ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรากำลังอยู่ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทแทบจะทุกวินาทีของชีวิตลูก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยทำการบ้าน เกมที่ปรับความยากง่ายได้เอง หรือเพื่อนคุยแก้เหงาในโลกดิจิทัล สิ่งเหล่านี้ทำให้ เด็กยุค AI เรียนรู้ไว และ เก่งเร็ว ขึ้นอย่างน่าทึ่ง
แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ theAsianparent ได้ไปสะดุดตากับบทความเตือนสติที่ดีมาก ๆ จากพญ.ธวลิดา เวชชวณิชย์ คุณหมอยูมิ ผอ.รร บ้านคุณหมอ doctorkidschool จากเพจ @doctorkidexplorer ที่ชวนให้เราฉุกคิดว่า… ในเมื่อ AI ถูกออกแบบมาให้เอาใจ และ เข้าใจ ลูกเราไปเสียทุกอย่าง แล้วลูกของเราจะมีโอกาสได้ฝึกรับมือกับความผิดหวัง หรือความยากลำบาก ในโลกแห่งความจริงได้อย่างไร?
วันนี้เราจึงขอนำข้อคิดดี ๆ จากคุณหมอยูมิมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน เพื่อให้ เด็กยุค AI อย่างลูกของเราเติบโตมาไม่ใช่แค่เก่ง แต่ต้องแกร่ง พอที่จะอยู่ในโลกความจริงได้
เด็กยุค AI ฉลาดขึ้นจริง…แต่
แต่เรากำลังฝึกลูกให้ “รับมือชีวิตจริง” มากพอแล้วหรือยัง?
หมอว่าพ่อแม่ยุคนี้โชคดีมากค่ะ
เพราะลูกของเราเกิดมาในโลกที่มี AI คอยช่วยทุกอย่าง
อยากรู้ → มีคำตอบทันที
อยากเรียน → มีบทเรียนที่ปรับให้ตรงกับลูก
อยากเล่น → เกมฉลาดขึ้นทุกวัน
อยากคุย → มี AI ที่พร้อมรับฟังตลอดเวลา
เทคโนโลยีทำให้ลูกเรา “เก่งเร็ว” จริง
แต่ในฐานะพ่อแม่ เราอาจต้องถามตัวเองอีกคำถามหนึ่งว่า นอกจากความเก่ง ลูกเรากำลังถูกฝึกให้ “แข็งแรงพอ” สำหรับชีวิตจริงหรือยัง?
เพราะโลกจริงไม่ได้ใจดีเสมอไป ชอบ ไม่ชอบ เกียจ โกรธ มันคือโลกแห่งความจริง
แต่ AI ถูกออกแบบมาให้ “เข้าใจผู้ใช้”
ปรับตามอารมณ์ ตอบสนองทันที ไม่หงุดหงิด ไม่ดุ
ไม่ปฏิเสธ แต่ชีวิตจริงไม่เป็นแบบนั้นนะค่ะ
ครูอาจไม่เข้าใจลูกทุกครั้ง เพื่อนอาจไม่เล่นด้วยเสมอ
พ่อแม่เองก็มีวันที่เหนื่อย โลกจริงไม่ได้ปรับระดับความยากให้เราทุกวัน
ถ้าลูกคุ้นเคยกับโลกที่ “ทุกอย่างได้ดั่งใจ” มากเกินไป
วันหนึ่งเมื่อเจอความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์จริง
เขาอาจรู้สึกว่าโลกนี้อยู่ยากกว่าที่คิด

“การถูกขัดใจบ้าง คือวัคซีนสำคัญของชีวิต”
AI ทำให้ทุกอย่าง “ตรงใจลูก” ได้อย่างน่าทึ่ง
นิทานที่ใช้ชื่อลูก เกมที่เล่นถนัด บทเรียนที่ตรงความสนใจ สิ่งเหล่านี้ดี… แต่ต้องมีขอบเขต
เพราะชีวิตจริงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเราคนเดียว
เราต้องอยู่กับคนที่คิดต่าง
ทำงานที่ไม่ได้ชอบทุกอย่าง
ฟังคำแนะนำที่ไม่ถูกใจบ้าง
ทักษะเหล่านี้ไม่ได้มาจากความฉลาด
แต่มาจาก ความอดทนและความยืดหยุ่นทางใจ
ถ้าเด็กไม่เคยต้อง “ปรับตัว”
เขาอาจเก่งมาก แต่ล้าใจง่ายมากเช่นกัน
พี่น้อง ญาติ เพื่อน คือโรงเรียนชีวิตที่ไม่มีตำรา
สอนให้รอ สอนให้แบ่ง สอนให้ยอม สอนให้ขอโทษ
สอนให้รู้ว่าโลกไม่ได้หมุนรอบเรา
เด็กยุคนี้หลายคนไม่มีพี่น้อง บางคนมีเพื่อนไม่มาก
และมี AI เป็นเพื่อนหลัก
AI ไม่แย่งของ ไม่งอแง ไม่ประชด ไม่ทำให้โกรธ
มีแต่ความสัมพันธ์ที่ “ไม่เคยขัดแย้ง”
ไม่เคยสอนทักษะความสัมพันธ์จริง
เด็กอาจชอบ แต่ก็อาจไม่รู้วิธีรักและอยู่กับมนุษย์จริง ๆ
มีเด็กจำนวนมากบอกว่า “คุยกับ AI ง่ายกว่า คุยกับคน”

ไม่ใช่เพราะเด็กผิด แต่เพราะ AI ไม่ต้องใช้ทักษะทางใจเลย ไม่ต้องรอ ไม่ต้องอ่านอารมณ์ ไม่ต้องกลัวทำให้ใครเสียใจ
” แต่ความสัมพันธ์จริงต้องใช้ทักษะเหล่านี้ทั้งหมด “
ถ้าเด็กฝึกคุยกับ AI มาก แต่ไม่ฝึกคุยกับคน
วันหนึ่งเขาอาจรู้สึกว่าโลกนี้เหงากว่าที่ควรจะเป็น
แล้วพ่อแม่ควรทำยังไง?
ไม่ต้องห้าม AI ค่ะ แต่ ต้องสอนลูกใช้ AI อย่างมีภูมิคุ้มกัน
ให้เข้าใจว่า ” AI คือเครื่องมือ ไม่ใช่พี่เลี้ยง “
มีเวลาใช้ และมีเวลาวาง และ เติมสิ่งที่ AI ให้ไม่ได้
– ความอดทน
– การรอ
– การผิดพลาด
– การแก้ปัญหาจริง
– การรับคำเตือนโดยไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
สิ่งเหล่านี้ต้องมาจากพ่อแม่ ครู และโลกจริง
AI ทำให้ลูกฉลาดขึ้นได้จริง
แต่ไม่ได้ทำให้ลูกแข็งแรงขึ้นโดยอัตโนมัติ

โลกอนาคตไม่ได้ต้องการเด็กที่เก่งที่สุด
แต่ต้องการเด็กที่
– รับมือความจริงได้
– เข้าใจมนุษย์
– และยังมีหัวใจที่ยืดหยุ่น
คนที่ได้เปรียบในยุค AI ไม่ใช่คนที่ใช้ AI คล่องที่สุด
แต่คือคนที่ ยังเป็นมนุษย์ได้อย่างมั่นคงที่สุด
และบทบาทนั้น เริ่มต้นจากพ่อแม่ทุกคนค่ะ
คุณหมอยูมิ
Doctor Kid School โรงเรียนบ้านคุณหมอ
Doctor Kid Explorer
theAsianparent Thailand
ความฉลาดอาจสร้างด้วย AI ได้ แต่ความแข็งแกร่งทางใจต้องสร้างด้วยความรักและความเป็นจริงจากพ่อแม่
การใช้เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือความสมดุลให้ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเสริมความรู้ แต่ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ต้องไม่ลืมที่จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ทักษะชีวิตจริงให้กับลูก สอนให้เขารู้จักรอคอย ผิดหวัง และให้อภัย เพราะทักษะเหล่านี้จะทำให้ลูกเติบโตไปเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และมีความสุข
หากชอบบทความดี ๆ แบบนี้ อย่าลืมไปกดติดตามเพจ Doctor Kid Explorer เพื่อรับสาระดี ๆ จากคุณหมอยูมิกันต่อนะคะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ลูกคนเดียว ต้องเลี้ยงยังไง? ข้อควรระวัง เมื่อต้องเลี้ยงลูกคนเดียว!
12 วิธี เลี้ยงลูกให้คิดเป็น ในยุคที่ AI ตอบทุกอย่างให้หมด
ปี 2025 เริ่มต้น เด็ก Gen Beta เด็กยุค AI ที่โลกไม่ควรละสายตา
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!