มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ทำให้มีลูกยาก หรือเสี่ยงแท้งหรือไม่? พร้อมเจาะลึกอาการ สาเหตุ และวิธีดูแลรักษาตามหลักการแพทย์

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณแม่ทราบหรือไม่คะว่า มดลูกของผู้หญิงเรานั้นไม่ได้มีรูปทรงปกติเหมือนกันทุกคน มีผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของรูปทรงมดลูก ซึ่งหนึ่งในภาวะที่พบได้และมักสร้างความกังวลใจให้กับว่าที่คุณแม่ก็คือภาวะ มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) นั่นเองค่ะ

 

มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร?

มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คือความผิดปกติของมดลูกแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง โดยปกติแล้วมดลูกของผู้หญิงจะมีลักษณะเป็นโพรงเดียวคล้ายลูกแพร์คว่ำ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะนี้ มดลูกจะมีลักษณะเป็นสองแฉก หรือมีรอยบุ๋มลึกลงมาตรงกลางบริเวณส่วนบนของมดลูก ซึ่งรอยหยักนี้จะมีความลึกมากกว่า 1 เซนติเมตร ทำให้เมื่อมองจากภายนอก มดลูกจะมีรูปทรงคล้ายกับ “หัวใจ”

จากสถิติทางการแพทย์พบว่า ความผิดปกติของโครงสร้าง ขนาด หรือรูปทรงของมดลูกนั้นพบได้ค่อนข้างน้อย โดยมีผู้หญิงเพียงประมาณ 3% ถึง 3.9% เท่านั้นที่เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของมดลูก และหากเจาะจงเฉพาะภาวะมดลูกรูปหัวใจ จะพบได้ยากมากเพียงแค่ประมาณ 4 ใน 1,000 คนของผู้หญิงทั้งหมดเท่านั้น

 

สาเหตุของภาวะมดลูกรูปหัวใจ เกิดจากอะไร?

ภาวะนี้เป็นความผิดปกติที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด (Congenital abnormality) ซึ่งหมายความว่าคุณแม่ไม่สามารถป้องกันหรือหยุดยั้งการเกิดภาวะนี้ได้

สาเหตุหลักเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่คุณแม่ยังเป็นทารกเพศหญิงที่กำลังพัฒนาการอยู่ในท้องแม่ ช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์ ตามปกติแล้ว มดลูกจะก่อตัวขึ้นจากการที่ท่อสองท่อที่เรียกว่า มุลเลอเรียน ดักต์ (Müllerian ducts) เคลื่อนตัวลงมาในอุ้งเชิงกรานและเชื่อมประสานเข้าด้วยกันจนกลายเป็นโพรงมดลูกโพรงเดียว แต่ในกรณีของผู้ที่มีมดลูกรูปหัวใจ ท่อทั้งสองนี้จะเชื่อมประสานกันเพียงบางส่วนหรือไม่สมบูรณ์ ทำให้ส่วนบนของมดลูกแยกออกจากกันเป็นสองฝั่ง หรือที่เรียกว่า “ปีกมดลูก” (Horns) ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมกระบวนการนี้จึงเกิดความผิดปกติ และยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าภาวะนี้เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

สัญญาณและอาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจมี มดลูกรูปหัวใจ

ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีภาวะมดลูกรูปหัวใจมักจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีความผิดปกตินี้ซ่อนอยู่ เนื่องจากภาวะนี้มักไม่แสดงอาการทางร่างกายใดๆ ผู้หญิงหลายคนใช้ชีวิตตามปกติและมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ไปทำอัลตราซาวนด์เมื่อตั้งครรภ์ หรือเมื่อพบแพทย์เพราะมีปัญหามีบุตรยากและแท้งบุตร

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงบางรายอาจพบอาการที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ซึ่งควรหมั่นสังเกตตัวเองค่ะ

  • ปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง: เนื่องจากรูปทรงของมดลูกอาจทำให้เลือดประจำเดือนไหลผ่านปากมดลูกได้ยากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องน้อยมากกว่าปกติ
  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด: บางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ
  • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์: อาจรู้สึกเจ็บหรือปวดบริเวณท้องน้อยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
  • ประจำเดือนรั่วซึมแม้ใส่ผ้าอนามัยแบบสอด: ผู้หญิงที่มีมดลูกรูปหัวใจประมาณ 1 ใน 4 จะมีภาวะช่องคลอดคู่ (Longitudinal vaginal septum) หรือมีผนังเนื้อเยื่อกั้นช่องคลอดเป็นสองช่องร่วมด้วย ทำให้เลือดสามารถไหลออกมาจากช่องคลอดอีกฝั่งที่ไม่ได้ใส่ผ้าอนามัยแบบสอดเอาไว้ได้
  • ประสบปัญหาแท้งบุตรซ้ำซาก หรือมีบุตรยาก: การมีบุตรยากหรือแท้งบ่อยอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติทางกายวิภาคของมดลูกได้

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

มดลูกรูปหัวใจ ท้องได้ไหม? และส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

นี่คงเป็นคำถามที่คุณแม่หลายคนกังวลใจที่สุด ข่าวดีก็คือ การมีมดลูกรูปหัวใจไม่ได้ทำให้ความสามารถในการตั้งครรภ์ (Fertility) ของคุณแม่ลดลงแต่อย่างใด ผู้หญิงที่มีภาวะนี้ส่วนใหญ่สามารถตั้งครรภ์และคลอดทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนบางประการระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งจะถูกจัดให้เป็น “การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง” ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสูตินรีแพทย์

มดลูกรูปหัวใจ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. เสี่ยงต่อการแท้งบุตรและการคลอดก่อนกำหนด

การมีมดลูกรูปหัวใจเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตรในช่วงหลังของการตั้งครรภ์ รวมถึงการคลอดก่อนกำหนด (คลอดก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์) งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากความจุของโพรงมดลูกที่ลดลง ทำให้ทารกมีพื้นที่เติบโตจำกัด หรือเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูกที่ผิดปกติ นอกจากนี้ ความผิดปกติของมดลูกยังอาจสัมพันธ์กับภาวะปากมดลูกหลวม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ โดยอัตราความชุกของการแท้งบุตรซ้ำในผู้หญิงที่มีความผิดปกติของมดลูกนั้นมีสถิติอยู่ระหว่าง 1.8% ถึง 37.6%

  1. ทารกไม่กลับหัว (Breech Position)

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น รูปร่างของโพรงมดลูกที่เป็นแฉกอาจทำให้ทารกมีพื้นที่ในการขยับตัวหรือกลับหัวได้ยาก ส่งผลให้ทารกมักจะอยู่ในท่าก้น (Breech position) หรือท่าขวาง (Transverse lie) ในช่วงใกล้คลอด ซึ่งในกรณีนี้ แพทย์มักจะแนะนำให้คุณแม่ทำการผ่าคลอด (Caesarean section) เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และทารก

  1. ภาวะทารกน้ำหนักตัวน้อยและความเสี่ยงอื่นๆ

มีการศึกษาพบว่าทารกที่เกิดจากคุณแม่ที่มีมดลูกรูปหัวใจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย และการศึกษาหนึ่งยังพบว่าทารกมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดสูงกว่าทารกที่เกิดจากคุณแม่ที่มีมดลูกปกติถึง 4 เท่า

ในบางกรณี หากคุณแม่ตั้งครรภ์ในมดลูกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง (Moiety) ฮอร์โมนการตั้งครรภ์อาจไปกระตุ้นให้เยื่อบุมดลูกของอีกฝั่งหนาตัวและลอกหลุดออกมา ทำให้มีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งอาจทำให้คุณแม่ตกใจได้

 

การวินิจฉัยภาวะมดลูกรูปหัวใจ ทำได้อย่างไร?

หากคุณแม่มีประวัติแท้งบุตรซ้ำซาก (3 ครั้งขึ้นไป) แท้งบุตรในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือมีอาการผิดปกติทางนรีเวช แพทย์อาจทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยรูปทรงของมดลูก โดยเครื่องมือทางการแพทย์ที่นิยมใช้ ได้แก่

  • การตรวจอัลตราซาวนด์ (Ultrasound): โดยเฉพาะอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดแบบ 3 มิติ (3D transvaginal ultrasound) ซึ่งให้ภาพโครงสร้างมดลูกที่ชัดเจนและแม่นยำที่สุด
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นการตรวจที่ให้ภาพที่มีความละเอียดสูงและชัดเจนมาก ใช้ประเมินโครงสร้างมดลูกได้ดีและช่วยแยกแยะเพื่อคัดกรองโรคอื่นๆ เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ออกไปได้
  • การฉีดสีดูท่อนำไข่และโพรงมดลูก (Hysterosalpingogram – HSG): เป็นการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในมดลูกและเอกซเรย์ดูรูปร่างของโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม บางครั้งวิธีนี้อาจทำให้สับสนระหว่างมดลูกรูปหัวใจกับมดลูกที่มีผนังกั้น (Septate uterus) ซึ่งต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน จึงอาจต้องตรวจด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
  • การส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy) หรือ การผ่าตัดส่องกล้องผ่านหน้าท้อง (Laparoscopy): เพื่อดูความผิดปกติจากทั้งภายในและภายนอกของมดลูก

 

แนวทางการดูแลรักษาและการเตรียมตัวสำหรับคุณแม่

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงที่มีภาวะ มดลูกรูปหัวใจ ไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขใดๆ เนื่องจากคุณแม่จำนวนมากยังคงสามารถตั้งครรภ์และคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย แนวทางหลักๆ จึงเป็นการเน้นไปที่ “การดูแลและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด” ในระหว่างการตั้งครรภ์โดยทีมสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง คุณแม่จะต้องไปพบแพทย์และทำอัลตราซาวนด์บ่อยขึ้นเพื่อติดตามตำแหน่งของทารกและการเจริญเติบโต

ในกรณีที่จำเป็นต้องรักษาทางการแพทย์

หากคุณแม่เป็นกลุ่มที่มีปัญหามีบุตรยาก หรือมีประวัติแท้งบุตรซ้ำซากซึ่งมีสาเหตุมาจากมดลูกรูปหัวใจโดยตรง แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกในการผ่าตัดที่เรียกว่า Strassman metroplasty ซึ่งเป็นการผ่าตัดเชื่อมโพรงมดลูกสองฝั่งให้รวมกันเป็นโพรงเดียวที่กว้างขึ้น มีงานวิจัยระบุว่าผู้หญิงที่เข้ารับการผ่าตัดวิธีนี้ถึง 88% สามารถกลับมาตั้งครรภ์และคลอดบุตรได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในวงการแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหามีบุตรยากจากภาวะนี้ และหากได้รับการผ่าตัด คุณแม่จะต้องรอพักฟื้นมดลูกอย่างน้อย 3 เดือนก่อนจึงจะเริ่มปล่อยให้ตั้งครรภ์ใหม่ได้ ที่สำคัญคือ เมื่อตั้งครรภ์แล้ว คุณแม่จะต้องคลอดด้วยวิธีการผ่าคลอดเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่มดลูกจะปริแตก (Uterine rupture) ในระหว่างการเจ็บครรภ์คลอดธรรมชาติ

 

เป็นแม่ได้อย่างมั่นใจ แม้มีมดลูกรูปหัวใจ

การได้รับคำวินิจฉัยว่ามีภาวะมดลูกผิดปกติ อาจทำให้คุณแม่เกิดความวิตกกังวลและเครียดได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากเคยมีประวัติการสูญเสียมาก่อน แต่อย่าลืมนะคะว่า วิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก และมีผู้หญิงหลายคนที่ประสบความสำเร็จในการเป็นแม่แม้จะมีมดลูกรูปหัวใจก็ตาม

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

หากคุณแม่รู้ตัวว่ามีภาวะมดลูกรูปหัวใจ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ ไปตามนัดของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ พูดคุยปรึกษาความกังวลใจกับสูตินรีแพทย์ และหมั่นสังเกตอาการของการคลอดก่อนกำหนดเอาไว้ล่วงหน้า เพียงเท่านี้ คุณแม่ก็จะสามารถประคับประคองการตั้งครรภ์ให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เตือนว่าที่คุณแม่! ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก อยากมีลูกต้องเลี่ยง

วิจัยชี้! คนท้องทำงานกะดึก เพิ่มความเสี่ยงแท้งลูก-คลอดก่อนกำหนด

13 วิธีช่วยบรรเทา คนท้อง ร้องไห้ แม่ท้องเครียดเสี่ยงแท้ง ลูกเสี่ยงซึมเศร้า

 

ที่มา: healthline , whattoexpect , somerset early scans