
- โลชั่นบำรุงผิว
ข้อดี:
- ง่ายและไว: ใช้เวลาแป๊บเดียวก็เรียบร้อย!
- ประหยัด: จ่ายน้อยกว่าวิธีอื่นเยอะเลย
- ไม่เจ็บ: ถ้าทำถูกวิธี ก็ไม่เจ็บเลย (ยกเว้นพลาดไปบาดนะ!)
- หาซื้อง่าย: อุปกรณ์มีขายทั่วไป
ข้อเสีย:
- ขนขึ้นไว: แป๊บ ๆ ก็งอกใหม่ อาจจะคันเล็กน้อยด้วย
- ระวังบาด: ถ้าไม่ระวัง อาจมีบาดแผลเล็ก ๆ ได้ ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อโรค เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
- ปัญหาขนคุด: อาจเจอขนคุด หรือตุ่มแดงๆ จากการอักเสบของรูขุมขนได้ง่าย
- ผิวระคายเคือง: ผิวอาจแดง คัน หรือเป็นผื่นได้ โดยเฉพาะคนผิวบอบบาง
- ท้องใหญ่โกนลำบาก: พอท้องแก่ขึ้น การจะก้มไปโกนเองนี่ทุลักทุเลสุด ๆ เสี่ยงบาดตัวเองนะ!
ข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ใกล้คลอด:
- มีดโกนต้องใหม่ คมกริบ: มีดทื่อ ๆ จะยิ่งต้องออกแรงกดเยอะ เพิ่มความเสี่ยงบาดนะ
- ใช้โฟมหรือเจลตลอด: เพื่อลดการเสียดสี ผิวจะได้ไม่ระคายเคือง
- โกนตามแนวขนนะ: โกนสวนทางนี่ขนคุดมาเต็ม!
- ระมัดระวังพิเศษ: ท้องใหญ่แล้วมองไม่เห็น แนะนำให้ใช้กระจกช่วย หรือให้คุณสามีช่วยก็ได้นะ
- อย่าโกนปุ๊บคลอดปั๊บ: ถ้าจะโกน ควรทำล่วงหน้า 2-3 วัน ให้ผิวได้พัก ถ้ามีแผลจะได้ไม่เสี่ยงติดเชื้อตอนคลอด
- ปรึกษาคุณหมอ: ถ้าผิวแพ้ง่าย หรือกังวลเรื่องการระคายเคือง ปรึกษาคุณหมอก่อนชัวร์ที่สุด
2. แว็กซ์ (Waxing): เพื่อความเนียนยาวนาน!
การแว็กซ์คือ การใช้แว็กซ์ร้อนหรือเย็น แปะแล้วดึงออกอย่างรวดเร็ว เพื่อดึงรากขนออกมาด้วย ทำให้ขนขึ้นช้ากว่าการโกน
อุปกรณ์:
- ชุดแว็กซ์สำหรับทำเองที่บ้าน
- หรือไปร้านเสริมสวย ให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ
ข้อดี:
- ขนขึ้นช้า: ขนจะขึ้นช้ากว่าโกน 2-4 สัปดาห์เลยนะ แถมขนที่ขึ้นใหม่จะบาง และนิ่มลงด้วย
- ผิวนุ่มเนียน: หลังแว็กซ์ ผิวจะเรียบเนียนกริบ
- ลดขนคุด: มีโอกาสเกิดขนคุดน้อยกว่าการโกน ถ้าทำถูกวิธี
ข้อเสีย:
- เจ็บปวด: ยอมรับเลยว่าเจ็บ! โดยเฉพาะบริเวณที่บอบบาง จะไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษ
- ค่าใช้จ่ายสูง: ถ้าเข้าร้านบ่อย ๆ ก็ต้องมีงบประมาณเยอะหน่อย
- ผิวช้ำ หรือระคายเคือง: อาจทำให้ผิวแดง ระคายเคือง หรือเป็นรอยช้ำได้ โดยเฉพาะคนผิวบอบบาง
- เสี่ยงติดเชื้อ: ถ้าอุปกรณ์ไม่สะอาด หรือคนทำไม่มืออาชีพ อาจเสี่ยงติดเชื้อได้นะ
- ต้องรอให้ขนยาว: ขนต้องยาวประมาณ 0.5-1 ซม. ถึงจะแว็กซ์ได้นะ
ข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ใกล้คลอด:
- ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่: ถ้าไม่เคยแว็กซ์มาก่อน อย่าเพิ่งมาลองช่วงท้องแก่เลย ผิวอาจจะไวต่อสัมผัสมาก!
- เลือกร้านสะอาด ผู้เชี่ยวชาญมือโปร: ถ้าจะแว็กซ์จริง ๆ เลือกร้านที่สะอาด ปลอดภัย และคนทำมีประสบการณ์นะ
- หลีกเลี่ยง ถ้ามีภาวะแทรกซ้อน: ถ้ามีเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือความดันโลหิตสูง ควรเลี่ยงการแว็กซ์
- ปรึกษาคุณหมอ: ปรึกษาคุณหมอ ก่อนแว็กซ์เสมอ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย
- ผิวแพ้ง่าย: ถ้าผิวแพ้ง่ายมาก ๆ หรือมีปัญหาผิวหนังตรงนั้นอยู่แล้ว ควรเลี่ยงนะ
- เลือดออกง่าย: ช่วงท้อง เส้นเลือดอาจจะเปราะบางขึ้น แว็กซ์อาจทำให้มีเลือดออกเล็กน้อยได้
- ฮอร์โมนตัวร้าย: ฮอร์โมนช่วงท้องอาจทำให้ผิวไวต่อความเจ็บปวด และช้ำง่ายขึ้นด้วยนะ
3. ครีมกำจัดขน (Depilatory Creams): ทางเลี่ยงความเจ็บปวด!
ครีมกำจัดขน จะใช้สารเคมีอ่อน ๆ ไปสลายโปรตีนในเส้นขน ทำให้ขนอ่อนตัว และเช็ดออกได้ง่าย ๆ เลย
อุปกรณ์:
- ครีมกำจัดขนสำหรับผิวบอบบาง
- ผ้าหรือไม้พายสำหรับเช็ดครีมออก
ข้อดี:
- ไม่เจ็บเลย: เป็นวิธีที่ไร้ความเจ็บปวด
- รวดเร็วทันใจ: แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว
- ใช้ง่าย: ทำเองที่บ้านได้สบาย ๆ
- ผิวนุ่มเนียน: หลังใช้แล้ว ผิวจะนุ่มกว่าการโกน
ข้อเสีย:
- กลิ่นฉุน: ครีมกำจัดขนส่วนใหญ่ จะมีกลิ่นสารเคมีค่อนข้างฉุน
- เสี่ยงแพ้ หรือระคายเคือง: สารเคมี อาจทำให้เกิดอาการแพ้ คัน แสบร้อนได้ โดยเฉพาะคนผิวบอบบาง
- ไม่ถอนราก: แค่กำจัดขนส่วนบน ไม่ได้ถอนราก ทำให้ขนขึ้นเร็วพอ ๆ กับการโกน
- ไม่เหมาะกับทุกสภาพผิว: คนผิวแพ้ง่ายมาก ๆ อาจใช้ไม่ได้
ข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ใกล้คลอด:
- ทดสอบการแพ้ (สำคัญที่สุด!): ต้องทดสอบการแพ้ก่อนใช้จริงเสมอ! ทาครีมบริเวณเล็ก ๆ ที่แขนด้านใน ทิ้งไว้ตามเวลาที่ฉลากบอก แล้วเช็ดออก ถ้าไม่มีอาการแพ้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ค่อยเอาไปใช้ตรงอื่นนะ
- ห้ามใช้กับผิวมีแผล: อย่าใช้ครีมกำจัดขน กับผิวที่มีแผลถลอก หรือระคายเคืองอยู่แล้วเด็ดขาด!
