TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์

บทความ 5 นาที
ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์

เพราะโรคภูมิแพ้นั้น สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เราจึงมักจะพบว่าเด็กที่เกิดจากครอบครัวที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ มีโอกาสป่วยจากโรคภูมิแพ้ได้ถึงร้อยละ 50 – 80 แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ และเป็นโรคภูมิแพ้นั้นสามารถ ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ ได้

 

ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์

 

ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ ทำได้อย่างไร?

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้เกิดการตอบสนองที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ เป็นลักษณะที่เราเรียกกันว่า โรคภูมิแพ้ นั่นเอง สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ พันธุกรรม การได้รับสารก่อภูมิแพ้ และสภาพแวดล้อม

แต่คุณแม่รู้หรือไม่ว่า โรคภูมิแพ้นั้น เราสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ ด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่คุณแม่รับประทานเข้าไปในขณะที่ตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพที่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งรวมถึงวิธีการคลอดด้วยเช่นกัน

 

 

โภชนาการของคุณแม่ ช่วยป้องกันภูมิแพ้ให้ลูกได้

จากงานวิจัยได้มีการค้นพบว่า หญิงที่ตั้งครรภ์หากได้รับประทานวิตามินดีที่เพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ของลูกในครรภ์ได้ นั่นเป็นเพราะ วิตามินดี มีคุณสมบัติที่ช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความสามารถในการดูดซึมแคลเซียม ได้ดียิ่งขึ้น

อาหารที่มีวิตามินดีสูง ได้แก่ ไข่ ปลาแซลมอน ปลาทู นมวัว นอกจากนั้น การที่เราออกไปเดินเล่นรับแสงแดด ก็ยังเป็นการเพิ่มวิตามินดีให้กับร่างกายโดยธรรมชาติอีกด้วย

นอกจากนี้ กรดไขมันอิ่มตัวชนิดดี ได้แก่ DHA หรือ EPA (n-3 polyunsaturated fatty acid) เป็นสารที่มีผลโดยตรงต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้ลดการอักเสบ และมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองของเด็กอีกด้วย ซึ่งเราจะได้รับสารอาหารเหล่านี้จาก ปลาจากทะเลน้ำลึก เมล็ดพืช และถั่วชนิดต่าง ๆ

เรามักจะพบว่า คุณแม่ที่แพ้ไข่ แพ้นมวัว ทำให้ต้องหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ จนทำให้โอกาสที่ลูกในครรภ์จะได้รับวิตามินดีที่ต้องการลดน้อยลงไป จนส่งผลให้เด็กเกิดอาการภูมิแพ้เมื่อคลอดออกมา ดังนั้น สิ่งที่จะทดแทนได้ นั่นก็คือ การทานวิตามินเสริม ซึ่งการเลือกทานนั้น ควรจะอยู่ในการควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

คุณแม่หลายคนรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของอาหาร กลัวว่าลูกในครรภ์จะแพ้ จึงงดที่จะทานอาหารบางชนิด แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้แพ้ก็ตาม ซึ่งเป็นความเชื่อผิด ๆ เนื่องจากความกังวลดังกล่าว อาจจะทำให้ตัวคุณแม่ และลูกในครรภ์ ไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนั้น คุณแม่ควรพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ อย่างสมดุล และควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม นั่นเป็นเพราะน้ำหนักที่เพิ่มมากจนเกินไปในขณะตั้งครรภ์นั้น ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และเสี่ยงเกิดโรคภูมิแพ้ในลูกได้เช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง : โรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ในเด็ก โรคยอดฮิตที่พ่อแม่เด็กเล็ก ต้องระวัง!

 

ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์

 

ป้องกันภูมิแพ้ของลูกได้ ด้วยการเลือกวิธีคลอด

แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่า วิธีการคลอดด้วยวิธีการผ่าคลอดนั้น มีผลต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ของทารก จากการศึกษาพบว่า ทารกที่คลอดโดยการผ่าท้องคลอด จะไม่ได้รับเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ในช่องคลอด (Microbiome) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่จะก่อเป็นโรคต่าง ๆ และมีผลโดยตรงกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงอาจส่งผลถึงการสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติของเด็กที่คลอดออกมาได้ เสี่ยงจะพัฒนาเป็นโรคภูมิแพ้ได้

 

การป้องกันโรคภูมิแพ้ ในหญิงตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ ที่มีภาวะเป็นโรคภูมิแพ้ หรือไม่เป็นก็ตาม หากไม่อยากให้ลูกน้อยในครรภ์เป็นโรคภูมิแพ้เมื่อคลอดออกมา ควรปฏิบัติตามดังนี้

 

ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์

 

  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ในขณะตั้งครรภ์

ไม่ว่าจะเป็นการสูบโดยตรง หรือการสัมผัสควันบุหรี่จากคนรอบข้าง ก็ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของปอดสำหรับทารกในครรภ์ได้ ซึ่งโอกาสที่จะทำให้เป็นโรคหอบหืด ก็มีสูงด้วยเช่นกัน

 

  • หลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้

โดยเฉพาะในรายที่คุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ เช่นแพ้ไรฝุ่น แพ้สุนัข แมว หรือละอองเกสร ก็ควรจะควบคุมสิ่งแวดล้อมให้มีสารต่าง ๆ เหล่านี้น้อย เช่นคุณแม่แพ้สุนัข ก็ไม่ควรเลี้ยงสุนัขระหว่างตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด เพราะนอกจากจะทำให้อาการของคุณแม่กำเริบ ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงจะแพ้ของลูกด้วย นอกจากนี้หลีกเลี่ยงมลภาวะ และสารระคายเคืองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะนอกบ้าน PM2.5, ควันธูป, ควันจากการเผาไหม้, ไรฝุ่น เป็นต้น

 

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้สุขภาพดี แข็งแรงสมบูรณ์ แล้วยังช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งความเครียด ความกังวลก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ด้วยเช่นกัน

 

  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้รับวิตามิน และสารอาหารที่ครบถ้วนโดยเฉพาะกลุ่มผัก ผลไม้ที่จะให้ทั้ง พรีและโพรไบโอติกส์ ทำให้เกิดภาวะสมดุลในลำไส้ จะส่งผลให้สุขภาพทั้งคุณแม่ และลูกที่อยู่ในครรภ์ ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้

 

  • หลีกเลี่ยงการทานยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น

เนื่องจากการใช้ยาปฏิชีวนะในช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงทารกแรกเกิด นั้นมีการศึกษาว่าส่งผลต่อการเกิดภูมิแพ้ เนื่องจากยาเหล่านี้ไปเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในร่างกาย (microbiome) ทำให้เสียสมดุล

บทความที่เกี่ยวข้อง : จุลินทรีย์ดี Probiotics โพรไบโอติกส์ อีกหนึ่งความหวัง ในการช่วยต้าน โรคภูมิแพ้

 

ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์

 

ป้องกันลูกให้ห่างไกลโรคภูมิแพ้ หลังคลอด

 

1. เพิ่มภูมิคุ้มกันลูก ด้วยนมแม่

หลังจากที่ปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้นอย่างต่อเนื่องแล้ว เมื่อทารกคลอดออกมา คุณแม่ควรเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับลูกด้วยการให้เด็กได้รับประทานนมแม่อย่างน้อย 4-6 เดือน เนื่องจากน้ำนมแม่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่สามารถเข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายเด็ก รวมไปถึงพรีและโพรไบโอติกส์ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้นตามลำดับ

 

2. การให้อาหารเสริมแก่ลูกน้อย

การให้อาหารเสริมกับลูก นับว่าเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับตัวเด็ก แต่ควรให้ช่วงอายุ 4 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน โดยให้เริ่มอาหารใหม่ทีละชนิดทุก ๆ 3-5 วันในรายที่มีความเสี่ยง โดยแนะนำให้เริ่มด้วยข้าว ผัก ผลไม้ แล้วค่อยตามด้วยเนื้อสัตว์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับอายุของเด็ก

 

3. อาหารที่มีโอกาสแพ้สูง

การเริ่มอาหารที่มีโอกาสทำให้เกิดการแพ้ได้สูง ได้แก่ นมวัว ถั่วเหลือง ไข่ แป้งสาลี ถั่วลิสงและถั่วเปลือกแข็งอื่น ๆ และปลา รวมถึงอาหารทะเล สามารถเริ่มให้ทานได้หลังอายุ 4-6 เดือนไปแล้ว โดยค่อย ๆ เริ่ม อาหารกลุ่มเสี่ยงทีละชนิดในเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคภูมิแพ้ ค่อย ๆ สังเกตอาการผิดปกติ หากไม่แน่ใจควรหยุดกินอาหารนั้นทันทีและ อาจค่อยทดลองใหม่หากอาการไม่รุนแรง แต่ถ้ามีอาการผิดปกติที่รุนแรงเช่น หน้าบวม ตาบวม หายใจลำบาก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ เพื่อพิจารณาทำการทดสอบการแพ้อาหารต่อไป

 

หากคุณแม่รับมือกับโรคภูมิแพ้ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ ก็จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพของทารกให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีพัฒนาการที่แข็งแรงสมบูรณ์ ห่างไกลจากโรคภัยต่าง ๆ ที่มีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้อย่างแน่นอน

 

ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์

พญ.วราลี ผดุงพรรค กุมารแพทย์ภูมิแพ้

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ภูมิแพ้จมูกอักเสบ สาเหตุของโรค และวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นแพ้ผิวหนังในเด็ก รักษาด่วนก่อนเรื้อรัง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

นาง วราลี ผดุงพรรค (หมอแอนนี่)

  • หน้าแรก
  • /
  • แม่ผ่าคลอด
  • /
  • ป้องกันภูมิแพ้ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์
แชร์ :
  • S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่

  • S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025

  • เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    บทความจากพันธมิตร

    เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

  • S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่

  • S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025

  • เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    บทความจากพันธมิตร

    เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว