ภาวะรกเสื่อม 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 66

ภาวะรกเสื่อม 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 66

ภาวะรกเสื่อม หรือ Placental Insufficiency เป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่ง ของการตั้งครรภ์ เกิดจากรกเจริญเติบโตผิดปกติ หรือได้รับความเสียหาย ซึ่งรกเป็นอวัยวะ ที่เชื่อมต่อระหว่างผู้เป็นแม่ กับทารกในครรภ์ โดยตัวรก จะมีหน้าที่หลักในการนำออกซิเจน และสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดของทารก และกำจัดของเสียออกไป ผ่านร่างกายมารดา หากเกิดภาวะรกเสื่อม ทารกในครรภ์ ก็จะได้รับออกซิเจน และสารอาหารที่ถูกส่งผ่านมาทางรกลดน้อยลง จนอาจทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อยขณะคลอด หรืออาจทำให้คลอดยากขึ้นได้ โดยหากตรวจพบภาวะนี้เร็ว และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม  และทันท่วงที ก็จะเป็นผลดีต่อทั้งสุขภาพของมารดา และทารกในครรภ์

ภาวะรกเสื่อม 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 66

อาการที่บ่งบอกว่าเสี่ยงเป็นโรคนี้

โดยส่วนใหญ่แล้ว Placental Insufficiency หรือ ภาวะรกเสื่อม มักไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติใด ๆ กับตัวของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ แต่บางกรณีผู้ป่วยอาจพบว่าทารกในครรภ์ มีการเคลื่อนไหวน้อยลง หรือมดลูกอาจมีขนาดเล็กกว่าปกติซึ่งหากทารกในครรภ์ไม่เจริญเติบโตอย่างสมวัย นอกจากนี้ ภาวะรกเสื่อม อาจทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด หรืออาจมีอาการเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนด ร่วมกับภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดได้

สาเหตุของ Placental Insufficiency

Placental Insufficiency เป็นภาวะที่มีความเกี่ยวข้อง กับปัญหาการไหลเวียนเลือด ซึ่งความผิดปกติที่เกี่ยวกับเลือด หลอดเลือด ยาบางชนิด รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง ความดันโลหิตสูงแบบเรื้อรัง ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด รกยึดติดกับผนังมดลูกไม่แน่นพอ ยาบางชนิดโดยเฉพาะยาเจือจางเลือด การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด เป็นต้น

นอกจากนี้ ปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวไปอาจทำให้รกมีความผิดปกติอย่างอื่นได้อีก  เช่น รกมีรูปร่างผิดปกติ รกมีขนาดเล็กเกินไป เป็นต้น

มีวิธีตรวจภาวะรกเสื่อมหรือไม่

แพทย์จะวินิจฉัย ภาวะรกเสื่อม จากการสอบถามประวัติ เช่น โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ การตรวจร่างกาย ตรวจครรภ์ เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารก และพบว่า ขนาดของครรภ์เล็กกว่าที่ควรจะเป็นในอายุครรภ์ขณะนั้น หรือการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) พบว่า ทารกตัวเล็กกว่าขนาดที่ควรจะเป็น ทารกไม่โตขึ้น ปริมาณน้ำคร่ำน้อยกว่าปกติ

สาเหตุที่ทำให้รกเสื่อม

ภาวะรกเสื่อม เกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

1.เสื่อมตามกาลเวลา

รกนั้นจะมีอายุขัยของมันประมาณ 10 เดือน ดังนั้น เมื่อถึงกำหนดคลอดแล้วคุณแม่ยังไม่คลอด รกจะเริ่มเสื่อมลง จึงไม่สามารถส่งอาหารไปเลี้ยงทารกต่อไปได้

2.การเจ็บป่วยของแม่

อาการเจ็บป่วยของแม่ ย่อมทำให้รกทำงานได้ไม่ดี เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด รวมทั้งคุณแม่ที่มีรกผิดปกติ ก็จะทำให้รกทำงานผิดปกติไปด้วย เช่น มีเนื้องอกที่รกหรือมีหินปูนเกาะที่รก รกรอกตัวบางส่วน เป็นต้น

3.การใช้สารเสพติด

คุณแม่ที่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และใช้ยาเสพติดย่อมส่งผล ทำให้รกเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติได้ และยังอันตรายมากอีกด้วย

ภาวะรกเสื่อม 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 66

                บางรายมีอาการเตือนล่วงหน้า เช่น ขนาดมดลูกไม่โตตามอายุครรภ์ น้ำคร่ำน้อยในบางราย ก็อาจจะเกิดแบบเฉียบพลัน โดยไม่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ ในกรณีทารกเสียชีวิตแล้ว มักจะให้คลอดธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด ที่มีความเสี่ยงมากกว่าและไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ

การวินิจฉัย Placental Insufficiency

ในเบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถตรวจความผิดปกติได้ด้วยตนเอง โดยอาจใช้วิธีจดบันทึก เมื่อทารกในครรภ์ดิ้น หรือขยับตัวในแต่ละวัน หากพบความผิดปกติควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ

ทั้งนี้ แพทย์สามารถวินิจฉัย Placental Insufficiency ได้หลายวิธี เช่น

  • อัลตราซาวด์ เพื่อดูขนาดของรกหรือทารกในครรภ์มารดา
  • ตรวจเลือดของมารดา เพื่อวัดระดับ แอลฟาฟีโตโปรตีน ที่สร้างจากตับของทารก
  • ตรวจสุขภาพทารกแบบ Fetal NST (Non-Stress Test) ซึ่งเป็นการสวมเข็มขัด 2 เส้นไว้ที่หน้าท้องของมารดาเพื่อวัดการบีบตัว และอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์

ภาวะรกเสื่อม 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 66

วิธีป้องกันภาวะรกเสื่อม

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะรกเสื่อม คุณแม่ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

1.รักษาโรคประจำตัว

หากคุณมีโรคประจำตัวแต่ต้องการมีบุตร ควรรักษาโรคให้หายขาดเสียก่อนจะเป็นการป้องกันภาวะรกเสื่อมที่ดีที่สุด และควรแจ้งให้แพทย์ที่รับฝากครรภ์ทราบ เพื่อควบคุมไม่ให้โรคกำเริบขึ้นมาอีกขณะตั้งครรภ์นั่นเอง

2.ลด ละ เลิก แอลกฮอล์และสารเสพติด

การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และใช้ยาเสพติดไม่ส่งผลดีต่อคุณแม่ โดยเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งสารเสพติดส่งผลทำให้เกิดรกเสื่อม ดังนั้นทางที่ดี ควรเลิกสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก่อนคิดจะมีลูก

3.สังเกตความผิดปกติ

ในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรดูแลตัวเอง โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นสังเกตความผิดปกติ ด้วยการนับการดิ้นของลูก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจเกิดรกเสื่อม โดยถ้าลูกน้อยดิ้นน้อยกว่าวันละ 10 ครั้งควรไปพบแพทย์ด่วน

4.ตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อคุณแม่ทราบว่าตั้งท้อง ควรรีบไปฝากครรภ์ และมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ซึ่งแพทย์จะคอยดูแลให้คลอดภายในกำหนด โดยไม่ควรมีอายุครรภ์เกิน 41 สัปดาห์ เพื่อช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดรกเสื่อมได้

ที่มา :

  1. http://motherandchild.in.th/content/view/67/
  2. https://www.pobpad.com/A1-placental-insufficiency
  3. https://konthong.com/articles/placental-insufficiency

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

ammy

app info
get app banner