อาการปวดท้องของคนท้องแก่ แม่ท้องปวดท้องบ่อยเป็นเพราะอะไร ทำไมปวดบ่อยจัง

อาการปวดท้องของคนท้องแก่ แม่ท้องปวดท้องบ่อยเป็นเพราะอะไร ทำไมปวดบ่อยจัง
อาการปวดท้องของคนท้องแก่ ปวดแบบนี้หมายความว่าอะไร

อาการปวดท้องของคนท้องแก่ อาการปวดท้องที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง อาการปวดแบบนี้เกิดจากอะไร อันตรายไหม สิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับอาการปวดมีอะไรบ้าง ลองมาหาคำตอบกันนะคะ

การหดตัวของมดลูก

คุณแม่ที่มีมีอาการปวดท้องจากการหดเกร็งเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการเมื่อตั้งครรภ์ได้ 28 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งการหดตัวแบบนี้เราเรียกว่า Braxton Hicks เป็นอาการบีบรัดตัวของมดลูกทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บท้อง หรือที่เราเรียกว่า เจ็บท้องหลอกนั่นเองค่ะ ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ เพราะเวลาที่เกิดการบีบรัด เลือดจะไหลเวียนเข้าไปยังที่มดลูก ทำให้รกสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพค่ะ

ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะหรือไต

โรคทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ (Urinary Tract Infection : UTI) เป็นโรคที่พบบ่อยของคนท้อง ลักษณะอาการคือ ปัสสาวะบ่อยทีละน้อยๆ รู้สึกปวดบริเวณท้องน้อย ปวดแสบ ขัด ขณะปัสสาวะโดยเฉพาะตอนปัสสาวะสุด ปัสสาวะขุ่น บางครั้งมีกลิ่นผิดปกติ ในรายที่เป็นมากอาจปัสสาวะมีเลือดปน วิธีหลีกเลี่ยงโรคนี้คือ คุณแม่ห้ามกลั้นปัสสาวะค่ะ เพราะการกลั้นปัสสาวะ การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อโรคในปัสสาวะเจริญเติบโตได้ดี จนเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกในครรภ์มีน้ำหนักน้อย ภาวะไตล้มเหลว การแท้ง

ปวดหัวหน่าว

อาการปวดหัวหน่าว จากการตึงตัวของเส้นเอ็นที่ยึดมดลูก หรือ อาการปวดหน่วงท้องน้อย (Round ligament pain) เป็นอาการที่คุณแม่จะรู้สึกว่าปวดแปลบๆ หน่วงๆ เหมือนมีอะไรกดทับตลอดเวลา มักจะเริ่มปวดเมื่อคุณแม่เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ค่ะ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณท้องน้อง หรือขาหนีบ เป็นอาการที่พบบ่อยของคนท้อง ไม่เป็นอันตราย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ สาเหตุก็มาจากการขยายตัวของมดลูกที่รองรับลูกน้อยในท้องนั่นเอง จึงทำให้คุณแม่รู้สึกปวดท้องขึ้นมาค่ะ

อาการปวดท้องของคนท้องแก่

อาการปวดท้องของคนท้องแก่

เนื้องอกมดลูก

เนื่องอกมดลูก ลักษณะอาการคือ จะเป็นก้อนกลมๆ อยุ่ตามผนังมดลูก หากขนาดใหญ่มากอาจทำให้เกิดการเบียดกับอวัยวะอื่น จนทำให้เกิดการปวดอย่างรุนแรงได้ค่ะ หากเนื้องอกนี้เกิดขึ้นในโพรงมดลูก อาจทำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แท้งบุตรได้ค่ะ หรือหากเนื้องอกมดลูกอยู่ใกล้กับกระเพาะปัสสาวะ ก็จะทำให้คุณแม่ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หรือปัสสาวะลำบาก หากไปอยู่ใกล้กับลำไส้ใหญ่ก็จะทำให้คุณแม่ถ่ายลำบากจนกลายเป็นท้องผูกได้ คุณแม่สามารถสำรวจตัวเองได้เบื้องต้นเบื้องต้น โดยคลำดูที่บริเวณช่องทาง หากมีก้อนที่ผิดปกติ พร้อมๆ กับอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก ท้องผูก ก็ควรเข้าพบแพทย์ทันทีค่ะ

ท้องผูก/ท้องเสีย

อาการท้องเสีย คือ อาการที่คุณแม่ถ่ายเป็นมูกเลือด โดยมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือปวดเบ่งที่ทวารหนัก ถ่ายบ่อย และมีปริมาณอุจจาระที่ออกในแต่ละครั้งไม่มากนัก หรือถ่ายเหลว หรือเป็นน้ำ สีเหลือง หรือเขียวอ่อน ในรายที่เป็นรุนแรง อาจเป็นน้ำขุ่นขาว คล้ายน้ำซาวข้าว ส่วนอาการท้องผูกของคนท้องนั้น ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายท้อง ถ่ายลำบาก ซึ่งคนท้องท้องผูกหรือท้องเสียไม่ได้มีผลต่อลูกในท้องค่ะ เพียงแค่ะมีผลแค่ทำให้ลูกดิ้นมากผิดปกติเท่านั้นเอง เพราะมดลูกนั้น ถูกรายล้อมรอบด้วยลำไส้ เมื่อท้องเสีย  ลำไส้จะบีบตัวเสียงดังโครกคราก เสียงอาจจะรบกวนการนอนของทารกในครรภ์ จนทำให้ดิ้นมากผิดปกติ

ที่มา: mom365

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

อาการคนท้องไตรมาสแรก ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

คนท้องไตรมาสที่สอง มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ควรดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงนี้

คนท้องไตรมาสที่สาม มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ควรดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงนี้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri

app info
get app banner