ลูกเป็นหวัดง่าย เพราะ ขาดวิตามินซี ยี้ผักผลไม้

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เมืองไทยเราอากาศค่อนข้างแปรปรวน วันนึงมีครบ 3 ฤดู ร้อน ฝน หนาว ส่งผลให้หนูน้อยพลอยเป็นหวัดจามฟิดๆ น้ำมูกไหลฟึดฟัดทั้งวัน เจ้าตัวเล็กบ้านไหนอยู่ในวัยอนุบาล ก็ต้องหยุดเรียนเพราะกลัวจะพาเอาหวัดไปติดเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งเป็นสิ่งกีดขวางพัฒนาการที่ดีของลูกน้อย อันเป็นผลต่อเนื่องของการ “ขาดวิตามินซี”

ปัจจุบันเด็กไทยเสี่ยงเป็นโรค ขาดวิตามินซี เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ตามใจเรื่องการกินอาหารตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อลูกไม่ยอมกินผัก ไม่ชอบผลไม้ กินอะไรก็ยากเย็น พอบังคับหนักเข้าก็ร้องไห้จ้า พาลไม่กินข้าวกินปลาไปอีก พ่อแม่จึงปล่อยเลยตามเลย ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะคะ เพราะการ ขาดวิตามินซี มีผลข้างเคียงทำให้เด็กๆ เป็นหวัดง่าย แถมเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดเปราะบางอีกต่างหาก

วิตามินซี คืออะไร? ป้องกันโรคหวัดได้จริงหรือ?

ขาดวิตามินซี

 

วิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอสคอร์บิค (ascorbic acid) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำได้ดี ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องรับวิตามินซีผ่านสารอาหาร ร่างกายจะนำวิตามินซีที่ได้รับจากการรับประทานผักสด และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อาทิ สตรอว์เบอร์รี แอปเปิ้ลเขียว กล้วย ส้ม ฝรั่ง สับปะรด บรอกโคลี พริกหวาน ฯลฯ ไปใช้ซ่อมแซมและสร้างเสริมเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยให้แผลต่างๆ หายไวขึ้น เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะแตกง่าย ห่างไกลจากโรค เลือดออกตามไรฟัน วิตามินซียังมีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ (antioxidant) ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้เด็กๆ ที่ได้รับวิตามินซีเป็นประจำ จะมีภูมิต้านทานโรคหวัดสูงกว่าเด็กที่ ขาดวิตามินซี ค่ะ

 

ขาดวิตามินซี

 

ร่างกายลูกต้องการ วิตามินซี มากแค่ไหน?

ร่างกายเด็กกับผู้ใหญ่ดูดซึมวิตามินซีไปใช้ได้ไม่เท่ากัน การทานวิตามินซีมากเกินความต้องการของร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาเจียนได้ คุณแม่ควรให้เด็กๆ รับประทานวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะกับช่วงวัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ

ช่วงอายุ 6-12 เดือน (ทารก) มีความต้องการวิตามินซี 35 มก./วัน

ช่วงอายุ 1-8 ปี มีความต้องการวิตามินซี 40 มก./วัน

ช่วงอายุ 9-12 ปี มีความต้องการวิตามินซี 45 มก./วัน

ช่วงอายุ 13-15 ปี (เพศหญิง) มีความต้องการวิตามินซี 65 มก./วัน

ช่วงอายุ 13-15 ปี (เพศชาย) มีความต้องการวิตามินซี 75 มก./วัน

ช่วงอายุ 16 ปีขึ้นไป (เพศหญิง) มีความต้องการวิตามินซี 75 มก./วัน

ช่วงอายุ 16 ปีขึ้นไป (เพศชาย) มีความต้องการวิตามินซี 90 มก./วัน

 

ทานวิตามินซีอย่างไรให้ได้ประโยชน์เต็มๆ

ข้อแนะนำในการทานวิตามินซี คือไม่ควรทานตอนท้องว่าง เพราะวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรด อาจทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้ การทานวิตามินซีให้ได้ประโยชน์เต็มๆ นั้น ควรทานพร้อมอาหารหรือหลังมื้ออาหาร โดยแบ่งทานเป็น 2 หรือ 3 ครั้งต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดี และมีประสิทธิภาพมากกว่าการทานทีละเยอะๆ ในครั้งเดียว

ขาดวิตามินซี

 

ทำไงดี เมื่อลูกยี้ผักผลไม้ คล้ายจะขาดวิตามินซี?

เป็นเรื่องชวนปวดหัวอยู่ไม่น้อยสำหรับการรับมือกับเด็กๆ ที่ส่ายหน้ารัวๆ เมื่อเจอผักผลไม้ ทำให้คุณแม่จำนวนมากกังวลว่าลูกรักจะเป็นโรคขาดวิตามินซี ป่วยง่าย ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ปัจจุบัน มีวิตามินซีหลากหลายรูปแบบให้เลือกทาน ทั้งแบบ เครื่องดื่มรสผลไม้ แบบเคี้ยว เม็ดอม เม็ดฟู่ แคปซูล ฯลฯ แต่กับเจ้าตัวเล็กที่ปฏิเสธการทานผลไม้สด เขี่ยผักออกจากจานข้าวเป็นประจำ น่าจะถูกอกถูกใจกับวิตามินซีที่มาในรูปแบบของน้ำผลไม้มากกว่าวิตามินซีเสริมชนิดอื่นๆ

ขาดวิตามินซี05

คุณแม่อาจให้หนูน้อยดื่ม C-vitt เครื่องดื่มวิตามินซี 200% ที่มีรสชาติอร่อย ดื่มง่าย พร้อมมื้อเช้า หรือระหว่างมื้อเย็นหลังเหน็ดเหนื่อยกับกิจกรรมต่างๆ มีให้เลือกอร่อย 3 รสชาติ คือ ออเร้นจ์ ทับทิม และเลมอน ดื่มได้ตลอด 7 วัน แถมยังหาซื้อง่ายในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน อาทิ 7-Eleven, แฟมิลีมาร์ท ฯลฯ อย่าลืมดูแลตัวเองและคนที่เรารักนะคะ

 

ติดตามประโยชน์สาระวิตามินซีได้ทาง www.facebook.com/Cvitt.vitaminC

บำรุงร่างกายด้วย วิตามินซี ตัวช่วยดีๆ เพื่อลูกรักในครรภ์

 

ข้อมูลอ้างอิง :
ตารางปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ.2546 กองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข
http://www.thailandherbstore.com
http://www.foodnetworksolution.com
www.amarinbabyandkids.com

การเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยรุ่น การเลี้ยงดูเด็กวัยรุ่น การเลี้ยงดูเด็กวัยเตาะแตะ ความปลอดภัย ความปลอดภัยของเด็ก ช่วงวัยของเด็ก รีวิวสินค้าของเด็กก่อนวัยเรียน สุขภาพ อาการป่วย อาหารเสริม เด็กวัยเรียน โภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียน โภชนาการของเด็กวัยเรียน โภชนาการสำหรับครอบครัว โรงเรียนพ่อแม่ ไอ,​ไข้หวัด