รู้ไว้ไม่เสียหาย 5 สิ่งที่คุณแม่ ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

รู้ไว้ไม่เสียหาย 5 สิ่งที่คุณแม่ ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

เรื่องบางเรื่องก็โพสต์กันได้ แต่เรื่องบางเรื่องก็อย่าดีกว่า แต่บางคนดูจะไม่ค่อยระวังตัวเท่าไหร่ เมื่อถามผู้หญิงที่เล่นเฟซบุ๊คว่าโพสต์แบบไหนที่เห็นแล้วอยากจะอาเจียน ก็ได้ 5 สิ่งที่คนส่วนมากบอกว่าคุณแม่ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

รู้ไว้ไม่เสียหาย 5 สิ่งที่คุณแม่ ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

รู้ไว้ไม่เสียหาย 5 สิ่งที่คุณแม่ ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

บางเรื่องก็โพสต์กันได้ แต่บางเรื่องก็อย่าดีกว่า เมื่อถามผู้หญิงที่เล่นเฟซบุ๊คว่าโพสต์แบบไหนที่เห็นแล้วอยากจะอาเจียน ก็ได้ 5 สิ่งที่ ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

#1 อะไรก็ตามเกี่ยวกับเลือด

คุณแม่คงไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่นักหากสำนวนที่ว่า “หยดเลือด หยาดเหงื่อ และคราบน้ำตา” จะมาจากห้องพักหลังคลอด ก็โต ๆ กันแล้วเราล้วนรู้กันดีว่าเลือดเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิต แต่หลาย ๆ คนก็ขวัญอ่อนนะ ดังนั้นคิดดี ๆ ก่อนที่จะโพสต์รูปการคลอดหรือหลังคลอดหมาด ๆ ออนไลน์ 

คุณแม่คนหนึ่งแบ่งปันว่า “มีบางคนโพสต์รูปภาพกองเลือดและสายรกในห้องน้ำหลังการคลอดในบ้าน ดิฉันมีลูกมีแล้วสองคน แต่พอเห็นภาพแบบนี้ก็ชวนให้รู้สึกไม่ดีเลย” อะไรก็ตามที่เคยอยู่ในร่างกายคุณ ยกเว้น เจ้าทารกตัวน้อย ควรเก็บไว้ดูเป็นการส่วนตัว ไม่ควรนำมาแบ่งปันให้คนอื่นเห็นนะคะ

ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

อะไรก็ตามเกี่ยวกับเลือด

#2 อะไรก็ตามเกี่ยวกับอึ

อันดับสองคือเรื่องอุนจิหรืออึของลูกน้อยนั่นเอง เรารู้กันดีว่าบางทีมันก็ไม่ได้อยู่แต่ในผ้าอ้อม แต่อยู่บนโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม รดใส่กางเกงของพวกเรา เลอะผมเรา หรือเลอะโน่นนี่นั่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเพื่อน ๆ บนโลกออนไลน์ต้องได้เห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยนะ 

คุณแม่ท่านหนึ่งแบ่งปันว่า “ฉันเคยเห็นโพสต์ที่คุณแม่คนหนึ่งขอคำแนะนำวิธีการหยุดไม่ให้ลูกของเธอถอดผ้าอ้อมเอง แต่คำถามมาพร้อมกับรูปของเธอนั่งอยู่บนกองอึค่ะ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเลอะไปทั่วเปลเลย” ส่วนคุณผู้หญิงอีกท่านแสดงความเห็นว่าเพื่อน ๆ ของเธอในเฟซบุ๊คที่เป็นคุณพ่อคุณแม่กันแล้วโพสต์รูปภาพอุนจิของลูกตัวเองแล้วถามว่า มีลักษณะปกติรึเปล่า? ปฏิกิริยาของเธอน่ะหรือ? “อยากจะอ้วก” ผู้เขียนเห็นด้วยค่ะ

ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

อะไรก็ตามเกี่ยวกับอึ

#3 อะไรก็ตามที่เป็นภาพลับ

กระทั่งภาพเกือบเปลือยที่ดูดีมีรสนิยมที่สุดของคุณและก้นที่กำลังขยายใหญ่ (หรือใหญ่มากแล้ว) ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ค่อยจะสบายตา ขอให้คุณพยายามต้านความรู้สึกอยากแบ่งปันภาพเหล่านี้ในโลกออนไลน์เถอะ และเพื่อเห็นแก่เพื่อน ๆ คุณควรแน่ใจว่าใครก็ตามที่คุณเชิญให้ร่วมเข้าไปในห้องคลอดรู้ว่าอะไรที่ควรปิดเป็นความลับ มีผู้เคยแบ่งปันเรื่องราวไว้ว่า “เพื่อนคนหนึ่งโพสต์รูปภาพเพื่อนอีกคนที่กำลังคลอดลูก มีทั้งภาพตรงนี้ ตรงนั้น ของลับโผล่ออกมา ถ้าเป็นเพื่อนคนที่กำลังคลอด ฉันต้องโมโหมากแน่ ๆ เลย” 

ส่วนรูปภาพทารกโป๊นั้นเกือบจะเป็นเอกฉันท์ ภาพก้นน้อย ๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่การโพสต์รูปโป๊ด้านหน้าของลูกไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเท่าไหร่นัก คุณอาจคิดว่ามีแต่คนใกล้ชิดที่คุณรักที่เห็นภาพของลับของลูกน้อย แต่มีพวกจิตเสื่อมในโลกภายนอกที่ผ่านด่านการตั้งค่าความปลอดภัยของคุณได้เหมือนกัน

ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

อะไรก็ตามที่เป็นภาพลับ

#4 อะไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องเพศของลูก

อย่าโพสต์อะไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องเพศของลูกแม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เรารู้ดีว่าคุณอาจคิดแค่เป็นเรื่องตลก แต่บางทีก็กลายเป็นเรื่องไร้รสนิยมได้ โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนไม่ได้ใส่ใจอะไรกับลูกทารกน่ารัก ๆ แล้วเขียนประกอบภาพว่า “หนุ่มน้อยนมโต” หรอกค่ะ แต่นั่นเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น 

มีผู้หญิงท่านหนึ่งแบ่งปันเรื่องราวมาว่า “มีคนโพสต์รูปเด็กในท้องที่อัลตร้าซาวนด์ออกมา แล้วถามคนอื่น ๆ เปรียบเทียบขนาดของช้างน้อยลูกชายเธอในท้องกับเด็กคนอื่น นี่เค้าบ้าไปแล้ว” ลองถามตัวเองก่อนที่จะอัพโหลดหรือโพสต์อะไรที่น่าสงสัยว่า ถ้าพ่อแม่คนอื่นพูดแบบเดียวกันกับลูกคุณเอง คุณจะรู้สึกแย่รึเปล่า? คุณจะคิดรึเปล่าว่าคน ๆ นั้นดูเหมือนกับนักล่าเหยื่อยังไงพิกล? ถ้าใช่ ก็อย่าโพสต์ อย่าแบ่งปันเลย

ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

อะไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องเพศของลูก

#5 ภาพเด็กป่วย

ทารกเป็นไข้? ผื่นขึ้น? ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ไม่ต้องถ่ายรูป วางกล้องลง ออกห่างจากเฟซบุ๊ค แล้วดูแลลูกสิคะ! แม้ว่าคุณอยากจะโพสต์รูปเพื่อขอคำแนะนำก็ตาม 

คุณแม่ท่านหนึ่งบอกว่า “เวลาฉันเห็นรูปเด็กป่วย ฉันมักจะคิดว่า ไปกอดลูก ไปดูแลลูกสิ แทนที่จะเอารูปลูกมาโพสต์เรียกไลค์และคอมเม้นท์แบบนี้” ลองคิดแบบนี้สิ เราล้วนอยากให้ใคร ๆ มองแต่ด้านดี ๆ ผู้เขียนเองก็คิดว่าลูกของคุณถ้าเลือกได้ ลูกก็รู้สึกแบบเดียวกันนี้แหละ

ไม่ควรโพสต์ในโลกออนไลน์

ภาพเด็กป่วย

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และในเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการของทารก ตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุด และผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์ และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

บทความที่เกี่ยวข้อง :

Common Sense Media.org. – What is media literacy, and why is it important?

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

เรียนออนไลน์ ข้อเสีย ข้อดี แตกต่างกับเรียน ในห้องอย่างไร มาดูกันเลย

แนะนำ เกมออนไลน์ แนวสร้างสรรค์ ฝึกสมอง เสริมทักษะ สำหรับเด็ก โหลดฟรี!

เด็กติดอินเทอร์เน็ต สื่อออนไลน์ ติดมือถือ ติดคอม แก้ไขและป้องกัน ได้อย่างไร?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner