10 อันดับโรงเรียนอนุบาล กทม.

10 อันดับโรงเรียนอนุบาล กทม.

เมื่อลูก ๆ ของเราเริ่มเติบโตขึ้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคิดเผื่อไว้คือ โรงเรียนที่ดี ทั้งการเรียนการสอน และสิ่งแวดล้อมโดยรวม เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก ทำให้เด็กมีความสุข และพัฒนาการที่ดี มาดู 10 อันดับโรงเรียนอนุบาล ใน กทม. ว่ามีที่ไหนที่น่าสนใจ เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ

 

1. โรงเรียนนานาชาติเรนทรี

 

 

ความน่าอยู่: โรงเรียนนานาชาติสองภาษา (อังกฤษ-จีน) ย่านสาทรแห่งนี้ ใช้หลักสูตรการเรียนการสอนของประเทศอังกฤษผสมกับแนว Reggio Emilia ที่เชื่อว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก

ดังนั้น เรนทรีจึงเป็นโรงเรียนที่ชวนให้สะดุดตาและประทับใจในความสร้างสรรค์ของการออกแบบพื้นที่ทุกส่วน จนผู้ใหญ่อย่างเราๆ เห็นแล้วยังนึกอยากย้อนเวลากลับไปเป็นเด็ก และวิ่งเล่นอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ให้หนำใจ

 

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ Rolling Under the Big Tree at Raintree International School หรือข้อมูลเพิ่มเติมทาง http://raintreethailand.com/

 

2. โรงเรียนรุ่งอรุณ

 

 

ความน่าอยู่: ถ้าจะพูดถึงโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมธรรมชาติ แล้วไม่พูดถึงโรงเรียนรุ่งอรุณ—โรงเรียนแนวบูรณาการชื่อดังในย่านพระราม 2 ก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะโรงเรียนรุ่งอรุณเป็นโรงเรียนที่มีงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมสวยงาม จนได้รับรางวัลการออกแบบจากสมาคมนิสิตเก่าสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาแล้ว

 

โดยการเรียนการสอนที่นี่ จะเป็นแบบ ชั้นเรียนคละอายุ
โรงเรียนอนุบาลของรุ่งอรุณจัดการเรียนรู้แบบคละอายุ หรือ “ชั้นคละ” ในแต่ละห้องเรียนมีเด็กอนุบาล ๑ อนุบาล ๒ และอนุบาล ๓  อายุ ๓ ถึง ๖ ขวบ ในจำนวนเท่าๆ กัน รวม ๒๕ คน การจัดการเรียนรู้แบบคละอายุนี้ตอบสนองธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่จะฝึกฝนทักษะชีวิตและทักษะสังคมอย่างเข้มข้นให้กับเด็กๆ ด้วยสภาพแวดล้อมเสมือนสังคมจริงที่ส่งผลสู่พัฒนาการขีดสุด (Optimal Development) ของแต่ละช่วงวัย มีเด็กๆ ต่างอายุ ต่างพัฒนาการ ความสามารถ ลักษณะการเรียนรู้และความต้องการเรียนรู้  มาอยู่ร่วมกัน ในห้องเรียนที่เสมือนบ้านนี้มีทั้งพี่ใหญ่ พี่กลาง และน้องเล็ก ใช้เวลาอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง ซึ่งเอื้อโอกาสในการเรียนรู้ตามพัฒนาการของวัย พี่ใหญ่  มีโอกาสรู้จักบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และการเป็นผู้นำที่เอื้ออาทร อ่อนโยน พี่กลาง  มีโอกาสทวนซ้ำและพัฒนาทักษะต่างๆ ที่ยังไม่ชำนาญให้มีความแม่นยำมากขึ้น เกิดความมั่นใจ ค้นพบความถนัด และรู้สึกถึงคุณค่าของตน น้องเล็ก มีโอกาสสังเกต เก็บเกี่ยวคุณค่า ประสบการณ์ และเลียนแบบจากพี่ๆ เพื่อขยายศักยภาพให้มากขึ้น

 

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ http://www.roong-aroon.ac.th/

 

3. โรงเรียนวนิษาสุขุมวิท

 

 

หลักสูตรเป็น Creative Curriculum

เมื่อความตั้งใจมาแล้ว ก็มาถึงหลักสูตรของโรงเรียน ได้เลือกหลักสูตรจากอเมริกาที่เรียกว่า “creative curriculum” มาสอนเด็กๆ หลักสูตรนี้จะเหมือนเอาโลกทั้งใบมาให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ วิชาต่างๆ ก็จะมีสังคม วิทยาศาสตร์ เลข และอีกวิชาที่น่าสนใจมากๆ คือ reuse reduce recycle ทุกวิชาจะมีหัวข้อเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างหัวข้อเรื่องเสื้อผ้า ต้นไม้ สิ่งก่อสร้าง เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้ลึกเข้าไปในแต่ละหัวข้อ และครูก็จะให้ความรู้ ให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ มีออกเอาท์ดอร์พาไปสำรวจโลกภายนอก

ธรรมชาติของเด็กจะเปิดกว้างออกมา

ถ้าภาษาไม่ใช่อุปสรรค์ ก็ไม่มีอะไรมาขวางธรรมชาติอันจริงแท้ของเด็กๆ กันได้อีกแล้ว จึงไม่แปลกใจที่เด็กๆ ที่เรียนในโรงเรียนนี้ จะดูมีความสุขกันทุกคน ความสุข ความร่าเริงของเด็กๆ เราจะสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้ก้าวเข้ารั้วโรงเรียน ของเล่นเด็กทำเองจากขวดน้ำห้อยเชือกง่ายๆ ให้เด็กๆ แค่เอามือปัดไปมา แล้วเอาตัววิ่งลอด ก็ทำให้เด็กๆ หัวเราะร่ากันไม่หยุด มุมเล่นสีจากใบไม้ มุมเรียนรู้จักผลไม้ที่มีครูกำลังปอกขนุนทั้งลูกให้เด็กๆ ดู ความเป็นธรรมชาติที่น่ารัก ไม่มีอะไรเคลือบแฝง คุณครูทุกคนพูดเหมือนกันว่า “เด็กๆ ชอบเล่นอะไรแบบนี้ และสนุกมาก” เป็นเรื่องปกติที่คุณครูจะพาเด็กๆ ไปสังเกตใบไม้ เก็บใบไม้ หนูดีบอกว่า อยากให้เขาออกไปอ่อนโยนกับดอกไม้ ไม่ใช่ดึงดอกไม้ เราจะสอนเขาให้เรียนรู้เรื่องน้ำหนักมือด้วย เพราะบางทีเราบอกเขาว่าเบาๆ นะ เขาจะไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร เราเลยต้องให้เขาทำเอง

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ https://www.facebook.com/VanessaSukhumvitSchool/

 

4. โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้า

 

 

หลักสูตรที่มุ่งเน้นการเตรียมตัวและพัฒนาทักษะของลูกน้อยให้พร้อมก่อนเข้าเรียนในทุกๆด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญา เด็กๆจะได้ทำกิจกรรมร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ ภายใต้การดูแลโดยคุณครูและผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัยอย่างใกล้ชิด เป็นการเปิดโอกาสให้ท่านได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกน้อย ได้เห็นถึงพัฒนาการความก้าวหน้า เสริมสร้างความมั่นใจให้เด็กมีภูมิคุ้มกันที่ดี ในการเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อม หรือผู้คนใหม่ๆ สร้างความมั่นใจ ในวันที่ต้องลงสู่สนามแห่งการเรียนรู้จริง ตลอดจนสร้างทัศนคติที่ดีต่อโรงเรียน ในบรรยากาศและสถานที่ของโรงเรียน

 

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ https://www.denlaschool.ac.th/

 

5. Shrewsbury International School

 

 

ความน่าอยู่: โรงเรียนนานาชาติริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านเจริญกรุง อะไรจะดีต่อใจไปกว่าการนั่งมองวิวแม่น้ำได้จากในโรงเรียนกันล่ะ จริงไหม

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ https://www.shrewsbury.ac.th/

 

6. โรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์

 

 

ความน่าอยู่: โรงเรียนร่มรื่นขนาดกะทัดรัดในจังหวัดสมุทรปราการ แค่เห็นก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจจัดสภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ แถมจะมีสักกี่โรงเรียนที่ได้ศิลปินสาว อย่างป่าน—ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือที่รู้จักกันในชื่อ juli baker and summer มาฝากความน่ารักด้วยภาพวาดสีสันสดใส อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอไว้บนกำแพง

โรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์ยังมีกิจกรรมศิลปะ ดนตรี และสารพัดด้านให้เด็กๆ ได้ลงมืออีกเพียบ เพราะเชื่อว่าพื้นฐานที่ดีของเด็กๆ เกิดขึ้นด้วยการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่เหมาะสมกับวัย

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ http://teparak.ac.th/

 

7. Kensington International Kindergarten

 

 

ความน่าอยู่: ใครที่เคยกรี๊ดโรงเรียนรูปทรงกลมที่เด็กๆ สามารถวิ่งเล่นได้รอบอย่าง Fuji Kindergarten ที่ประเทศญี่ปุ่น น่าจะปลื้มกับโรงเรียน Kensington International Kindergarten โรงเรียนนานาชาติย่านราชพฤกษ์ ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใหญ่โตเท่าโรงเรียนฟูจิ แต่ก็ออกแบบสวยงามด้วยความโค้งกลมมนแปลกตาทั้งข้างนอกและข้างใน ที่ทำให้โรงเรียนดูน่ารักและน่าอยู่ขึ้นมาจับใจ

 

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ http://www.kensington.ac.th/

 

8. โรงเรียนอนุบาลชนานันท์

 

ความน่าอยู่: โรงเรียนบูรณาการใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เพิ่งจะทำการรีโนเวตโรงเรียนให้น่ารักน่าอยู่มากขึ้น ด้วยลานสนามหญ้าเทียมที่เอาไว้ให้เด็กๆ ทำกิจกรรมต่างๆ พื้นและผนังมีสีสันสดใสพาให้อยากมาเรียนทุกวัน และไฮไลต์ที่เด็กๆ ต้องชอบก็คือ หน้าผาจำลองที่ไม่สูงเกินไป  แค่เห็นก็อยากจะเข้าไปเรียนกับเด็กๆ แล้ว

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ http://www.jananan.ac.th/

 

9. Purple Elephant School

 

 

ความน่าอยู่: โรงเรียนขนาดเล็กแห่งย่านทองหล่อที่ความน่ารักไม่ได้เล็กตาม ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นด้วยระเบียงทางเดินไม้ทอดยาวสลับซับซ้อนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ในบรรยากาศสุดร่มรื่น และกิจกรรมให้เด็กๆ เล่นสนุกตลอดวัน

 

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ http://elc-bangkok.com/purple-elephant-55/

 

10. Kidz Village International Kindergarten

 

 

ความน่าอยู่: โรงเรียนนานาชาติในเขตทวีวัฒนาที่จะพาเด็กๆ ไปสัมผัสธรรมชาติ ทำตัวติดหินดินทราย รวมไปถึงเป็ดไก่อย่างใกล้ชิด เพราะพื้นที่กว่าเจ็ดไร่ของโรงเรียน มีทั้งส่วนอินดอร์และเอาต์ดอร์ที่ออกแบบมาให้เด็กๆ เล่นสนุกในบรรยากาศเหมือนกับได้ออกไปเที่ยวฟาร์มและรับอากาศดีๆ ทุกวัน เข้ากับหลักสูตรที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการค้นคว้าแบบ Project Approach

การเรียนรู้แบบ Project Approach เปิดโอกาสให้เด็กลงมือทำในสิ่งใกล้ตัวที่เด็กๆ ให้ความสนใจ (Learning by Doing) เช่น การปลูกผัก การให้อาหารสัตว์ การทดลองวิทยาศาสตร์ การประดิษฐ์สิ่งของ สร้างความตื่นตาตื่นใจ ได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ ซึ่งจะช่วยสอนให้เด็กรู้วิธีการเรียนรู้ จนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องมีใครสอน และยังสอนวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ จนสามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ

 

ตามไปดูเรื่องราวของโรงเรียนสุดน่ารักแห่งนี้ได้ที่ https://www.facebook.com/KidzVillageKindergarten/

 

ทั้ง 10 อันดับโรงเรียนอนุบาล ใน กทม. ที่เรานำมาเสนอนี้ น่าจะพอ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ให้กับคุณพ่อคุณแม่ ที่กำลังมองหาโรงเรียนให้กับลูกน้อยได้นะคะ

 

 

ที่มา : https://aboutmom.co/features/10_lovely_schools/6633/

 

บทความที่น่าสนใจ :

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

ammy

app info
get app banner