พาลูกออกกำลังกาย เด็กแต่ละช่วงวัย ออกกำลังกายยังไงดี

พาลูกออกกำลังกาย เด็กแต่ละช่วงวัย ออกกำลังกายยังไงดี

พาลูกออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เด็กแต่ละช่วงวัย ออกกำลังกายยังไงดี ข้อควรระวังสำหรับการออกกำลังกายในเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

พาลูกออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ในทุกวัย สำหรับเด็กแล้วการออกกำลังกายสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และพัฒนาการต่าง ๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรงเติบโต มีภูมิคุ้มกันที่ดี และมีจิตใจสดชื่นแจ่มใส การออกกำลังกายในเด็ก แต่ละช่วงวัยย่อมแตกต่างกันตามความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย พาลูกออกกำลังกาย ยังไงดี ดูได้ดังนี้ค่ะ

พาลูกออกกำลังกาย

1. วัยทารก (0-11 เดือน)

ในช่วงวัยทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน ทารกจะไม่สามารถขยับตัวได้เอง การออกกำลังกายจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคุณพ่อคุณแม่ โดยการขยับแขนขาของลูกอย่างอ่อนโยน ในจังหวะที่เหมาะสม เช่น หลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้ง ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพันผ้าอ้อมไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อให้ลูกขยับแขนขาได้สะดวก

ช่วงอายุ 4 เดือนขึ้นไป ทารกจะเริ่มขยับแขนขาได้มากขึ้นจนเริ่มคว่ำได้ คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกขยับแขนขาพลิกคว่ำเอง ช่วยจะประคองให้นั่งและยืนบ่อย ๆ

ช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป ลูกจะ เดือนขึ้นไปลูกจะเริ่มพลิกคว่ำ คืบ และคลานได้จนกระทั่งเกาะยืนและเดินในที่สุด จึงควรให้ลูกได้ฝึกการเคลื่อนไหวเอง และอุ้มให้น้อยลง

พาลูกออกกำลังกาย

2. วัย 1 ถึง 4 ปี

หลังจากอายุ 1 ปี ลูกจะเริ่มเดินได้เองและเริ่มวิ่งได้ จนกระทั่งอายุ 2 ปีขึ้นไป ลูกจะเดินได้คล่องขึ้นเรื่อย ๆ วิ่งและกระโดดได้ดี โดยธรรมชาติของเด็กวัยนี้ มักจะชอบเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงควรปล่อยให้ลูกได้เล่นตามที่ชอบอย่างมีความสุข โดยคุณพ่อคุณแม่ควรมีส่วนร่วมในการเล่นกับลูก

ทั้งนี้ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานที่ อุปกรณ์ของเล่น และระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุอย่างเต็มที่ เด็กในวัยนี้ไม่ควรให้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนานเกินกว่าครั้งละ 30 นาที เพราะแขนขาอาจจะล้าและหกล้มได้ง่าย ควรให้ลูกทานน้ำบ่อย ๆ โดยเฉพาะหากเล่นอยู่กลางแจ้งในวันที่อากาศร้อน เพื่อป้องกันการขาดน้ำด้วยค่ะ

พาลูกออกกำลังกาย

3. ช่วงอายุ 5-10 ปี

ลูกจะมีความพร้อมทางด้านร่างกายจิตใจและสังคม ที่จะทำกิจกรรมและออกกำลังกายได้แล้ว ทั้งนี้จะเริ่มเข้าใจกฎกติกาของการเล่นกีฬาได้ดีที่สุด หลังจากอายุ 7 ปีขึ้นไป จึงควรส่งเสริมให้ลูกได้เล่นกีฬาที่ชอบ ทั้งนี้ไม่ควรเล่นกีฬาในอากาศที่ร้อนจนเกินไป และดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำเช่นกัน

คุณพ่อคุณแม่ควรมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายไปกับลูกเพื่อความสนุกสนาน โดยเน้นที่การฝึกเล่นกีฬาให้ร่างกายแข็งแรง มากกว่าเน้นการแข่งขันเพื่อเป็นผู้ชนะ เพราะจะเป็นการเพิ่มความเครียด และความกดดันให้กับลูกและคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ

พาลูกออกกำลังกาย

4. ช่วงวัยรุ่น (อายุ 11 ปีขึ้นไป)

ในช่วงวัยนี้ลูกจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การออกกำลังกายจะมีผลอย่างมากต่อความแข็งแรงของร่างกายลูก ควรออกกําลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที โดยเน้นที่การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น วิ่งกระโดดเชือก ปั่นจักรยาน ร่วมกับการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก โดยอาจไม่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องกัน 60 นาที หากไม่มีเวลาก็อาจแบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ หลาย ๆ ครั้งในระหว่างวันก็ได้

ในช่วงวัยนี้เด็กสามารถออกกำลังกายในรูปแบบการฝึกซ้อมที่หนักกว่าปกติ เพื่อการแข่งขันเกมกีฬาได้แล้ว ทั้งนี้ควรเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนักต่อเนื่องกันนาน ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด หากลูกมีอาการเหนื่อยผิดปกติจากการออกกำลังกายก็ควรปรึกษาคุณหมอนะคะ

การออกกำลังกายในเด็ก

สรุปข้อควรระวังสำหรับการออกกำลังกายในเด็กทุกช่วงวัยมีดังนี้

  • การออกกำลังกายในช่วงที่อากาศร้อน เด็กควรได้รับการพักและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • เด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจและปอด หากออกกำลังกายติดต่อกันนานเกินไปอาจเกิดอันตรายได้ จึงควรออกกำลังกายเป็นช่วงสั้น ๆ ครั้งละ 10-15 นาที โดยรวมกันให้ได้วันละ 60 นาที
  • หากมีอาการไข้ตัวร้อน ไม่สบาย ท้องเสีย ก็ไม่ควรออกกำลังกาย
  • หากเด็กมีความผิดปกติของร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย

ครอบครัวมีส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมให้เด็กได้ออกกำลังกายอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับวัย หากคุณพ่อคุณแม่มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายกับลูก ก็จะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพกายและใจของทุกคนในครอบครัวด้วยค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เคล็ดลับสร้างสมองลูก ใน 1000 วันแรก ช่วยลูกฉลาด พัฒนาการสมวัย

5 สิ่งที่พ่อแม่ควรมี ถ้าอยากให้ลูกประสบความสำเร็จกัน ลองเช็คดู

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner