วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์ ต้องเลือกอย่างไรถึงจะดีและวิธีการเตรียมเอกสาร

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์ ต้องเลือกอย่างไรถึงจะดีและวิธีการเตรียมเอกสาร

"ฉันจะเลือกโรงพยาบาลแบบไหนดี" รัฐหรือเอกชน แล้ววิธีเลือกจะเลือกจากอะไร วันนี้มีคำตอบ ขอนำ วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์ มาฝากเหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กันค่ะ

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์ ต้องเลือกอย่างไรถึงจะดีและวิธีการเตรียมเอกสาร

 

การเลือกโรงพยาบาลก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เหล่าคุณแม่มือใหม่มักจะกังวลใจ “ฉันจะเลือกโรงพยาบาลแบบไหนดี” รัฐหรือเอกชน แล้ววิธีเลือกจะเลือกจากอะไร วันนี้ TheAsianparent Thailand มีคำตอบ ขอนำ วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์ รวมถึงวิธีการเตรียมเอกสารมาฝากเหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กันค่ะ

 

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์

 

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์

วิธีเลือกรพ.ก่อนฝากครรภ์

 

  • คำนวนค่าใช้จ่าย
  • ระยะทางจากที่อยู่อาศัยไปยังโรงพยาบาล
  • ความน่าเชื่อถือ
  • โรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษาของคุณแม่
  • ความสะดวกสบาย

 

โรงพยาบาล ที่มีชื่อเสียงในทางที่ดีจะมีผลต่อ ความน่าเชื่อถือ บอกถึงเครื่องมือทางการแพทย์ การดูแลรักษา การให้บริการ และนโยบายของโรงพยาบาล ซึ่งทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนหลายแห่งก็จะมีคุณหมอที่เก่ง ๆ อยู่แล้ว แต่การเลือกโรงพยาบาลอาจจะมีข้อแตกต่างกัน เช่น โรงพยาบาลรัฐอาจจะต้องรอนาน แต่ค่าใช้จ่ายถูก โรงพยาบาลเอกชนให้บริการดี แต่ค่าใช้จ่ายสูง คุณแม่สามารถพิจารณาเลือกได้ตามความพอใจ หรืออีกหนึ่งวิธีในการตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลคือ การสอบถามจากเพื่อนหรือครอบครัวที่มีประสบการณ์ใช้บริการโรงพยาบาลนั้น ๆ ว่า การให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เป็นอย่างไร

 

ถ้าจะถามว่า ฝากครรภ์ที่ไหนที่ดีที่สุด แนะนำว่าให้คุณแม่ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลที่ใกล้และสะดวกที่สุด อาจจะเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน หรือใกล้ที่ทำงาน เพราะถ้าหากว่ามีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น จะได้ไปโรงพยาบาลได้สะดวกและรวดเร็วที่สุด และหากเป็นสถานพยาบาลที่คุณแม่มีประวัติการรักษาโรคประจำตัวมาก่อนยิ่งดีใหญ่ เพราะคุณหมอจะมีประวัติว่าคุณแม่เคยเป็นโรคอะไร ใช้ยาอะไร และจะมีผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์หรือไม่ ส่วนคุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์มาก่อนแล้วอาจจะฝากครรภ์กับคุณหมอสูติที่คุ้นเคยก็ได้

 

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์

วิธีเลือกโรงพยาบาลก่อนฝากครรภ์

สำหรับการฝากครรภ์นั้น คุณแม่จะเลือกโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชน ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละท่าน แต่โดยรวมแล้วขีดความสามารถของโรงพยาบาลรัฐกับเอกชนก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่

 

แต่สิ่งที่จะแตกต่างกันบ้างก็คือ การฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐอาจทำให้คุณแม่ต้องรอตรวจนานกว่าปกติ เนื่องจากมีผู้ไปรับบริการเป็นจำนวนมาก คุณหมอที่ตรวจก็อาจจะผลัดเปลี่ยนกันไป ไม่ใช่หมอคุณคนเดิม แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะประวัติการตรวจรักษาในแต่ละครั้งได้ถูกจดบันทึกไว้อย่างละเอียดแล้ว ส่วนข้อดีของการฝากครรภ์ในโรงพยาบาลของรัฐก็คือ จะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงมากนัก

 

สำหรับบางคุณแม่ที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย การไปตรวจหรือฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านก็เป็นทางเลือกที่ดี สามารถพบกับคุณหมอคนเดิมทุกครั้ง เพียงแต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งคุณแม่ก็ต้องเลือกระหว่างการเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย หรือจะประหยัดค่าใช้จ่าย แต่อาจจะต้องใช้เวลารอคิวนานหน่อย เพื่อไปตรวจหรือไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐ

 

ค่าใช้จ่ายฝากครรภ์ครั้งแรกโดยประมาณ

 

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์

วิธี เลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์

 

โรงพยาบาลรัฐ

  • ค่าฝากครรภ์ครั้งแรก ประมาณ 1,500 บาท
  • ค่าตรวจครรภ์ ครั้งละประมาณ 100 – 300 บาท
  • ค่ายาตลอดช่วงตั้งครรภ์ ประมาณ 1,000 บาท
  • ค่าตรวจอัลตราซาวนด์ ประมาณครั้งละ 500 บาท
  • ค่าวัคซีน ประมาณ 200 บาท

โรงพยาบาลเอกชน

ส่วนมากแล้ว สำหรับโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่ ค่าใช้จ่ายจะรวมอยู่ในแพ็คเกจคลอดอยู่แล้ว ซึ่งก็จะครอบคลุมการตรวจทั้งหมด และสามารถแบ่งชำระเป็นงวดได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโรงพยาบาล ในส่วนของค่าใช้จ่ายแบบแพ็คเกจเหมาคลอดนั้น ก็จะเริ่มต้นที่ประมาณ 10,000 – 35,000 บาท

(ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณเท่านั้น และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษอื่น ๆ ในกรณีที่คุณแม่มีภาวะเสี่ยงต่าง ๆ)

 

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์

การฝากครรภ์

เอกสารที่ต้องนำไป

  • บัตรประชาชน เผื่อไว้สำหรับทำประวัติที่โรงพยาบาล
  • ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา การคลอดลูก โรคประจำตัว
  • ข้อมูลการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย

 

หลังจากที่คุณหมอทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายของคุณแม่อย่างละเอียดแล้ว ผลการตรวจก็จะถูกบันทึกลงในสมุดฝากครรภ์ หรือใบฝากครรภ์ ซึ่งคุณแม่ควรนำบัตรนี้ติดตัวไปด้วยเสมอ เมื่อต้องเดินทางไปไหนมาไหน แล้วเกิดภาวะฉุกเฉิน คุณหมอจะได้ดูแลรักษาได้ถูกต้อง ตามข้อมูลที่บันทึกไว้ในสมุดฝากครรภ์

 

วิธีเลือก รพ. ก่อนฝากครรภ์

ฝากครรภ์

สิทธิที่จะได้รับจากประกันสังคม

  • ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้ง
  • เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (คิดจากฐานค่าจ้างที่นำส่งประกันสังคม ฐานสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท)
  • สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน

 

The Asianparent Thailand เพื่อลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ช่วงไตรมาสแรกมาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น The Asianparent  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกินโดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

 

Source : 1

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คลอดลูกใช้สิทธิไหนดี ประกันสังคม vs บัตรทอง สิทธิไหนฟรีไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

รวมแพคเกจคลอด ปี 2563 ค่าคลอดเหมาจ่าย คลอดเอง-ผ่าคลอด รพ. ในกรุงเทพ

เตรียมพร้อมก่อนคลอด เมื่อคลอดธรรมชาติ แม่ๆ ต้องเตรียมตัวยังไง?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

iampear

app info
get app banner