จริงแค่ไหน ท้องลูกสาวหน้าใส ท้องลูกชายสิวบุก

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

จริงแค่ไหน ท้องลูกสาวหน้าใส ท้องลูกชายสิวบุก เพศของลูกในท้อง มีผลต่อสภาพหน้าและการเกิดสิวของคุณแม่จริงน่ะเหรอ เพราะอะไรนะ แล้วมีวิธีรักษาสิวแบบปลอดภัยไหมนะ

จริงแค่ไหน ท้องลูกสาวหน้าใส ท้องลูกชายสิวบุก

จริงแค่ไหน ท้องลูกสาวหน้าใส ท้องลูกชายสิวบุก เคยได้ยินกันบ้างไหม กับคำบอกเล่าแบบนี้ แต่ที่จริงแล้ว มันเชื่อถือได้แค่ไหน และจริงหรือไม่นะ

สิวกับเพศลูก

สั้นๆ คือ สิวบนใบหน้าของคุณแม่ ไม่สามารถบ่งบอกถึงเพศลูกได้ค่ะ เนื่องจากไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่บอกว่าการเกิดสิวบนใบหน้าเกี่ยวข้องใดๆ กับลูกสาวหรือลูกชายในท้อง

ถ้าพูดให้เข้าใจได้ง่าย คือถ้าเกิดไตรมาสแรกคุณแม่หน้าใสมาก แต่ไตรมาสสองคุณแม่สิวบุก และในไตรมาสสุดท้ายคุณแม่กลับมาหน้าใสอีกครั้ง นั่นหมายความว่าเพศของลูกเปลี่ยนไปเหรอ ก็ไม่ค่ะ

ดังนั้นสิวที่เกิดขึ้นบนในหน้าของคุณแม่ จึงไม่เกี่ยวกับเพศของลูกนั่นเอง

สาเหตุของการเกิดสิวตอนท้อง

แม้จะมีคนบอกว่า ช่วงท้องคุณแม่ส่วนใหญ่จะมีผิวที่เปล่งปลั่งสดใส นั่นก็มาจากการที่ฮอร์โมนของคุณแม่ทำงานค่ะ สิวที่เกิดขึ้นตอนท้องนั่นก็เพราะระดับฮอร์โมนของคุณแม่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ระดับของฮอร์โมนโพรเจสทอโรนที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นสาเหตุของการหลั่งน้ำมันบนใบหน้าเพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวได้นั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ

หน้าใส ไตรมาสสองรึเปล่า

ในช่วงไตรมาสที่สองนี้เอง การเกิดสิวของคุณแม่จะลดลง เนื่องจากระดับฮอร์โมนลดลงค่ะ

แต่ถ้าคุณแม่เป็นคนที่มีสิวง่ายและมีปัญหาผิวหน้าอยู่แล้ว หน้าของคุณแม่ก็อาจจะมีสิวเพิ่มขึ้นได้อีกเช่นกันนะคะ

แต่ถ้าปกติหน้าของคุณแม่ไม่ค่อยมีสิวอยู่แล้ว ช่วงนี้หน้าก็จะใส่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ เพราะสิวที่เคยขึ้นก็ไม่ขึ้นแล้ว สิวที่ขึ้นไปแล้วก็กำลังจะหายดีค่ะ

บางทีสิวแม่กับเพศลูก อาจจะเกี่ยวกันบ้างไหม

ถ้าคิดเป็นเปอร์เซนต์ ก็แค่ 50-50 ค่ะ และมันก็ไม่แน่นอนเสมอไป แม้จะมีทฤษฎีที่ดูเหมือนมีตรรกะที่ดีอย่างการบอกว่า ฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนเพศหญิงของลูก จะกระทบกับการเกิดสิวของแม่ แต่นั่นก็ไม่จริงเสมอไป

คุณแม่หลายๆ คนที่คลอดลูกชาย ตอนท้องก็หน้าใสกันทั้งนั้นก็มีค่ะ สำหรับคุณแม่หลายๆ คนที่คลอดลูกสาว ตอนท้องสิวบุกหนักมากก็มีเช่นเกัน

วิธีรักษาสิวแบบไหน “ห้ามทำตอนตั้งครรภ์”

  • รักษาด้วยฮอร์โมน อย่างการใช้ฮอร์โมน เช่น การใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจน แอนตี้แอนโดรเจนส์ ฟลูทาไมด์ และ สไปโรโนแลคโทน
  • การใช้ยาปฏิชีวนะรักษาสิว อย่าง tetracycline, doxycycline,  minocycline เนื่องจากตัวยาจะไปทำให้การเติบโตและสีของกระดูกและฟันเปลี่ยนไป ซึ่งอาจส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อลูกได้ค่ะ
  • การใช้กรดวิตามินเอ หรือ retinoids ในการรักษา เช่น  adapalene (Differin), tazarotene (Tazorac) และ tretinoin (Retin-A) แม้ว่าจะมีการดูดซึมผ่านผิวหนังในปริมาณที่ต่ำ แต่ก็อาจจะทำให้ส่งผลถึงลูกในครรภ์ได้

รักษาสิวตอนตั้งครรภ์แบบนี้ได้ 

  • ล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้งต่อวันก็เพียงพอแล้ว หรือหลังจากเหงื่อออกเยอะๆ ก็พอ
  • ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ด้วยโฟมล้างหน้าที่ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่ขัดหน้า
  • ใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าฝ้ายซับหน้าล้างจากล้างหน้าเสร็จ โดยเป็นการใช้ครั้งเดียวแล้วซัก ห้ามใช้ซ้ำ
  • หลังจากจากหน้าเสร็จแล้ว ให้ลูบหน้าด้วยน้ำอุ่น ซับให้แห้งสนิท แล้วค่อยทามอยซ์เจอไรเซอร์
  • การล้างหน้ามากเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไปจะทำให้น้ำมันตามธรรมชาติหายไปด้วย
  • หากคุณแม่มีผมมัน ให้สระผมทุกวัน แต่ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีน้ำมันในบริเวณผมที่สัมผัสผิวหน้า
  • เปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ
  • ไม่เอามือมาโดนหน้า เนื่องจากมือจะมีแบคทีเรีย
  • ใช้สมอลท็อล์คแทนการใช้มือถือแนบหู

ที่มา pregnant และ WebMD

บทความที่น่าสนใจ

เครียดไปอี๊ก ท้องแล้วหน้าพังสิวบุก ทำไงดี

รักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ ช่วงให้นมแม่

parenttown

การตั้งครรภ์ สุขภาพของแม่ท้อง เตรียมตัวเป็นแม่