พัฒนาการทางภาษา เด็กวัย 5 เดือน ลูกมีการพัฒนาแต่ละด้านอย่างไร

พัฒนาการทางภาษา เด็กวัย 5 เดือน ลูกมีการพัฒนาแต่ละด้านอย่างไร

เด็กวัย 5 เดือน เริ่มเติบโตเรื่อย ๆ แต่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะสงสัย ว่าจะสามารถสังเกตพัฒนาการ ของ เด็กวัย 5 เดือน ในแต่ละด้านได้อย่างไร เรามาดูกันเลยค่ะ

 

ร่างกายลูกน้อยเจริญเติบโตแค่ไหนแล้ว..

มีการใช้กล้ามเนื้อมากขึ้น อาจจะมีการนั่งตรงได้นานขึ้น หรือบางคนอาจจะนั่งตรงโดยไม่ต้องคอยจับได้บ้างเล็กน้อย และบางคนอาจจะพลิกคว้ำได้เองแล้ว และในวัยนี้อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษเพราะอาจจะกลิ้งตกลงมาทำให้เจ็บตัวได้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยไว้บนที่สูง ในวัยนี้ลูกน้อยอาจจะถือขวดนมกินเองได้บ้าง ใช้มือดึงสิ่งของเข้าหาตัว หรือเคลื่อนย้ายส่งของด้วยมือของตัวเอง

 

ของเล่นเสริมพัฒนาการ 

แนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่า ควรมีของเล่นที่เป็นห่วงเขย่า ให้น้องจับได้ ของเล่นยางกัด หรือกระจกเด็กเล่น เพราะช่วงนี้ลูกน้อยจะหยิบจับของเล่นเป็นพิเศษ

 

การกินที่เปลี่ยนไป

เด็กวัย 5 เดือน

เด็กวัย 5 เดือน

การกินของลูกน้อยเปลี่ยนจากการดูดนมจากเต้า หรือนมผง อาจจะเปลี่ยนการกินเป็นดื่มทั้งนมผงและกินอาหารเด็กร่วมด้วย

 

พ่อแม่ควรให้ลูกน้อยกินอาหารเด็กแบบไหนดี ? 

หากคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจให้ลูกกินอาหารเด็กแล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้กินเป็น ข้าว ธัญพืช หรือผลไม้ ให้กินปริมาณ 1 ออนซ์ หากลูกชอบกินอาหารค่อยเพิ่มปริมาณขึ้น โดยให้เด็กกินอาหารเด็กแค่ 1 มื้อต่อวัน

 

ลูกน้อยนอนเยอะขึ้นบ้างไหม ? 

เด็กวัย 5 เดือน

เด็กวัย 5 เดือน

ในวัยนี้เด็กอาจจะนอนวันละ 15 ชั่วโมง แบ่งเป็นตอนกลางคืน 10 ชั่วโมง และกลางวันแบ่งเป็นช่วง ๆ 5 ชั่วโมง แต่การนอนของเด็กก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการนอนของเด็กด้วย

 

การมองเห็น 

ลูกจะไม่มีอาการตาเหล่แล้ว สามารถมองเห็นได้ดีขึ้น และแยกแยะระยะของวัตถุที่แตกต่างกันได้ และเด็กวัยนี้จะชอบสีของแม่สีหลัก ๆ เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง และจะแยกแยะความแตกต่างของระดับสีเดียวกันได้ดีขึ้น

 

ลูกน้อยสื่อสารแบบไหน 

ลูกสามารถทำเสียงอ้อแอ้ที่คล้ายเสียงพูดมากขึ้น เริ่มออกเสียงคำสั้น ๆ ออกเสียงสระต่าง ๆ เช่นพยัญชนะ ม หรือ บ ลูกมักจ้องปากคนพูด และสามารถรับรู้ถึงเสียงต่าง ๆ ของสภาพแวดล้อมภายนอก ไม่ว่าจะเป็น เสียงสุนัขเห่า เสียงรถยนต์ และในช่วงวัยนี้จะหันหาเมื่อมีคนเรียกชื่อและพูดคำสั่งง่าย ๆ กับเด็กได้อีกด้วย

 

เทคนิคการส่งเสริมพัฒนาการลูก 

  • ยิ้มแย้มพูดโต้ตอบกับลูก เรียกชื่อลูก เพื่อให้ลูกตอบสนอง
  • จับลูกนั่งพิงบ่อย ๆ
  • ให้ลองยืนจับ จนกว่าลูกจะย่อตัวลงเอง
  • พูดถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่ หรือสิ่งที่ลูกชอบ

 

อารมณ์ของลูกน้อยเป็นอย่างไร 

เด็กวัย 5 เดือน

เด็ก

ลูกจะแสดงความกังวล ความกลัว โกรธ แยกแยะความแตกต่างระหว่างเงาตัวเองในกระจก ยิ้มและส่งเสียงให้เงาในกระจก รู้สึกตื่นเต้นเมื่อมีคนเข้ามาในห้อง แสดงกิริยาต่อต้านได้ เมื่อมีคนหยิบของเล่นไป

 

ท่าทางบ่งบอกพัฒนาการของลูก 

  • แสงสีหน้า อารมณ์ และท่าทาง เช่น ดีใจ เสียใจ ขัดใจ
  • เลียนแบบการเคลื่อนไหว หรือขยับปากตามได้
  • จำหน้าพ่อแม่ได้แล้ว มองหน้ายิ้มและหัวเราะเสียงดัง
  • ชูแขนเรียกให้คุณพ่อคุณแม่มาอุ้ม
  • หันตามเสียงเรียกชื่อ ส่งเสียงสูง ต่ำ
  • คว้าของมือเดียว สลับมือถือของ เคลื่อนสิ่งของ
  • จับของเขย่า เอาสิ่งของเข้าปาก
  • ตาสามารถมองเห็นทุกระยะ สามารถมองสีเกือบเท่าผู้ใหญ่
  • สามารถมองโฟกัสวัตถุได้
  • นั่งพิงเบาะเองได้ 20-30 วินาที
  • เริ่มพลิกคว่ำ พลิกหงายได้เอง เครียมคลาน

 

การดูแลทารก 5 เดือน 

  • เปิดเพลงให้เด็กฟัง เนื่องจากวัยเด็กเป็นวัยที่ชอบเสียงเพลง โดยเด็กอาจตอบสนองด้วยการยิ้ม ปรบมือ หรือพยายามออกเสียงตามไปด้วย
  • เด็กในวัยนี้อาจตั้งใจมองที่ปากของผู้พูด รวมถึงอีกไม่นานเด็กอาจพยายามเลียนแบบวิธีการพูดของผู้ปกครองด้วย ดังนั้น จึงควรพูดโต้ตอบกับเด็ก เพราะอาจช่วยให้เด็กฝึกพูดได้
  • ให้เด็กเล่นของเล่นง่าย ๆ อย่างบล็อกตัวต่อแบบนิ่ม หรือเครื่องดนตรีแบบเขย่า และเมื่อให้ของแต่ละชิ้นกับเด็ก ควรบอกชื่อของสิ่งนั้นด้วย เพื่อเป็นการสอนคำศัพท์ให้เด็กอีกทางหนึ่ง
  • เด็กทารกวัย 5 เดือนอาจพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องการมีอยู่ของสิ่งของแล้ว โดยคุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีเล่นจ๊ะเอ๋กับเด็ก หรือซ่อนของบางอย่างและนำออกมาให้เด็กเห็น เพื่อให้เจ้าตัวน้อยเริ่มเรียนรู้ว่าของชิ้นนั้นยังคงมีอยู่แม้ตนเองจะมองไม่เห็นมันก็ตาม
  • เด็กวัยนี้สามารถหยิบจับสิ่งของได้บ้างแล้ว ดังนั้น ควรนำโมบายที่แขวนไว้เหนือเปลเด็กออก เพื่อป้องกันเด็กพยายามคว้าจนอาจเกิดอันตรายตามมาได้ นอกจากนี้ ควรเก็บสิ่งของภายในบ้านให้ไกลมือเด็ก อย่างของมีคม สารเคมี หรือปิดรูปลั๊กไฟให้เรียบร้อย เพราะของบางอย่างภายในบ้านอาจทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กได้

 

theAsianparent Thailand เชื่อว่าการศึกษาที่ดีจะช่วยเสริมสร้างรากฐานที่ดีให้กับเด็ก เป็นการเริ่มต้นสร้างสภาะแวดล้อมในการเรียนรู้ได้อย่างสมวัย และเป็นไปตามที่พ่อแม่ต้องการการเลือกโรงเรียนให้กับลูกคือหัวใจหนึ่งของการศึกษา เพราะการเลือกโรงเรียนตั้งแต่เนอสเซอรี่ การเลือกโรงเรียนอนุบาล เป็นด่านแรกที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกได้ เช่น มีหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรวิชาการที่พอดีกับการเรียนรู้ การใช้ Play Base Learning เพื่อเสริทสร้างพหุปัญญษทั้ง 8 ด้าน หรือ EF ที่ทำให้ลูกได้เรียนรู้ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill อย่างสมดุลย์ เพราะการเรียนรู้ที่ดี สามารถเรียนรู้ได้ต่อเนื่องไม่จำกัด และทำให้เด็กค้นพบตัวตน และมีความสุขกับการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

 

ที่มา : (1),(2)

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : 

พ่อแม่ต้องรู้! เสริมพัฒนาการเด็ก 5 เดือน วิธีเสริมพัฒนาการวัย 5 เดือน

อาหารต้องห้าม ที่เด็กทารกห้ามกิน จะป้อนอะไรให้ลูกต้องระวังให้ดี

7 สิ่งเกี่ยวกับทารก ที่ผู้ปกครองมือใหม่ควรรู้ เกร็ดเกี่ยวกับเด็กทารก

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner