สุกี้น้ำ / เมนู อร่อยโดนใจงบไม่เกิน 100

สุกี้น้ำ / เมนู อร่อยโดนใจงบไม่เกิน 100
อาหารอร่อย ๆ ที่มักนิยมรับประทานกันในครอบครัว และเป็นเมนูยอดนิยมอย่างแพร่หลายในเมืองไทยก็คือ สุกี้น้ำ อาหารคาวสไตล์ลวก ต้ม หรือจิ้มในหม้อน้ำซุปร้อน ๆ เติมรสชาติด้วย น้ำจิ้มรสเด็ดที่ไม่เหมือนใคร เป็นตัวแปร ช่วยส่งอาหารที่ดูเหมือนธรรมดานั้น ให้มีรสชาติอร่อยถูกปาก จนกลายเป็นเมนูติดใจ ของคนทุกกลุ่มกันเลยทีเดียว
สุกี้น้ำ เป็นอีกหนึ่งเมนู ที่ทำได้ง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย อีกทั้งแคลอรี่ยังต่ำอีกด้วย ทำให้สาว ๆ หลายคนมักจะชอบเมนูนี้อย่างมาก เรามาดูกันว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง และมีวิธีการทำอย่างไร
เมนู อร่อยโดนใจงบไม่เกิน 100 / สุกี้น้ำ
ส่วนผสมและสัดส่วน
1. หมู
2.ไข่ไก่
3. ผักกาดขาว
4. วุ้นเส้น
5. น้ำจิ้มสุกี้
เครื่องปรุง
1. ซุปก้อน
2. ซอสปรุงรส
3. ซอสหอยนางรม
เมนู อร่อยโดนใจงบไม่เกิน 100 / สุกี้น้ำ
วิธีปรุง
1. หั่นหมูเป็นชิ้นเล็ก ๆ และหมักเตรียมไว้ ใส่ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม ไข่ไก่ คลุกเคล้าให้เ้ากัน แล้วนำไปพักไว้
2. ตั้งน้ำใส่ซุปก้อน คนให้ละลาย รอจนน้ำเดือด ใส่หมูลงไป รอจนหมูสุก แล้วใส่ผักกาดขาวที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก พอผักกาดเริ่มนิ่ม ก็ใส่วุ้นเส้นลงไป ปิดไฟ
3. ตักใส่ถ้วยราดด้วยน้ำจิ้มสุกกี้ พร้อมเสริฟค่ะ
เห็นมั้ยคะว่าง่ายขนาดไหน แค่แป๊บเดียว เร็วก็ได้อิ่มอร่อยกับเมนูถูก ราคาไม่ถึง 100 บาท กันได้แล้ว

สุกี้ประกอบไปด้วยสารอาหารใดบ้างและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

ในเมนูสุกี้จะประกอบไปด้วยวัตถุดิบหลัก ๆ ที่นำมาประกอบอาหารคือ เนื้อสัตว์ ผัก ไข่ และน้ำจิ้มสุกี้ ซึ่งถ้าเป็นสุกี้หมูจะให้พลังงานประมาณ 467 กิโลแคลอรี โดยมีสารอาหารที่ได้จากวัตถุดิบหลักดังต่อไปนี้

ได้จากวุ้นเส้น ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยสงวนคุณค่าของโปรตีนไม่ให้ถูกเผาผลาญเป็นพลังงานอีกด้วย นอกจากนี้วุ้นเส้นจะให้พลังงานไม่มากนัก ซึ่งสามารถรับประทานได้ตามความต้องการ

 

เมนู สุกี้

 

ได้จากเนื้อหมูกับไข่ มีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย เพิ่มความแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้เป็นปกติ รักษาความสมดุลของปริมาณน้ำในเซลล์และหลอดเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

ถ้าจะให้เหมาะสมก็ควรเลือกเนื้อหมูไม่ติดมัน ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพ แต่หากเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ อย่างเช่น หมึก กุ้ง และปลา ก็จะยิ่งเพิ่มคุณค่าสารอาหารให้สุกี้มากยิ่งขึ้น

ได้จากผักต่าง ๆ อาทิเช่น ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง แครอท ผักกาดขาว คึ่นช่าย ข้าวโพดอ่อน หรือผักอื่น ๆ แล้วแต่ตามใจชอบ ซึ่งจะอุดมไปด้วยใยอาหารและวิตามินแร่ธาตุหลายชนิด คึ่นช่าย และข้าวโพดอ่อนให้วิตามินซีที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานที่มีต่อโรค เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก และแคลเซียมได้ดี

ผักใบเขียวต่าง ๆ ให้วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ช่วยบำรุงประสาทกับสมอง ทำให้มีสมาธิ และความจำดี ช่วยในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงาน ป้องกันผิวหนังอักเสบ แครอทให้เบต้าแคโรทีน และวิตามินเอ ซึ่งจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมสภาพเร็ว ดูแลระบบสายตารวมทั้งการมองเห็น ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนและผิวหนังมีความชุ่มชื้น

ได้จากน้ำจิ้มสุกี้ ซึ่งประกอบไปด้วยพริก ซอสมะเขือเทศ ซีอิ้วขาว น้ำมันงา น้ำมันหอย เต้าหู้ยี้ น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย พริกขี้หนู กระเทียม และผักชี ให้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 แคลอรี ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ นับได้ว่าให้พลังงานค่อนข้างสูงพอสมควร

ดังนั้นถ้าจะให้ได้รับพลังงานที่ไม่สูงจนเกินความต้องการของร่างกาย ก็ควรรับประทานน้ำจิ้มแต่พอสมควร เพราะหากไม่นับปริมาณพลังงานที่สูงแล้ว น้ำจิ้มสุกี้ยังมีไขมันที่ได้จากน้ำมันงา ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ บำรุงผิวหนังและส่งผลดีต่อกระดูก

ส่วนน้ำมันหอยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงเลือด บำรุงระบบประสาท ช่วยให้นอนหลับง่าย กระเทียมช่วยลดความเสี่ยงการอุดตันในหลอดเลือด ลดคอเลสเตอรอล และลดความดันโลหิตสูง

การรับประทานสุกี้ที่เน้นวิธีการต้มเป็นหลักสำคัญ อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียวิตามินในผักต่างๆ ซึ่งจะมากเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการต้ม ยิ่งใช้เวลานานก็จะทำให้ผักสูญเสียสารอาหารมากเท่านั้น ดังนั้นจึงควรให้ผักอยู่ในหม้อต้มในเวลาที่น้อยที่สุด และไม่ควรต้มนานจนผักเละ โดยลวกแค่ให้ผักพอสลดและสุกเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

ดังนั้นเราพอจะสรุปได้ว่าสุกี้เป็นอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย จึงเป็นเมนูที่คนรักสุขภาพ หรือต้องการลดน้ำหนักน่าจะไม่ควรมองข้ามอีกเมนูหนึ่ง เพราะมีประโยชน์และดีต่อสุขภาพไม่น้อยไปกว่าเมนูอื่น ๆ อีกทั้งรสชาติก็ยังถูกปากคนไทย สามารถหาซื้อมารับประทานหรือทำเองก็สะดวก เรียกว่าอร่อยทั้งรสชาติ และเพลิดเพลินได้ทั้งครอบครัวกันเลยทีเดียว

ที่มา :

  1. https://th.openrice.com/th
  2. https://hd.co.th/is-suki-healthy

บทความน่าสนใจ :

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

ammy

app info
get app banner