เมื่อลูกเป็นลมชัก โดยที่ไม่เคยชัก สัปหงกวูบเหมือนคนง่วง คล้ายเหม่อ นี่หรืออาการของโรค

lead image

สัญญาณของโรคลมชัก ไม่ได้​มีแบบเดียว แม่เล่าอย่างละเอียด อาการต่าง ๆ ของลูกวัยเกือบ 2 ขวบ ที่ถ้าไม่หาหมอ จะไม่รู้เลยว่าลูกเป็นโรคลมชัก

เมื่อลูกเป็นลมชัก โดยที่ไม่เคยชัก

แม่แชร์ประสบการณ์ เมื่อลูกเป็นลมชัก โดยที่ไม่เคยชัก อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งการสัปหงกวูบเหมือนคนง่วง อาการคล้ายเหม่อ นี่คือสัญญาณของโรคลมชัก แม่รู้ไว้เลย! อาการชักไม่ได้​มีแบบเดียว

 

เมื่อลูกเป็นลมชัก ลมชักในเด็ก ไม่ได้ชัก ไม่ใช่ว่าไม่เป็น

คุณแม่โพสต์เล่าว่า แชร์ประสบการณ์ เมื่อลูกเป็นลมชักโดยที่ไม่เคยชักเลย!!!

-จุดสังเกต-

ลูกเราเป็นเด็กคลอดตามกำหนด นอกจากที่แพ้อาหารก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติใด ๆ พัฒนาการค่อนข้างดีมาตลอด เดินไว กินข้าวเอง เริ่มพูดได้สี่ห้าคำ

จนปัจจุบัน 1.9 ปี เราเริ่มรู้สึกว่าลูกเราพูดช้า เด็กวัยเดียวกันเริ่มพูดได้สองคำติด ได้เป็นประโยคมั่ง แต่ลูกเรายังพูดได้ไม่กี่คำเหมือนเดิม แต่เราก็ยังไม่ได้เครียดเท่าไหร่ เพราะคิดว่าเด็กคงช้าเร็วต่างกัน

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เราเริ่มสังเกตว่าลูกเราชอบผงกหัว ลักษณะเหมือนคนง่วงนอนและสัปหงก คือหัวตกวูบลงมาแล้วก็เด้งขึ้นเหมือนเดิม แรกๆคิดว่าง่วง เพราะบางครั้งก็พาไปนอนหลับก็ยอมนอน แต่หลัง ๆ เริ่มไม่ใช่ คือเดิน วิ่งเล่นฮีก็ผงกหัววูบ บางครั้งเสียการทรงตัวล้มก้นจ้ำเบ้าไปเลย ยิ่งเฉพาะบนโต๊ะอาหารหลายครั้งที่ผงกหัววูบไปกระแทกโต๊ะมั่ง แก้วมั่ง หน้าผากเขียวไปหมด

ลูกเป็นทุกวัน อย่างน้อย ๆ ก็ครั้งสองครั้ง ครั้งสุดท้ายที่คิดว่าไม่ไหวแล้วคือพาไปกินนอกบ้าน ฮีกินไปหัวผงกไปเรื่อย ๆ คือมันเยอะมาก แล้วชัดเจนว่าไม่ได้ง่วงเพราะนอนมาแล้ว ลูกกินแบบปกติเหมือนไม่รู้ตัว เรารีบถ่ายคลิปไว้ เริ่มคิดจะพาไปหาหมอพัฒนาการ เราคิดว่าลูกอาจจะแกล้งทำเหมือนที่เด็กหลายคนชอบส่ายหัว หรือเอาหัวโขกพื้น แถมก่อนหน้านี้ลูกสับสนการพยักหน้ากับส่ายหัว เราก็สอนเค้าบนโต๊ะอาหารแบบกึ่งๆบังคับ เลยยิ่งคิดว่าลูกแกล้งทำรึเปล่า เลยรีบนัดหมอพัฒนาการ

 

-ความโชคดีในความโชคร้าย-

ก่อนที่จะถึงวันนัดหมอพัฒนาการ ลูกเราดันป่วยซะก่อน เป็นหลอดลมอักเสบ ก็ได้พาไปหาหมอ ลูกต้องโดนพ่นยา ดูดน้ำมูกและเสมหะ ต้องไปหาหมอวันเว้นวัน ก็เลยลองเอาคลิปให้คุณหมอดู หมอทักขึ้นมาว่าควรลองไปปรึกษาหมอระบบประสาท เพราะอาการคล้ายชัก เราก็งงเพราะลูกเราแค่ผงกหัวเองนะ หมอก็ได้นัดหมอระบบประสาทให้เราไว้ จนครั้งที่สามอาการหลอดลมอักเสบไม่ดีขึ้น เริ่มลงขั้วปอดแล้ว จำเป็นต้องแอดมิทแต่ที่นี่เตียงเต็ม เราเลยย้ายไปแอดมิทอีกโรงพยาบาล

ก่อนแอดมิทก็พบคุณหมอก่อน ก็ได้ลองเอาคลิปให้คุณหมอดู คุณหมอก็ทักแบบเดียวกันเลย หลังลูกแอดมิทแล้วคุณหมอระบบประสาทเลยแวะขึ้นมาดู พอเห็นคลิปปุ๊ปหมอฟันธงว่าแบบนี้น่าจะชักแน่ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการชัก ได้คุยรายละเอียดกับคุณหมอว่า ถ้าให้ชัวร์เราต้องให้ลูกทำ EEG 24 ชม. เพื่อวัดคลื่นสมอง คือคนที่เป็นโรคลมชักมันเกิดจากคลื่นไฟฟ้าในสมองมันผิดปกติ มันมีการช็อตเหมือนไฟฟ้ามันลัดวงจร เลยทำให้เกิดการชักขึ้นมา ถ้าปล่อยไว้สมองก็เสียหาย จะกลายเป็นเด็กพัฒนาการช้าไปเลย เราเลยตัดสินใจไปเทสเลย เพราะไหน ๆ ก็ต้องแอดมิทอยู่แล้ว จะได้เบิกประกันได้พร้อมกันไปเลย (เราทำประกันแบบไม่มี opd ถ้าใครจะทำประกันให้ลูกแนะนำว่าทำแบบมีเถอะ ไม่ต้องมาคอยลุ้นแบบเรา)

 

-ทำเทส EEG 24ชม.-

เราต้องลงไปทำที่ห้อง picu กับลูก เพราะจะมีพยาบาลคอยดูแลตลอด จะดีกว่าอยู่บนหวอด วิธีก็จะเอาตัวแปะ ๆ มีสายไฟระโยงระยางแปะไว้ทั่วหัว และพันผ้ารอบหัวไว้ สายไฟจะเชื่อมกับหน้าจอคอมแสดงคลื่นในสมอง มีกล้องไว้จับภาพลูกไว้ประกอบกันด้วย ต้องแปะแบบนี้ 24 ชม. ลุ้นให้ระหว่างนี้ลูกเรามีอาการผงกหัว เพราะจะได้จับคลื่นได้ บางคนอาการมาไม่บ่อยอาทิตย์นึงถึงจะเป็น แบบนี้วันที่วัดอาจจะไม่เจอ ทั้ง ๆ ที่เป็นก็ได้ แต่ลูกเราเป็นทุกวัน โอกาสเจอก็เยอะหน่อย เราเริ่มติดเครื่องตอน สี่โมงเย็นจนถึงสี่โมงของอีกวัน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็นอนวัดเฉย ๆ ไป แต่ลูกเราเล็ก ก็ต้องให้ยานอนหลับตอนติดเครื่องบนหัว ตอนติดก็ลุ้นกลัวลูกดึงออกมาก เพราะลูกเราขี้รำคาญสุด ๆ ชื่อคนป่วยตรงข้อมือก็ติดปุ๊ปดึงหลุดปั๊บกันเลย 555

 

-เมื่อผลตรวจ EEG ออก-

เช้าอีกวันยังไม่ทันครบ 24 ชม. ช่วงกินข้าวเช้าลูกเราก็ผงกหัววูบแล้ว ช่วงสายคุณหมอมาพอดีเลยดูผล หมอเปิดคลื่นและอธิบายให้ฟัง ลูกเราขนาดตอนไม่ผงกหัว ก็เจอคลื่นผิดปกติแล้วด้วยซ้ำ นั่นคือเวลาปกติก็ชักแบบไม่แสดงอาการอะไรเลย ยิ่งโดยเฉพาะตอนนอน ก็ยังเป็นอีกด้วย ทำให้เหมือนตอนกลางวันเราสอนอะไรลูกไป มันจะไม่ค่อยบันทึกลงหัวในช่วงนอนหลับเท่าไหร่ ตอนนี้ทั้งเราและพ่อน้องก็เริ่มใจไม่ดีแล้ว ผลที่ออกคือลูกเราเป็นลมชักแน่นอน แต่ที่น่ากลัวกว่านี้คือบางคนที่เป็นลมชักมันเกิดจากมีอะไรในสมองน่ะสิ ดังนั้นว่าผลออกมาว่าเป็นลมชัก ขั้นต่อไปคือต้องส่งลูกไปสแกนสมองทำ MRI เพื่อหาว่ามีอะไรผิดปกติในสมองรึเปล่า

 

-ส่งลูกไปทำMRI-

ในเด็กเล็กไม่สามารถนอนนิ่ง ๆ ได้อยู่แล้ว จำเป็นต้องใช้วิสัญญีแพทย์เพื่อ​ให้ยาสลบ หลังจากทำเสร็จหมอจะมาบอกผลอีกวัน คืนนั้นเราไม่สามารถนอนหลับได้เลย กลัวมาก ถ้าลูกเป็นเนื้องอกก็ต้องผ่า ถ้าแย่กว่านั้นเป็นมะเร็งล่ะ ลูกจะอดทนไหวไหม จะต้องเสียลูกไปรึเปล่า แต่ก็คิดว่าเราต้องเข้มแข็ง เพราะเราเป็นคนดูแลลูก 24 ชม. มาโดยตลอด ถ้าเราอ่อนแอใครจะดูแลลูกได้ พ่อของลูกนี่น้ำตาไหลตั้งแต่รอบฟังผล EEG แล้ว ใจบางเหลือเกินพ่อคุณ เราคิดว่าเออไว้ผลออกว่าเป็นค่อยร้องไห้ยังไม่สาย

 

-ฟังผล MRI-

ตอนเช้าคุณหมอมาแจ้งผล สามีมาไม่ทันเราต้องทำใจกล้าฟังคนเดียว หมอบอกว่าพบความผิดปกติในสมองสามจุด ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกช็อคแล้ว ดีที่หมอรีบพูดต่อว่า สามจุดนั้นเป็นแผลที่ไฟช็อตที่เกิดจากการชัก มันช็อตที่เดิม ๆ จนเป็นแผล แต่ตรงนี้ไม่น่าห่วง เพราะเด็กเค้าจะมีพลังในการรักษาตัวเองสูงมาก ดังนั้นต่อไปแผลนี้อาจจะหายได้เอง แผลจุดนึงมันอยู่ใกล้ส่วนของสมองที่เกี่ยวกะการพูดซะด้วย ถ้าลูกเราพูดช้าเพราะเกิดจากการชัก ถ้าหายอาจจะสามารถพูดได้เลยก็เป็นได้

นอกจากนี้ ลูกเรายังมีความผิดปกติของสมองแต่กำเนิดด้วย คือตรงสมองส่วนของความจำ ถ้าคนปกติชั้นสมองจะเรียง 1 2 3... จนถึง 10 ถ้าคนผิดปกติอาจเรียง 1 2 3 5 6...10 แต่ลูกเราเหมือนสมองมันม้วนกลับเป็น 10 9 8 7... 1 ซึ่งมันจะมีปัญหาตรงที่ เหมือนทางมันต่อกันมา 1-10 1-10 มาเรื่อย ๆ มีเจอ 10-1 ตรงนี้มันมีรอยต่อที่ทำให้สะดุดนิดนึง เหมือนมันไม่ลื่นไหล อาจจะเกิดไฟช็อตได้

เราถามหมอว่าจะส่งผลต่อพัฒนาการไหม หมอบอกว่านิดหน่อยเปรียบเหมือนเราคิดอะไรแล้วมันสะดุดไม่ลื่น แต่การสอน การเรียนรู้อะไรซ้ำ ๆ จะทำให้สมองมันสร้างทางเดินตรงอื่นแทน ต่อไปตรงที่ผิดปกตินี้อาจไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ ดังนั้น ก็ไม่ได้น่ากังวลมากนัก เราก็โล่งใจแล้วคืออย่างน้อยลูกเราไม่ได้มีสิ่งแปลกปลอมในสมอง เป็นเเค่ลมชัก จริง ๆ ไม่ใช่แค่หรอก ก็เป็นโรคที่อันตรายเหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับทางร้ายที่สุดที่เราคิดนี่มันจิ๊บ ๆ ไปเลย สู้เว้ย

 

-แนวทางรักษา-

การรักษาโรคลมชักคือการกินยา ซึ่งยาจะมีหลายตัว 1 2 3 ไปเรื่อย ๆ อาการของแต่ละคนถูกกะยากันคนละตัว ไม่สามารถบอกได้ ต้องทดลองเท่านั้น หมอก็อธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละตัวให้ เราเริ่มยาตัวที่ 1 ก่อน เพราะผลข้างเคียงน้อยที่สุด ข้อดีคือเป็นยาน้ำ รสโอเค ไม่มีผลต่อตับไต กินเกินโดสก็ไม่อันตราย ข้อเสียแพงมาก ขวดละ 4000!! และจะส่งผลกะอารมณ์เด็กในช่วงเดือนแรก ๆ เช่น อาจจะก้าวร้าวขึ้น ใครที่ซนก็จะคูณสาม เป็นต้น

ถ้าตัวนี้ไม่ได้ผลต้องลอง ตัวสองซึ่งถูก แต่มีผลข้างเคียงกะตับไต ไม่ได้ผลอีกต้องลองตัวที่สาม แพง ไม่มีผลกะตับไต แต่เป็นยาเม็ดและกินแล้วจะไม่อยากอาหาร ถ้าสุด ๆ แล้วจะให้กินตัวสองควบตัวสามถ้ายังไม่ได้ผลแสดงว่ายาช่วยไม่ได้แล้ว ต้องไปแนวอื่นอีก เช่น เปลี่ยนการกินเป็นแบบคีโต หรือติดเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ซึ่งราคาเป็นล้านทำได้ไม่กี่ รพ. และลดชักแค่ 50% เอง เราก็ภาวนาแล้วกัน ให้หายได้ด้วยยาตัวแรกพอ

อีกสองเดือนหมอนัดอีกทีถ้าชักลดน้อยลง เทส EEG แล้วผลดีขึ้นก็จะสบายใจได้ ก็กินยาไปถ้าหยุดชักได้อย่างน้อยสองปีแสดงว่าหายขาดแล้ว ลูกต้องกินยาทุก 8 ชม.ทุกวัน ซึ่งยากสำหรับลูกเราขนาดพยาบาลยังการันตีว่าเป็นเด็กที่กินยายากที่สุด ไม่ว่ามามุกไหนฮีจับได้หมด 555 มีอีแม่คนเดียวรับมือไหว บีบปากบังคับซะเลย แต่มีอีกเรื่องที่น่ากังวลคือถ้ากินยาแล้วอาการสัปหงกหัวหายไป อาจมีอาการใหม่แบบชักเกร็งทั้งตัวไปเลย เพราะตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าลูกไม่ได้ชักแบบนี้ แต่ด้วยอาการสัปหงกมันเด่นกว่ามันเลยกลบหมด ถ้ากินยาแล้วอาการนี้หายอาการใหม่ที่ซ่อนอาจออกมา ดังนั้น เรื่องเข้า ร.ร.ปีหน้าเลิกคิด ได้เลี้ยงเเนวคุณหมอประเสริฐโดยยายไม่กล้าค้านอีกเลย 555 ถือเป็นเรื่องดี ๆ ใช่ไหมเนี่ย

**มาถึงตรงนี้ยาวมาก เราเขียนจากความจำที่ได้ฟังจากคุณหมอ อาจมีผิดพลาดบ้าง ใช้คำอธิบายจากคุณหมอ ซึ่งคุณหมอเก่งมาก พูดแล้วเข้าใจง่ายเห็นภาพไม่มีศัพท์แพทย์อะไรยาก ๆ ให้งง ใครที่อ่านด้านบนไม่ไหวยาวไปก็อ่านสรุปได้เลย

 

***สรุป***

1.การที่ลูกเราไม่ได้มีอาการชักแหง่กๆไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นโรคลมชัก เพราะอาการชักไม่ได้​มีแบบเดียว บางครั้งแทบเป็นปกติเลยถ้าไม่สังเกตก็ไม่รู้

*อาการของลูกเรา

- สัปหงกวูบเหมือนคนง่วง วิธีแยกคือ คนที่ชักลูกตาจะเหลือกขึ้นบน คนง่วงตาจะเหมือนค่อยๆปิด
- เดินอยู่หรือกินหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็สับหงกได้ และลูกเหมือนไม่รู้ตัวเลย ทำกิจกรรมนั้นต่อไปได้
- อาการเหม่อนั้นคืออาการชักแบบนึง ลูกเราเหม่อบ่อยมาก ถ้าหมอไม่บอกคือไม่รู้จริง ๆ วิธีแยกระหว่างเหม่อกะชัก ถ้าเหม่อจะมองไปจุด ๆ นึงตาไม่กระพริบ ถ้าเราดีดนิ้วหรือเรียกเสียงดัง จะตกใจหันมาทันที แต่ถ้าชักตาจะยังกระพริบแต่เหมือนมองไปจุด ๆ นึง เราดีดนิ้วหรือเอามือผ่านหน้าก็จะยังไม่รู้ตัวไประยะนึง
- ตอนตื่นนอน เด็กทั่วไปตื่นปุ๊บจะมองซ้ายขวาร้องหาพ่อแม่ทันที แต่ลูกเราตื่นแล้วนิ่งลูกตาค่อย ๆ ขยับ ซักแป๊บถึงได้สติหันมองหาแม่

อาการทั้งหมดคือถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่รู้เลยว่าผิดปกติ เพราะชักที่คนทั่วไปเข้าใจมันมีแค่ชักแหง่กๆตัวเกร็งตาเหลือกเท่านั้น

2.ขอให้แม่ ๆ ทุกคนเชื่อเซนส์ของเรา ถ้าคิดว่ามีอะไรผิดปกติกับลูก แม้นิดเดียวจงรีบไปหาหมอเถอะ ไปให้เสียเงินเล่น ๆ แล้วไม่เป็นอะไร (เราเป็นบ่อย 555)​ ดีกว่าเป็นเยอะแล้ว รักษาไม่ทันแล้ว หมอเล่าว่าบางคนเข้า ร.ร.แล้วถึงรู้เพราะพัฒนาการช้าเรียนไม่ได้เลย เดินแล้วล้มบ่อย ๆ ไปหาหมอกระดูกนู่นนี่กว่าจะมารู้ว่าชัก การชักคือสมองถูกไฟช็อต ถ้านาน ๆ ไปสมองเสียหายแน่นอน แล้วถ้าชักนานเกินครึ่ง ชม.โอกาสตายสูงมาก

3.ประกันจงซื้อให้ลูกเถิด อย่างกเลย เด็กถ้าป่วยราคาจะแพงมากกว่าผู้ใหญ่ เรางกทำครึ่งนึงคือไม่รวม opd ทำปีที่สองไม่เคยได้เบิกเลย พอแอดมิทแค่ครั้งเดียวคุ้มที่จ่ายไปสองปีละ นี่เสียดายมากต่อไปถ้าเราไป opd ต้องจ่ายเองหมด แค่ยาก็ขวดละสี่พันแล้ว ถึงตอนนี้จะมาซื้อเพิ่มก็ไม่ได้แล้ว เพราะถือว่าเป็นโรคไปแล้ว ประกันก็ไม่รองรับโรคนี้อีกแล้ว

ท้ายนี้ขอผลบุญที่เราได้แชร์เรื่องราว เพื่อให้พ่อแม่ได้ไปสังเกตลูกตัวเองนี้ ขอให้ลูกเราหายขาด ขอให้เพื่อน ๆ เเชร์ต่อ ๆ ไป เผื่อจะช่วยให้พ่อแม่คนอื่น ๆ รู้ว่าลูกตัวเองป่วยได้เร็วขึ้นจะได้รักษากันได้ไวไวนะคะ

ทางทีมงานดิเอเชี่ยนพาเร้นท์ ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ และขอให้น้องสุขภาพแข็งแรงเร็ว ๆ นะคะ

 

โรคลมชักในเด็ก

โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ ให้ข้อมูลไว้ว่า โรคลมชักเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้เป็นอันดับต้น ๆ และแม้ว่าเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่วัยที่เสี่ยงคือ เด็กและผู้สูงอายุ โดยโรคลมชักในเด็ก จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทั้งทางด้านการเรียนและสังคม หากปล่อยทิ้งไว้พัฒนาการของเด็กจะยิ่งถดถอย พ่อแม่จึงจำเป็นต้องศึกษา และสังเกตอาการของลูก

 

โรคลมชักในเด็ก เกิดจากอะไร

โรคลมชักในเด็ก เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมอง ส่งผลให้มีอาการชัก ที่น่าตกใจคือ โรคลมชักมักจะเจอในเด็กสุขภาพปกติ มีพัฒนาการที่ดี อาจเกิดจากการมีพยาธิสภาพในสมองจากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการชักอาจไม่ได้หมายถึงโรคลมชัก โดยอาการชัก แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท

  • อาการชัก (Seizure) เกิดจากการที่สมองมีการสร้างไฟฟ้าผิดปกติไปชั่วขณะ ทำให้มีอาการทางระบบประสาทชั่วขณะหนึ่ง อาจเป็นวินาทีหรือนาทีก็ได้ โดยอาการเหล่านี้สามารถรักษาให้หายได้หากแก้ที่สาเหตุได้ เช่น เนื้องอก โรคสมองอักเสบ การขาดวิตามิน เป็นต้น
  • อาการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อ (Convulsion) ซึ่งคล้ายคลึงกับอาการชักแต่อาจไม่ใช่การชักเสมอไป เช่น อาการเกร็งที่อาจพบได้ในคนไข้ขณะเป็นลม เป็นต้น
  • โรคลมชัก (Epilepsy) เกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าในสมองลัดวงจรอย่างถาวร ทำให้เกิดอาการชักขึ้นมาซ้ำๆโดยไม่จำเป็นต้องมีสิ่งใดมากระตุ้นให้เกิดอาการ

 

วิธีสังเกตว่าลูกเป็นโรคลมชักหรือไม่

ด้วยอาการของโรคลมชักที่มีหลายแบบ จะขึ้นอยู่กับกระแสไฟฟ้าในสมองผิดปกติที่ส่วนใดของสมองและรุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดยมีวิธีสังเกตว่าลูกเป็นโรคลมชักหรือไม่ ดังนี้

  1. สังเกตว่าเด็กมีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่แย่ลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  2. เด็กมีพฤติกรรมแปลก ๆ ซ้ำ ๆ หรือไม่ เช่น เหม่อลอย เรียกแล้วไม่รู้ตัว หัวเราะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ หูแว่วหรือเห็นภาพหลอน เป็นต้น
  3. อาการชักที่พบได้บ่อยในเด็ก คือ

อาการชักแบบเหม่อลอย เด็กจะมีอาการเหม่อลอยหรือนิ่งไประหว่างคุย เรียกแล้วยังไม่รู้สึกตัว ไม่มีอาการทางกล้ามเนื้อหรือมีแต่น้อยมาก เช่นกระพริบตา มักเกิดกับเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-10 ปี

อาการชักทั้งตัว โดยเวลาชักจะมีอาการเกร็งกระตุกโดยไม่รู้ตัวและจำไม่ได้ว่าตัวเองชัก

 

การป้องกันและการดูแลเด็กที่เป็นโรคลมชัก

โรคลมชักที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรือหาสาเหตุไม่ได้อาจป้องกันไม่ได้ แต่คนทั่วไปสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอาการชักได้โดยป้องกันไม่ให้ศีรษะมีการกระทบกระเทือนรุนแรง หรือรักษาพยาธิสภาพในสมองที่เกิดขึ้นให้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสมองให้น้อยที่สุด สำหรับเด็กที่เป็นโรคลมชัก ผู้ปกครองควรดูแลเด็กให้รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ปีนที่สูง ว่ายน้ำคนเดียวหรือขี่จักรยานออกนอกถนน

นอกจากนี้ผู้ปกครองควรเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมชักเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  • ให้เด็กอยู่ในท่าที่ปลอดภัยจากการชัก คือให้นอนราบกับพื้น ตะแคงศีรษะไปทางด้านข้าง
  • ห้ามนำสิ่งของใด ๆ เข้าไปในปากหรือพยายามงัดปากเพื่อป้องกันการกัดลิ้น เพราะเด็กจะยิ่งดิ้นสู้ ฟันอาจหักหรือสิ่งของอาจตกเข้าไปในคอจนเป็นอันตรายและทำให้เด็กหายใจไม่ออกได้
  • สังเกตอาการของเด็กและจับเวลาที่เกิดอาการชักไว้ หากเด็กหยุดชักเองภายใน 5 นาที อาจยังไม่ต้องมาพบแพทย์ทันที รอจนวันรุ่งขึ้นได้ แต่หากเด็กชักนานเกิน 5 นาทีหรือมีการชักซ้ำเกินกว่า 1 ครั้งภายในวันเดียวกัน ให้ปฐมพยาบาลเด็กสังเกตอาการของเด็กและจับเวลาที่เกิดอาการชักไว้ หากเด็กหยุดชักเองภายใน 5 นาที อาจยังไม่ต้องมาพบแพทย์ทันที รอจนวันรุ่งขึ้นได้ แต่หากเด็กชักนานเกิน 5 นาทีหรือมีการชักซ้ำเกินกว่า 1 ครั้งภายในวันเดียวกัน ให้ปฐมพยาบาลเด็กอย่างถูกต้องและพาเด็กไปโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านมากที่สุด

ที่มา : https://www.bumrungrad.com

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

โรคมะเร็งในเด็ก เป็นได้ตั้งแต่เกิด แม่ท้องต้องดูแลตัวเองให้ดี ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วยเป็นมะเร็ง

โรคฮีน็อคในเด็ก อย่าคิดว่าแค่ผื่นธรรมดา..อันตรายหากถึงมือหมอช้า

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก กลุ่มเสี่ยง 3 เดือน ถึง 3 ขวบ แม่ประมาทลูกช็อกจนตายได้!

โรคตับในเด็ก จากใจของแม่ที่ลูก 9 เดือน ป่วยเป็นตับแข็งระยะสุดท้าย

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner