อาการท้องไตรมาสแรก ที่ต้องพบในช่วงตั้งครรภ์ 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 10

อาการท้องไตรมาสแรก ที่ต้องพบในช่วงตั้งครรภ์ 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 10

อาการท้องไตรมาสแรก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่อยากจะทราบกัน เพื่อรับมือกับอาการดังกล่าวได้อย่างถูกวิธี มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

อาการท้องไตรมาสแรก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่อยากจะทราบกัน เพื่อรับมือกับอาการดังกล่าวได้อย่างถูกวิธี วันนี้ theAsianparent Thailand จะนำบทความที่เกี่ยวกับอาการท้องในไตรมาสแรก ภาวะเสี่ยง และการปฏิบัติตัวในช่วงไตรมาสแรกมาฝากคุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่กัน

 

การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรกนั้นคงเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่มือใหม่หลาย ๆ ท่านจะมีความกังวล ทั้งเรื่องของสุขภาพ การดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน การดูแลตัวเอง และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนทางรูปร่าง การเปลี่ยนแปลงเรื่องการกิน รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

 

การตั้งครรภ์นั้นถือเป็นเรื่องใหญ่อีกหนึ่งเรื่องของผู้หญิงอย่างเรา ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะการตั้งครรภ์นั้นส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันสูง บางครั้งอาหารที่ชอบทานก็ไม่สามารถทานได้ ต้องอดทนและดูแลตัวเองให้ดีตลอด 9 เดือน หรือ 40 สัปดาห์หลังจากทราบว่าเจ้าตัวน้อยมาอยู่ในท้อง

 

คุณแม่บางท่านอาจะเตรียมพร้อมและศึกษาข้อมูลอาการท้องต่าง ๆ ระหว่างตั้งครรภ์มาอย่างดีแล้ว แต่คุณแม่บางท่านอาจจะมีเจ้าหนูน้อยโดยที่ไม่ได้เตรียมตัว เพราะฉะนั้นเราจึงอยากจะใช้โอกาสนี้มาแบ่งปันข้อมูลดี ๆ ให้กับคุณแม่กัน สำหรับคุณแม่ที่มีคลังข้อมูลอยู่แล้วมาเช็คดูกันว่ามีข้อมูลไหนที่คุณแม่พลาดไปบ้าง

 

ก่อนอื่นขออธิบายกระบวนการตั้งครรภ์คร่าว ๆ ให้คุณแม่ได้ทราบกัน การตั้งครรภ์นั้นใช้เวลาทั้งหมด 40 สัปดาห์ หรือ 9 เดือน โดยแบ่งออกได้ 3 ไตรมาส ได้แก่ ไตรมาสแรก คือ ช่วงเวลาเดือนที่ 1 ถึง เดือนที่ 3 ไตรมาสที่ 2 คือเดือนที่ 4 ถึง เดือนที่ 6 และไตรมาสสุดท้ายคือเดือนที่ 7 ถึงเดือนที่ 9 โดยกำหนดคลอดของคุณแม่แต่ละคนนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านร่างกาย โดยคุณแม่จะทราบวันคลอดได้จากแพทย์ประจำตัวนั่นเอง

 

อาการท้องไตรมาสแรก

อาการท้องไตรมาสแรก

อาการท้องไตรมาสแรก

 

  • คลื่นไส้ อาการนี้อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอาการแพ้ท้อง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนมากต้องพบเจอกับมัน ซึ่งอาการแพ้ท้องนั้นเกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง
  • เวียนหัว ระดับฮอร์โมนและความดันโลหิตที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หากมีอาการที่รุนแรงจนกระทบกับการดำเนินชีวิตแนะนำให้คุณแม่รีบเข้าพบแพทย์โดยด่วน
  • เบื่ออาหาร ในส่วนนี้จะเชื่อมโยงกับอาการแพ้ท้องด้านบน เนื่องจากว่าการอาเจียนทำให้คุณแม่ทานอาหารค่อนข้างลำบาก เพราะไม่อยากจะต้องกินและอาเจียนออกมาอีก จึงส่งผลให้คุณแม่ไม่อยากทานอาการนั่นเอง
  • คัดตึงเต้านม  ลานหัวนมสีคล้ำ ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของเต้านม
  • รู้สึกอ่อนเพลีย คุณแม่จะรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่ายมากขึ้น เพราะระดับโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมดลูกต้องการเลือดในปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อไปเลี้ยงทารกในครรภ์ จึงส่งผลให้คุณแม่รู้สึกทำสิ่งต่าง ๆ ได้ช้าลง
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลง อย่างที่กล่าวไปว่า ในช่วงตั้งครรภ์ระดับฮอร์โมนของคุณแม่จะเพิ่มสูงขึ้นทำให้มีผลต่ออารมณ์เป็นอย่างมาก

 

ในช่วงไตรมาสแรกนั้น แน่นอนอยู่แล้วว่าในเดือนแรกของการตั้งครรภ์อาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายมากเท่าไรนัก เนื่องจากเดือนแรกของการตั้งครรภ์ตัวอ่อนในครรภ์ยังไม่ได้มีผลต่อรูปร่างสรีระของคุณแม่มากหนัก แต่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไตรมาสแรกนี้คงหนีไม่พ้น อาการแพ้ท้องที่ในคุณแม่บางคนอาจรุนแรงมากจนต้องพบแพทย์เลยทีเดียว

 

 

อีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ไตรมาสแรก คือ ขนาดของเต้านม คุณแม่จะมีขนาดของเต้านมที่ใหญ่ขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาพร้อมกับอาการคัดเต้านมที่คุณแม่อาจจะทุกข์ใจเลยก็ว่าได้ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณแม่อย่าเพิ่งท้อใจไปนะคะ เพราะอาการคัดเต้านมดังกล่าวนั้นมีวิธีบรรเทาให้ดีขึ้นอยู่

 

ในส่วนของน้ำหนัก คุณแม่บางคนอาจจะมีน้ำหนักขึ้น 1 – 3 กิโลกรัม แต่คุณแม่บางคนก็อาจมีน้ำหนักเท่าเดิมคงที่ไม่มีการเปลี่ยนใด ๆ

 

อีกหนึ่งคำแนะนำของโรงพยาบาลสมิติเวช จากพญ. จันทรัศม์ สุรัตนกวีกุล อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการในช่วงสามเดือนแรก หรือ ท้องไตรมาสแรกไว้ว่า คุณแม่ส่วนใหญ่มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และรับประทานอาหารไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้อาจทำให้ทารกในครรภ์ไม่ได้รับสารอาหารบำรุงสมองอย่างเพียงพอ คุณแม่เกิดภาวะขาดสมดุลของเกลือแร่และวิตามิน ฉะนั้นหากมีอาการแพ้ท้องมากควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

 

อีกทั้งทางโรงพยาบาลพญาไทได้ให้คำแนะนำกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ไตรมาสแรกไว้ว่า หากคุณแม่ท่านใดก็ตามที่มีอาการแพ้ท้องหนักมากจนทานอาหารไม่ได้เลย ทั้งยังมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดไม่ว่าจะมีอาการปวดท้องร่วมด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยสาเหตุที่พบบ่อยของการมีเลือดออกในระยะการตั้งครรภ์ไตรมาสแรกนี้ คือ การเกิดภาวะแท้งคุกคาม หรือครรภ์ไข่ลมนั่นเอง

 

นอกจากนี้หากคุณแม่มีอาการปวดท้องมากบริเวณท้องน้อย ในช่วงระยะของการตั้งครรภ์อ่อน ๆ ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการเกิดภาวะแท้งคุกคามเช่นเดียวกัน หรืออาจจะเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนผิดที่ หรือที่เรียกกันว่า การตั้งครรภ์นอกมดลูก

 

ไม่เพียงเท่านั้นหากคุณแม่มีอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบ โดยมีอาการปัสสาวะขัดเจ็บ ปัสสาวะบ่อยเหมือนไม่สุด ปัสสาวะเป็นเลือด ให้คุณแม่รีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉันอย่างรวดเร็ว เพราะอาการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณแม่และทารกในครรภ์ได้

 

อาการท้องไตรมาสแรก

อาการท้อง ไตรมาส แรก

ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงขณะตั้งครรภ์

นอกจากอาการดังกล่าวที่ทำให้คุณแม่ต้องรีบไปพบแพทย์ มาดูการดีกว่า ปัจจัยได้ที่ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงขณะตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง โดยโรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า ภาวะครรภ์เสี่ยงสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การมีประวัติเคยคลอดลูกแล้วลูกเสียชีวิตในครรภ์ ระหว่างคลอด หรือหลังคลอดมาก่อน มีประวัติทารกคลอดก่อนและหลังกำหนด มีประวัติเคยแท้งบุตรมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง มีประวัติเคยคลอดบุตรน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม หรือมากกว่า 4,000 กรัม

 

รวมถึงหากคุณแม่มีประวัติเกี่ยวกับการโตช้าของทารกในครรภ์ ทารกพิการทางด้านสมอง ครรภ์เป็นพิษในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน เคยได้รับการผ่าตัดที่ตัวมดลูกหรืออวัยวะสืบพันธุ์ มีการตั้งครรภ์เป็นการตั้งครรภ์แฝด หรือทารกในครรภ์อยู่ในท่าที่ผิดปกติ เช่น ท่าก้น หรือท่าขวาง (ตั้งแต่ 34 สัปดาห์เป็นต้นไป) ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ทั้งสิ้น

 

นอกจากนี้แล้วหากคุณแม่ตั้งครรภ์มีอายุน้อยกว่า 16 ปี หรือมากกว่า 40 ปี มีเลือดออกทางช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์ มีหมู่เลือด Rh เป็นลบ มีก้อนในอุ้งเชิงกรานระหว่างตั้งครรภ์ มีความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวานชนิดต้องพึ่งพาอินซูลิน เป็นโรคไต เป็นโรคหัวใจ ก็เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะเสี่ยงเช่นกัน

 

หากคุณแม่ที่มีพฤติกรรมการติดยาเสพติดหรือสุรา และเป็นโรคทางอายุรกรรมต่าง ๆ เช่น โลหิตจาง ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะภูมิคุ้มกันไวเกิน (SLE) โรคธาลัสซีเมีย โรคลมชัก วัณโรค เป็นต้น เป็นโรคติดเชื้อ HIV (โรคเอดส์) กามโรค หรือพาหะตับอักเสบบี ก็ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงในครรภ์อีกด้วย

 

สารอาหารที่คุณแม่ท้องควรได้รับ

 

อาการท้องไตรมาสแรก

อาการ ท้อง ไตรมาสแรก

  • กรดโฟลิก

กรดโฟลิกหรือโฟเลตเป็นสารอาหารที่สำคัญมากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นอันดับแรกที่คุณแม่ที่กำลังจะตั้งครรภ์ขาดไม่ได้เลย เพราะโฟเลตเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับการสังเคราะห์ดีเอนเอของเซลล์เพื่อสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์

 

อีกทั้งกรดโฟลิก ยังช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะมีความพิการแต่กำเนิดอย่างที่กล่าวไปข้างต้น โดยจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องความผิดปกติของกระดูกสันหลัง (Spina Bifida) ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดที่ผู้หญิงควรได้รับกรดโฟลิก คือช่วงสองสามเดือนก่อนการตั้งครรภ์ ไปตลอดจนจบไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (12 สัปดาห์แรก)

 

  • ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็กนั้นมีความจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดที่เพิ่มจำนวนอย่างมากในช่วงตั้งครรภ์ อีกทั้งปริมาณเลือดในร่างกายคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% เพื่อให้เพียงพอต่อการนำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกที่อาศัยอยู่ในครรภ์ โดยคุณแม่ตั้งครรภ์มากกว่าครึ่งมีภาวะโลหิตจางจากการได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

 

  • โปรตีน

โปรตีนเป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเจ้าตัวโปรตีนนี้หากคุณแม่รับประทานเข้าไปแล้ว มันจะนำโปรตีนที่ได้รับไปเสริมสร้างอวัยวะและกล้ามเนื้อของคุณแม่ และทารก ฉะนั้นควรทานโปรตีนที่ได้จากสัตว์ ไข่ และพืชต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด

 

  • แคลเซียม

ในช่วงตั้งครรภ์มีรายงานว่าร่างกายนั้นจะดูดซึมแคลเซียมได้มากกว่าปกติ ดังนั้นแล้วคุณแม่ท่านใดที่ไม่สามารถทานแคลเซียมแบบปกติได้ เช่น ไม่สามารถดื่มนมได้ ควรได้รับแคลเซียมเสริมประมาณ 600 กรัม ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายเราขณะตั้งครรภ์มีความต้องการแคลเซียมอยู่ที่ประมาณ 1000 กรัม ซึ่งถือว่าไม่ได้ต่างจากปกติเท่าไรนัก แต่หากไม่สามารถทานแคลเซียมได้อย่างปกติ ก็ควรทานแคลเซียมเสริมอย่างที่กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง

 

  • วิตามินรวม

แม้ว่าการรับประทานวิตามินจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเพิ่มเติมที่ช่วยเสริมสร้างสารอาหารให้แก่ร่างกาย แต่การเลือกวิตามินให้กับตัวเองนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่จะต้องทำการปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อวางแผนแนวทาง และเพื่อเป็นการป้องกันและระมัดระวังว่าการเสริมวิตามินจะไม่ส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่คุณแม่จะต้องเผชิญต่อไปนี้ มันอาจจะมีบางวันที่คุณแม่แพ้ท้องหนัก ปวดหลัง ปวดเต้านมจนทนไม่ไหว แต่เราเชื่อว่าเมื่อครบกำหนด 9 เดือนเมื่อไร คุณจะได้พบสิ่งดี ๆ ที่คุณแม่รอคอยมา รับรองว่าคุณแม่จะไม่เสียดายเวลา และขอบคุณตัวเองที่ดูแลตัวเองอย่างดีตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา

 

theAsianparent Thailand หวังว่าคุณแม่ทุกท่านจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่แจ่มใส พร้อมต้อนรับลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา และขอให้ลูกน้อยของคุณแม่ทุกท่านเกิดมาพร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรง และความสุข อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวและความกังวลได้ที่แอปพลิเคชันของเราตามลิงค์นี้ได้เลย theAsianparent

 

 

Source : phyathai samitivej bumrungrad bangkok

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

เช็คอาการคนท้อง ก่อนตรวจตั้งครรภ์ อาการก่อนตั้งครรภ์ เป็นยังไงมาดูกัน!

คนท้องเริ่มฝากครรภ์ได้เมื่อไหร่ ฝากครรภ์ช้าสุดกี่เดือน จำเป็นต้องฝากครรภ์ไหม?

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 89 ตำราคนท้อง คลอดปลอดภัย ความเชื่อ ศาสตร์ต่างๆ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

iamp

app info
get app banner