7 วิธีสอนให้ลูกเอาใจเขามาใส่ใจเรา

7 วิธีสอนให้ลูกเอาใจเขามาใส่ใจเรา

การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นสิ่งที่เด็กมีอยู่แล้วตามธรรมชาติรึเปล่า? ลองอ่านเรื่องนี้ดูสิ คุณจะได้รู้ว่าจะสอนลูกให้รู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างไรจึงจะดี

7 วิธีสอนให้ลูกเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ความเกลียดชังและความรุนแรงดูเหมือนจะแพร่ไปทั่วโลกทุกวันนี้ รายการโทรทัศน์และเว็บไซต์ข่าวก็มีแต่รายงานข่าวสารเกี่ยวกับผู้คนที่หมดความอดทนซึ่งกันและกันในรูปแบบต่าง ๆ กันทุกวัน โรงเรียนและชุมชนของเราก็ไม่อาจหนีพ้นจากความรุนแรงได้

- การสอนให้ลูกรู้สึกเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นนั้น เด็กควรเรียนรู้ที่จะชื่นชมวัฒนธรรมและชาติพันธุ์อื่นที่ต่างจากของตนตั้งแต่ที่เด็กยังเล็ก ๆ

- ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นไม่ใช่สิ่งที่เด็กเล็กจะมีได้ตามธรรมชาติ แต่หากพ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดี พ่อแม่ก็สามารถสอนให้ลูกมีคุณลักษณะนี้ได้

- การสอนให้ลูกรู้สึกเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นนั้นเป็นทักษะทางสังคมที่สำคัญที่จะช่วยให้ลูกใช้ชีวิตในโรงเรียนและต่อจากนั้นได้

คุณฟิโอนา วอล์กเกอร์ ประธานบริหารและอาจารย์ใหญ่แห่ง จูเลีย เกเบรียล เอดูเคชัน พูดถึงเรื่องคุณค่าของการสอนให้เด็กรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คุณวอล์กเกอร์สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาปฐมวัยศึกษาและเป็นครูที่ได้รับรองด้านการศึกษาแบบมอนเตสซอรี ซึ่งเป็นการศึกษาแบบที่ให้ความสำคัญกับการให้อิสระในกรอบและการให้ความเคารพต่อพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และสังคมของเด็กในแบบธรรมชาติ คุณวอล์กเกอร์มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในการให้การศึกษาระดับคุณภาพแก่เด็กเล็ก

อ่านต่อหน้าถัดไป >>>

7 วิธีสอนให้ลูกเอาใจเขามาใส่ใจเรา

การมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมีผลอย่างไรต่อพัฒนาการของนิสัยเด็กในภาพรวม?

คุณวอล์กเกอร์ตอบว่าเราล้วนหวังว่าเด็ก ๆ จะเติบโตมาเป็นผู้ที่มีความสุขและประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเลือกทำอะไรในชีวิตก็ตาม พวกเราก็นึกฝันไว้ว่าอยากให้เด็ก ๆ เป็นคนที่ใจดี ห่วงใยผู้อื่น รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความตระหนักต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกรอบตัว และมีความเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุนเมื่อเป็นไปได้

แต่การจะทำเช่นนั้น คุณวอล์กเกอร์บอกว่าเด็ก ๆ ต้องรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดที่เราสามารถกระตุ้นส่งเสริมให้เด็กมีได้ เนื่องจากความสามารถที่จะรัก เคารพ และเข้าใจว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไรก็มาจากการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราที่เราเองก็มีกัน

เด็ก ๆ ที่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมีแนวโน้มจะมีมิตรภาพที่แท้จริงและยาวนานมากกว่าหรือไม่

คุณวอล์กเกอร์ตอบว่าเด็ก ๆ ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากมีแนวโน้มที่จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น เปิดกว้าง และเป็นผู้ให้ เด็กบางคนมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากกว่าเด็กคนอื่นตั้งแต่เล็ก ๆ โดยสัญชาตญาณ มีการศึกษาระบุว่าเด็กหญิงจะมีความรู้สึกนี้มากกว่าเด็กชาย แต่ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้กันได้ และยิ่งได้เรียนรู้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

การมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นทำให้เด็กทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่าในการเรียนและในชีวิตหรือไม่

คุณวอล์กเกอร์บอกว่าเด็ก ๆ ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จในการเรียนและในการงานในอนาคตมากกว่า เพราะเด็กที่มีนิสัยแบบนี้จะมีความมั่นใจทางสังคมมากกว่าและมองตัวเองในแง่ดีมากกว่า

ผู้ว่าจ้างมากขึ้นเรื่อย ๆ หันมามองหาคนที่มาสมัครงานที่มีความฉลาดทางอารมณ์ระดับสูงเพราะคนแบบนี้มีทักษะการสื่อสารที่ดี สร้างความสัมพันธ์เก่ง และมีแนวโน้มที่จะสร้างผลในเชิงบวกต่อหมู่คณะ

การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศอื่น ๆ และทำความเข้าใจวัฒนธรรมต่าง ๆ ก็จะช่วยให้เด็กมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นที่แตกต่างจากตัวเองมากขึ้นด้วย

การเอาใจเขามาใส่ใจเราเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ผู้นำควรมีไม่ว่าจะในวงการใดก็ตาม ผู้นำที่รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นจะเป็นคนที่ไตร่ตรองและมีความสามารถทางสติปัญญาด้วย ทุกวันนี้ ความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นมาตรวัดระดับการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและการตระหนักรับรู้ตนเองนั้น มีความสำคัญพอ ๆ กับความฉลาดทางสติปัญญา

7 วิธีสอนให้ลูกเอาใจเขามาใส่ใจเรา หน้าถัดไป >>>

7 วิธีสอนให้ลูกเอาใจเขามาใส่ใจเรา

คุณพ่อคุณแม่จะทำอะไรได้บ้างเพื่อบ่มเพาะให้ลูกเป็นคนรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

เด็กเล็ก ๆ มีน้อยคนที่จะแสดงออกถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น อย่าได้คาดหวังอะไรเกินจริงไปนักจากลูกของคุณ แต่คุณควรลองทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

1. พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศหรือพาไปสัมผัสกับวัฒนธรรมที่หลากหลายในประเทศก็ได้ ให้ลูกได้สัมผัสกับธรรมเนียมและภาษาที่ต่างออกไป (ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาต่างประเทศเสมอไป การได้ไปสัมผัสกับคนที่พูดภาษาถิ่นต่างกันก็ได้) การเดินทางไปต่างจังหวัด ต่างประเทศช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและคนที่หลากหลาย

2. อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคนชาติพันธุ์ สีผิว ศาสนาต่างจากครอบครัวของเราเอง หรือเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวที่ไม่ได้โชคดีแบบครอบครัวของเราก็ได้ อ่านหนังสือให้ลูกฟังถึงเรื่องราวของประเทศต่าง ๆ และคนในประเทศต่าง ๆ

3.  ดูสารคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เปิดโลกกว้างให้ลูก

4.  ให้ลูกได้ดูแลสัตว์เลี้ยง ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบและเข้าใจความต้องการของสิ่งมีชีวิตอื่น

5.  คุณต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คุณต้องแสดงออกว่าตัวเองสนใจและเพลิดเพลินไปกับความหลากหลายบนโลกนี้ เป็นตัวอย่าง ทำให้ลูกเห็นว่าคุณใจดีต่อผู้อื่น เมื่อลูกเห็นดังนั้น ลูกก็จะมีแนวโน้มทำตามคุณ

6.  พูดคุยอย่างเปิดเผยกันในครอบครัวเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณและของลูก เด็กที่รู้สึกปลอดภัยที่จะพูดคุยจะมีพัฒนาการทางอารมณ์และความสามารถในการจัดการกับความสัมพันธ์หลากรูปแบบได้

7.  ชมลูกเมื่อลูกแสดงออกถึงการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ลูกจะอยากทำอีกเมื่อคุณชม

สุดท้ายแล้ว ลูกของคุณก็จะสร้างทางของตัวเองขึ้นมาในชีวิต ส่งเสริมพัฒนาการการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราตั้งแต่เล็ก ยิ่งตั้งแต่อายุน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี คุณจะได้แน่ใจว่าคุณกำลังเตรียมความพร้อมให้ลูกได้เริ่มต้นอย่างดีที่สุดยังไงล่ะ

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า เที่ยวได้เลย

ลูกมีพัฒนาการทางอารมณ์ตามวัยหรือไม่?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner