แม่ท้องติดมือถือหนักมาก จะเป็นอันตรายต่อลูกไหมนะ?

lead image

ตอนนี้มือถือเป็นปัจจัยที่ 5 ในการใช้ชีวิตไปแล้ว แม่ๆหลายคนก็ติดมือถือกันมาตั้งแต่ก่อนท้องแล้ว พอมาถึงช่วงท้อง ก็ยังเลิกไม่ได้สักที แล้วเอ…มือถือนี่จะมีอันตรายต่อลูกไหมนะ? เรามีคำตอบจากคุณหมอมาบอกกันค่ะ

ติดมือถือตอนท้อง อันตรายไหม?

เรื่องนี้มีคำตอบ คุณหมอ นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์ ได้บอกเล่าเรื่องราวไว้ในเฟสบุคส่วนตัวของท่าน เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ด้วยค่ะ คุณแม่ทั้งหลายที่ไม่ว่าจะติดเกม ติดแช็ต หรือติดซีรียส์ เรามีคำตอบมาให้คุณกัน่ะ

คลื่นจากโทรศัพท์เป็นอันตรายต่อลูกในท้องไหมนะ?

คลื่นโทรศัพท์ คลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ เป็นคลื่นที่มีอยู่รอบตัวคุณแม่เต็มไปหมด เดินไปไหนก็ต้องเจอคลื่นเหล่านี้ ไม่มีทางหลบเล็ดลอดไปได้เลย แถนตอนนี้จะมีทีวีดิจิตอลออกมาเป็นร้อยช่อง คลื่นต่างๆเหล่านี้ก็ยิ่งหนาแน่นยิ่งไปกว่าเก่า  คลื่นโทรศัพท์มือถือ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช่เป็นคลื่นกัมมันตภาพรังสี ดังนั้นจึงไม่ได้มีอันตรายใดๆ

ยิ่งกว่านั้นคลื่นเหล็กไฟฟ้ายังสามารถทะลุทลวงเข้าไปใน ผิวหนังเราได้แค่ 1-2 เซ็นติเมตรเท่านั้น ทารกในครรภ์จึงได้รับผลกระทบจากคลื่นโทรศัพท์ค่อนข้างน้อย ยิ่งคุณแม่ที่อ้วนๆหนังท้องหนาๆก็น่าจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นนะครับ

หลายปีก่อนก็มีเรื่องฮือฮากันว่า ใช้โทรศัพท์มือถือแล้วทำให้เกิดมะเร็งในสมอง เนื่องจากมีการวิจัยของหน่วยงานที่เรียกว่า Wireless Technology Researchได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่ว่า ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือคุยต่อเนื่องกันนาน ๆ มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเนื้องอกในสมองชนิดที่เรียกว่า “Neuroepithelial Tumors” แรกๆก็กลัวๆกันไปพักนึง แต่ก็แปลกยอดขายโทรศัพท์มือถือกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่มีแผ่ว และการวิจัยเรื่องใช้มือถือแล้วเป็นเนื้องอกในสมองก็ไม่ได้มีการต่อยอดมากไปกว่าเดิมเลย

แม่ท้องติดมือถือหนักมาก จะเป็นอันตรายต่อลูกไหมนะ?

งานวิจัยคลื่นโทรศัพท์ VS สมองของลูก

มีการวิจัยที่พบว่า คลื่นโทรศัพท์มือถือสามารถทะลุทะลวงเข้าสู่เนื้อเยื่อสมองของเด็กและก่อให้เกิดผลกระทบได้มากกว่า โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุ 5 ขวบ ที่คลื่นมือถือสามารถทำลายเนื้อเยื่อสมองได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 5 เท่า ทำให้มีอาการปวดหัว และอาจจะทำให้เกิดมะเร็งในสมองได้

มีงานวิจัยอยู่ชิ้นหนึ่งที่กล่าวเอาไว้ว่าคลื่นโทรศัพท์มือถืออาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านพฤติกรรมได้  พอจะสรุปได้ว่า รังสีจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุที่ทำให้ทารกกลายเป็นบุคคลสมาธิสั้น อีกทั้งยังมีอารมณ์ค่อนข้างสับสน มีพฤติกรรมตื่นเต้น วุ่นวาย (hyperactive) หรือเข้าข่ายที่เรียกกันว่า “อยู่ไม่สุข” เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในภายหน้า

คลื่นโทรศัพท์มือถือ กับความจริงที่ยังไม่มีใครรู้

เรื่องราวเกี่ยวกับการวิจัยมีมากมาย แต่สรุปเลยละกันว่าผลของคลื่นโทรศัพท์มือถือต่อเด็ก ต่อคนทั่วๆไปอาจมีความเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่มีใครสักคนมีข้อมูลสรุปชี้ชัด มีแต่แค่บอกว่าอาจจะเป็นนั่น เป็นนี่ ก็ขึ้นกับวิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารของเราเองด้วย  ข้อสังเกตุต่อมาก็คือไม่มีการค้นคว้าวิจัยในคุณแม่ตั้งครรภ์จริงๆสักอัน ซึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าเราไม่สามารถเอาคนท้องมาวิจัยแบบนี้ได้ มันผิดจริยธรรม

ดังนั้นในขณะที่เขายังไม่มีข้อสรุปชัดเจน คุณแม่ก็ควรใช้มือถือด้วยความระมัดระวัง ใช้มือถือได้ตามความจำเป็น พกติดตัวไปไหนมาไหนได้ตามสะดวก แต่ก็ควรพกใส่กระเป๋าถือ ที่วางไว้ห่างจากตัว ไม่ควรเอามาใส่กระเป๋าการเกงเพราะมันอาจจะอยู่ใกล้กับหัวของทารกมากเกินไป  หลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ไม่ได้ซีเรียสมากมาย ยังไงก็แล้วแต่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็ผ่านหนังหน้าท้องเราลงไปได้นิดเดียวเท่านั้นเองไม่ต้องคิดมากอะไร จะพากันเครียดไปเปล่าๆ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

daawchonlada