- ระบายอากาศให้ดี: กลิ่นมันแรงนะจ๊ะ ควรอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
- ปรึกษาคุณหมอ: ควรปรึกษาคุณหมอ ก่อนใช้ครีมกำจัดขน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อคุณแม่และลูกน้อย
- อ่านฉลากให้ละเอียด: เช็กส่วนผสม และคำแนะนำการใช้งานให้ชัวร์ก่อนใช้เสมอ
4. เลเซอร์กำจัดขน (Laser Hair Removal)
การเลเซอร์คือ การใช้แสงเลเซอร์ยิงไปที่รากขน เพื่อทำลายเซลล์ที่สร้างเส้นขน ทำให้ขนขึ้นใหม่ช้าลง บางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดขึ้นในที่สุด
อุปกรณ์:
- เครื่องเลเซอร์กำจัดขน (ต้องทำที่คลินิกหรือโรงพยาบาล)
ข้อดี:
- ผลลัพธ์ถาวร (ในระยะยาว): ถ้าทำต่อเนื่องหลายครั้ง ขนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และอาจจะไม่ขึ้นอีกเลย
- ลดขนคุด: ช่วยแก้ปัญหาขนคุด และตุ่มอักเสบได้อย่างปัง!
- ผิวนุ่มเนียน: ทำให้ผิวเรียบเนียน สวยงาม
ข้อเสีย:
- ค่าใช้จ่ายสูง: เป็นวิธีที่แพงที่สุด และต้องทำหลายครั้งกว่าจะเห็นผล
- ใช้เวลานาน: ต้องทำหลายครั้ง และแต่ละครั้งต้องเว้นระยะห่าง
- เจ็บเล็กน้อย: อาจจะรู้สึกเหมือนโดนหนังยางดีดเบา ๆ
- ไม่เหมาะกับทุกคน: ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสีขน และสีผิวด้วยนะ
ข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ใกล้คลอด:
- ไม่แนะนำช่วงท้อง: โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอไม่แนะนำให้ทำเลเซอร์กำจัดขน ตอนท้อง และให้นมบุตร เพราะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ เรื่องความปลอดภัย และผลกระทบต่อลูกน้อย แม้เลเซอร์จะออกฤทธิ์ที่ผิวชั้นบน แต่ก็ยังน่ากังวลเรื่องความร้อน และพลังงานที่อาจส่งผลถึงลูกได้
- ปรึกษาคุณหมอผิวหนัง: ถ้าเคยทำมาก่อน และอยากทำต่อหลังคลอด ควรปรึกษาคุณหมอผิวหนัง และสูตินรีแพทย์ก่อนเสมอ
- รอให้พ้นช่วงให้นมบุตร: คลินิกส่วนใหญ่ แนะนำให้รอจนกว่าจะพ้นช่วงให้นมบุตร แล้วค่อยกลับมาทำเลเซอร์อีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการ กำจัดขนหมออ้อย ก่อนคลอด!
Q1: จำเป็นต้องโกนขนก่อนคลอดไหม?
A1: ไม่ได้บังคับ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ ค่อนข้างยืดหยุ่นเรื่องนี้ ถ้าคุณแม่ไม่สะดวก หรือไม่ต้องการโกน ก็แจ้งคุณหมอได้เลย แต่ถ้าคุณหมอเห็นว่าจำเป็นจริง ๆ เช่น เพื่อความสะดวกในการทำหัตถการบางอย่าง หรือลดความเสี่ยงติดเชื้อเมื่อต้องเย็บแผล ก็อาจมีการโกนให้ที่โรงพยาบาล ในบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น
Q2: ถ้าจะโกนเอง ควรโกนตอนไหนดี?
A2: ถ้าคุณแม่ตั้งใจจะโกนเอง แนะนำให้โกนล่วงหน้าประมาณ 2-3 วัน ก่อนวันกำหนดคลอด หรือก่อนวันที่คุณหมอประเมินว่าน่าจะคลอด เพื่อให้ผิวได้พักฟื้น ลดความเสี่ยงการระคายเคือง หรือบาดแผลที่อาจเกิดขึ้นก่อนคลอดจริง ถ้าโกนกระชั้นชิดเกินไปแล้วเกิดแผล อาจเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้นะ
Q3: ไม่โกนขนก่อนคลอดจะมีผลเสียอะไรไหม?
A3: ไม่มีผลเสียร้ายแรงจ้ะ! คุณแม่หลายคนก็เลือกที่จะไม่โกนขน และคุณหมอก็สามารถทำคลอดได้ตามปกติเลย สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษาความสะอาด และสุขอนามัยในบริเวณนั้นอย่างสม่ำเสมอ ถ้าคุณหมอเห็นว่าจำเป็นต้องโกน เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ก็จะจัดการให้ที่โรงพยาบาลเอง
Q4: มีวิธีธรรมชาติในการดูแลขนตรงนั้นไหม?
A4: มีสิ! ถ้าคุณแม่ไม่อยากกำจัดขนออกทั้งหมด แค่อยากดูแลให้สะอาดและสบายตัว สามารถทำได้โดยการ ตัดเล็มให้สั้นลง ด้วยกรรไกรเล็ก ๆ ที่สะอาดและคม เพื่อลดการอับชื้น และช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น วิธีนี้อ่อนโยน และปลอดภัยที่สุด สำหรับคุณแม่ใกล้คลอดเลยนะ
Q5: คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน ควรจัดการขนยังไงดี?
A5: ถ้าคุณแม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคเลือดออกง่าย หรือมีปัญหาผิวหนัง ควรปรึกษาคุณหมอ ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการกำจัดขนใด ๆ เพราะบางวิธี อาจเพิ่มความเสี่ยง หรือทำให้ภาวะที่เป็นอยู่แย่ลงได้
เคล็ดลับเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ใกล้คลอด
ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน มาจัดการกับขนหมออ้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยและสุขอนามัย ของคุณแม่และลูกน้อย
- ปรึกษาคุณหมอ: ถ้ามีคำถาม หรือกังวลอะไรเกี่ยวกับการจัดการขนบริเวณจุดซ่อนเร้นช่วงใกล้คลอด สิ่งแรกที่ต้องทำคือปรึกษาสูตินรีแพทย์ ที่ดูแลครรภ์คุณแม่นะ คุณหมอจะให้คำแนะนำที่เหมาะกับสุขภาพ และสภาวะครรภ์ของคุณแม่แต่ละคนเลย
- รักษาความสะอาดให้ดี: ไม่ว่าจะขนเยอะ ขนน้อย หรือไร้ขน การรักษาความสะอาดในบริเวณนั้น คือสิ่งสำคัญที่สุด ควรทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า และเช็ดให้แห้งสนิทเสมอ เพื่อป้องกันการอับชื้น และการติดเชื้อ
- สังเกตอาการผิดปกติ: ถ้าเกิดอาการคัน แดง ผื่นขึ้น หรือแสบร้อนหลังการกำจัดขน ควรรีบไปหาคุณหมอทันทีนะ!
- เตรียมใจให้พร้อม: สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงใกล้คลอด คือการเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการคลอด ไม่ว่าจะจัดการขนหรือไม่ก็ตาม ขอให้คุณแม่โฟกัสไปที่สุขภาพที่ดีของตัวเองและลูกน้อย เพื่อช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของการเป็นแม่!
เรื่องการจัดการ กำจัดขนหมออ้อย ช่วงใกล้คลอดนี่เป็นเรื่องส่วนตัวจริง ๆ ไม่มีถูกไม่มีผิด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณแม่และเจ้าตัวน้อยในท้อง การโกนเป็นวิธีที่ฮิตติดลมบนและทำง่าย แต่ก็ต้องระวังเรื่องแผลและขนคุด ส่วนการแว็กซ์และครีมกำจัดขน อาจให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า แต่ก็ต้องรับมือกับความเจ็บปวด การระคายเคือง และอาการแพ้ ส่วนเลเซอร์นี่ขอพักไว้ก่อนนะจ๊ะ ช่วงท้องไม่แนะนำ! ถ้าไม่แน่ใจอะไร ปรึกษาคุณหมอไว้ก่อนเลย และไม่ว่าคุณแม่จะเลือกวิธีไหน ขอให้คำนึงถึงความสะอาด ปลอดภัย และความสบายใจของตัวเองเป็นหลักนะคะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ของใช้เตรียมคลอด มีอะไรบ้าง เตรียมของก่อนคลอด จะเป็นลางไม่ดี จริงไหม
วิธีนวดเต้าก่อนคลอด ทำอย่างไร ทำช่วงไหน ไม่เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด
8 ข้อต้องรู้ แม่ท้องเตรียมตัวก่อนคลอด ตอนไหนเหมาะ ทำอย่างไร
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!