แพ้อาหารทะเล ทานยาป้องกันได้หรือเปล่า?

แพ้อาหารทะเล ทานยาป้องกันได้หรือเปล่า?

น้องเอก อายุ 15 ปี มีประวัติแพ้กุ้ง ทานแล้วมีผื่นผิวหนังลักษณะคล้ายลมพิษขึ้นทั่วตัวมา 3 ครั้ง ตั้งแต่อายุประมาณ 7 ปี มาปรึกษาหมอว่าจะไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆตามประสาวัยรุ่น อยากจะทานอาหารทะเลบ้าง มีคนบอกว่ามียาป้องกันการแพ้ได้ อยากให้หมอจ่ายยาให้ หมอจึงได้ตอบคำถามและอธิบายเรื่องการแพ้อาหารทะเลเพื่อให้น้องเอกเข้าใจดังนี้ค่ะ

แพ้อาหารทะเล เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งค่ะ ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้รับสิ่งกระตุ้นซึ่งในที่นี้ก็คืออาหารทะเลนั่นเองและมีปฏิกิริยาตอบสนองมากกว่าปกติหรือไวเกินกว่าปกติ ผ่านกลไกภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดอาการในระบบต่าง ๆ ของร่างกายเกิดเป็นอาการแพ้ขึ้นแพ้อาหารทะเล

และ แพ้อาหารทะเล คือ ปฏิกิริยาตอบสนองที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่อโปรตีนในสัตว์น้ำทะเลและสัตว์น้ำจืดบางชนิด ได้แก่ สัตว์น้ำมีเปลือกทั้งหลาย เช่น กุ้ง ปู หอยนางรม หอยแครง ล็อบสเตอร์ หรือปลาหมึกชนิดต่าง ๆ เช่น หมึกยักษ์ หมึกกล้วย ซึ่งอาการแพ้จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ตั้งแต่ระดับที่ไม่รุนแรงไปจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต

อาการของการแพ้อาหารทะเลมีอะไรบ้าง?

การแพ้อาหารทะเลทำให้เกิดอาการในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ ระบบผิวหนัง เช่น ผื่นลมพิษ หรือผื่นแดงทั่วตัว ริมฝีปากบวม ระบบทางเดินหายใจ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หอบเหนื่อย ระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ปวดมวนท้อง ระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตต่ำ โดยอาการอาจเกิดขึ้นเพียงระบบเดียวหรือหลายระบบ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ส่วนมากอาการของผู้ป่วยที่แพ้อาหารทะเลมักเกิดเร็ว ใน 1-2 ชั่วโมง

อาการแพ้อาหารทะเล

อาการแพ้อาหารทะเลมักจะเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาตั้งแต่หลายนาทีหรือเป็นชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารชนิดนั้น ๆ เข้าไป และอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จากการได้รับสารก่อภูมิแพ้แต่เด็ก จนค่อย ๆ ก่อให้เกิดอาการเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้บางคนอาจเพิ่งพบว่ามีอาการแพ้ในภายหลัง จากที่แต่ก่อนเคยรับประทานได้ปกติ อย่างไรก็ตามอาการแพ้ที่สังเกตได้ มีดังนี้

  • เกิดลมพิษ รู้สึกคัน หรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง
  • คัดจมูก หายใจเสียงดังวี้ด หรือหายใจลำบาก
  • มีอาการบวมที่ใบหน้า ลำคอ ริมฝีปาก ลิ้น หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น หู ฝ่ามือ นิ้วมือ
  • ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
  • รู้สึกมึนงง วิงเวียน บ้านหมุน หรือคล้ายจะเป็นลม
  • ปวดคล้ายเข็มทิ่มในปาก

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการแพ้บางรายอาจมีอาการรุนแรงที่ส่งผลถึงชีวิต มักเกิดขึ้นไม่นานหลังจากการรับประทานอาหารที่แพ้ และถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร่งด่วนด้วยการฉีดยาเอพิเนฟริน (Epinephrine) และนำตัวส่งห้องฉุกเฉินทันที ทั้งนี้อาการแพ้รุนแรงจะแสดงให้เห็น ดังนี้

  • คอบวมหรือมีก้อนในลำคอ ส่งผลให้ทางเดินหายใจแคบลงและหายใจลำบาก
  • ชีพจรเต้นเร็ว
  • วิงเวียนศีรษะอย่างมาก หรือหมดสติ
  • มีอาการช็อก เนื่องจากความดันโลหิตลดต่ำลงมาก

แพ้อาหารทะเล

การวินิจฉัยแพ้อาหารทะเลทำได้อย่างไร?

ถ้าหลังทานอาหารทะเลแล้วมีอาการผิดปกติในระบบต่าง ๆ เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวลาไม่นานหลังจากทานเข้าไป จะเป็นข้อสงสัยเบื้องต้นว่าแพ้อาหารทะเล ถ้ามีประวัติเช่นนี้คุณหมอจะทำการทดสอบภูมิแพ้ เช่น การทดสอบทางผิวหนัง (skin test) หรือการตรวจเลือดดูค่าการแพ้อาหารทะเล ได้แก่ กุ้ง ปู ปลา หอย เพื่อช่วยในการวินิจฉัยให้แน่นอน

เพราะอะไรมีประวัติแค่แพ้กุ้ง แต่คุณหมอให้งดอาหารทะเลทั้งหมด?

ส่วนมากเมื่อทราบแน่นอนว่าแพ้อาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปู หอย คุณหมอจะแนะนำให้งดอาหารทะเลกลุ่มนี้ทั้งหมด ถ้าทราบว่าแพ้ปลาทะเลก็ควรงดปลาทะเลทั้งหมด เพราะมีการแพ้ร่วมกันในกลุ่มได้มาก ยกตัวอย่างเช่น คนที่แพ้กุ้ง มีโอกาสแพ้ปูร่วมด้วยถึง 75% จากสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นโปรตีนชนิดเดียวกัน คนที่แพ้ปลาแซลมอนจะมีโอกาสแพ้ปลาทะเลอื่นๆ เช่น ปลาลิ้นหมา ร่วมด้วยถึง 50% แม้จะมีการศึกษาว่าบางคนก็แพ้เฉพาะอาหารทะเลชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ไม่มีทางทราบได้ก่อนเลยว่าอาการแพ้ที่ผู้ป่วยเป็นนั้นมีความจำเพาะเจาะจงต่ออาหารทะเลชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด นอกจากจะได้ทำการทดสอบภูมิแพ้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงแนะนำให้งดอาหารทะเลทั้งหมดดีกว่า

ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

  • ผู้ป่วยที่แพ้อาหารทะเล ต้องหลีกเลี่ยงเท่านั้นค่ะ ไม่มียาที่ป้องกันอาการ
  • ไม่ควรการทานยาแก้แพ้หรือยาขยายหลอดลมก่อนไปทานอาหารทะเล เพราะไม่ใช่วิธีการที่ช่วยป้องกันอาการได้ และอาจบดบังอาการแพ้รุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้นะคะ
  • หากเกิดอาการแพ้อาหารทะเลขึ้นคุณหมอจะทำการรักษาด้วยหลักการเดียวกับโรคภูมิแพ้ชนิดอื่นๆคือ ใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้แพ้เพื่อลดอาการคันและผื่นลมพิษ ยาพ่นขยายหลอดลมเพื่อลดอาการหอบ ฉีดยาและรักษาตัวในโรงพยาบาลถ้ามีอาการแพ้รุนแรง นอกจากนี้อาจได้รับยาฉีดรักษาอาการแพ้รุนแรงพกติดตัวไว้ด้วย

มีโอกาสหายจากแพ้อาหารทะเลหรือไม่?

โอกาสหายขาดจากการแพ้อาหารทะเลมีน้อยกว่า 10-20% บางครั้งที่ทานแล้วไม่มีอาการแพ้อาจจะเป็นเพราะผู้ป่วยมีอาการแพ้อาหารทะเลแค่บางชนิดอย่างจำเพาะเจาะจง เมื่อทานสิ่งที่ไม่แพ้จึงไม่เกิดอาการ โดยไม่ได้แปลว่าหายแพ้ เช่น มีประวัติแพ้กุ้งชัดเจน แต่ทานกุ้งบางพันธุ์แล้วไม่เกิดอาการ เป็นต้น

หมอขอย้ำอีกครั้งหากทราบว่าแพ้อาหารทะเลก็ควรจะหลีกเลี่ยงตลอดไปนะคะ ผู้ที่แพ้อาหารทะเลอาจพกยาแก้แพ้ติดตัวไว้ เผื่อไปทานอาหารที่มีอาหารทะเลปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัวแล้วเกิดอาการขึ้น แต่หากเกิดอาการแพ้รุนแรงก็ควรฉีดรักษาอาการแพ้รุนแรงที่คุณหมอให้พกติดตัวไว้ทันที แล้วรีบไปโรงพยาบาลค่ะ

สาเหตุของการแพ้อาหารทะเล

อาการแพ้ที่เกิดจากอาหารทั้งหลายล้วนมีสาเหตุจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองมากเกินไป เนื่องจากอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ดังกล่าวถูกตรวจจับว่าเป็นอันตราย จึงมีการกระตุ้นให้เกิดการผลิตสารภูมิต้านทาน (Antibodies) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสารชนิดนั้นขึ้น และในครั้งต่อไปที่ร่างกายสัมผัสสารก่อภูมิแพ้จากอาหารชนิดนั้น ๆ อีก ระบบภูมิคุ้มกันที่จดจำไว้แล้วว่าสารดังกล่าวเป็นอันตรายจึงปล่อยสารฮีสทามีนและสารเคมีอื่น ๆ ออกมาเพื่อป้องกันและจู่โจม ซึ่งสารเหล่านี้เองที่เป็นสาเหตุของอาการแพ้ที่เกิดขึ้นตามมา

แต่ละคนย่อมมีความเสี่ยงต่อการแพ้อาหารทะเลมากน้อยแตกต่างกัน หากบุคคลในครอบครัวเคยมีอาการแพ้ยา อาหาร หรือสารใด ๆ ก็ตาม สมาชิกในครอบครัวนั้นมักมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพ้อาหารทะเลมากกว่าปกติ นอกจากนี้ อาการแพ้อาหารทะเลยังสามารถเกิดขึ้นในช่วงวัยใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแพ้ตั้งแต่เด็ก โดยจะพบได้บ่อยในผู้ใหญ่ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่วนอาการแพ้อาหารทะเลของเด็กนั้นมักพบในเด็กผู้ชาย

ทั้งนี้ สัตว์น้ำมีเปลือกนั้นมีหลากหลายชนิด และแต่ละชนิดก็ประกอบด้วยโปรตีนชนิดแตกต่างกันในการทำให้เกิดอาการแพ้ แบ่งประเภทได้ดังนี้

  • สัตว์น้ำจำพวกกุ้งกั้งปู ได้แก่ ปู ล็อบสเตอร์ กุ้งต่าง ๆ รวมถึงกุ้งน้ำจืด
  • สัตว์น้ำลำตัวอ่อนนิ่ม ได้แก่ ปลาหมึก ปลาหมึกยักษ์ หอยทาก หอยกาบ หอยตลับ หอยแครง หอยนางรม

อย่างไรก็ตาม บางคนมีอาการแพ้อาหารทะเลเพียงบางชนิดแต่ยังสามารถรับประทานชนิดอื่น ๆ ได้ ในขณะที่บางคนอาจต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์น้ำมีเปลือกดังข้างต้นทุกชนิด

แพ้อาหารทะเล

การวินิจฉัย อาการแพ้อาหารทะเล

แพทย์จะสอบถามอาการและตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อให้แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคอื่น ๆ และอาจใช้การทดสอบต่อไปนี้

  • การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง เป็นการวินิจฉัยโดยใช้โปรตีนที่พบในสัตว์น้ำมีเปลือกปริมาณเล็กน้อยหยดเข้าไปภายใต้ผิวหนังด้วยเข็มขนาดเล็ก เพื่อดูว่ามีอาการแพ้อย่างเม็ดผื่นหรืออาการคันเกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณนั้นหรือไม่
  • การตรวจเลือดหรือที่เรียกว่าการตรวจเลือดหาแอนติบอดีต่อสารก่อภูมิแพ้ (Radioallergosorbent: RAST) เพื่อดูการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนในสัตว์น้ำมีเปลือก โดยวัดปริมาณสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี (Antibodies) ในกระแสเลือดชนิด IgE ที่ระบบภูมิคุ้มกันสร้างขึ้นเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม

ปฏิกิริยาบางอย่างหรืออาการแพ้ที่เกิดขึ้นหลังรับประทานหรือสัมผัสสัตว์น้ำมีเปลือกบางชนิดอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกของการแพ้อาหารทะเล แต่การทดสอบภูมิแพ้เป็นวิธีที่จะช่วยยืนยันถึงสาเหตุของอาการดังกล่าวและคัดแยกโรคหรือภาวะอื่น ๆ ที่อาจมีอาการคล้ายกันออกไป เช่น อาหารเป็นพิษ เป็นต้น

 

ที่มา : 1

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกป่วยบ่อย เกิดจากแพ้อาหาร ได้หรือไม่?

9+ GOLD MOM CLINIC EP.1 สารอาหารสำคัญ & เพื่อ 1,000 วันแรก ที่สมบูรณ์ โดย พญ.นพรัตน์ ไชยบูรณะพันธ์กุล สูตินรีแพทย์ประจำ รพ. พญาไท 3

อาหารเด็ก 2 ขวบ อาหารอิตาเลี่ยน อาหารเด็ก รสชาติอร่อย เพิ่มพัฒนาการ!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner