ทำความรู้จักวิธีเลี้ยงลูกในยุค เจน อัลฟ่า (Gen Alpha)

lead image

การเลี้ยงลูกในยุคสมัยนี้แตกต่างจากในสมัยก่อนมาก ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิต ดังนั้น พ่อแม่ในยุคนี้ต้องยอมรับว่า เราไม่อาจเลี้ยงลูกในแบบเดียวกับที่เคยถูกพ่อแม่เลี้ยงมาในอดีตได้อีกต่อไป เพราะคนในแต่ละยุคนั้นมีบุคลิกภาพแตกต่างตามสมัย มาดูกันว่า ยุคเจนอัลฟ่า (Gen Alpha) เป็นอย่างไร และพ่อแม่ต้องพร้อมรับมืออย่างไรบ้างในการเลี้ยงลูก ติดตามอ่านค่ะ

เข้าใจความแตกต่างในแต่ละยุคสมัย

รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล  สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความแตกต่างของกลุ่มคนในแต่ละยุคสมัย ดังนี้

1. ยุค Baby Bommers เบบี้บูมเมอร์  คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง ปีพ.ศ. 2489-2507  อายุประมาณ 40-60 ปี เป็นคนมีแบบแผน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว มีความอดทนแม้ความสำเร็จจะใช้เวลานาน

2. ยุค Generation X เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง ปีพ.ศ. 2508-2519 เป็นกลุ่มที่มีอายุประมาณ 30-40 ปี วัยทำงาน ไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเท่ารุ่นก่อน ไม่ชอบการผูกมัด เปลี่ยนอาชีพบ่อย ไม่ต้องการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มักต้องใช้ชีวิตตามเส้นทางที่รุ่นพ่อวางไว้ให้

3. ยุค Generation Y เจเนอเรชั่นวาย คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2520-2537 อายุช่วง 20 ปลายๆ ถึง 30 ปลาย เป็นกลุ่มที่โตมาพร้อม ๆ กับเทคโนโลยี จึงรับข้อมูลข่าวสารจากหลายด้าน กล้าแสดงออก และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความเชื่อว่าจะสำเร็จได้ต้องทำงานหนัก หากต้องเลือกจะเลือกงาน ทำให้แต่งงานช้า รักอิสระ ไม่ชอบอยู่ในกรอบและไม่ชอบการวางเงื่อนไข มีความเชื่อในศักยภาพตนเอง

4. ยุค Generation Z เจเนอเรชั่นซีเกิดประมาณ คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2538-2552  และโตมาในยุคเทคโนโลยีและโซเซียลเน็ตเวิร์ค จึงเปิดรับข้อมูลหลากหลายผ่านสื่อดิจิตอล มีทางเลือกเยอะ มีแนวทางอิสระเป็นของตัวเองชัดเจน เริ่มเรียนเร็วขึ้นและนานขึ้นกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วยความสนใจเรื่องรอบตัวในหลากมิติ ทั้งเรื่องศิลปะ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และสังคม จึงทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกันและโลกแข่งขันทุกอย่าง

5. ยุค Generation Alpha เจเนอเรชั่นอัลฟ่า  คือ กลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ.2553 เป็นต้นไป เป็นรุ่นลูกของ Gen Y และ Z วัยนี้กำลังเป็นเด็กอนุบาลที่เกิดจากพ่อแม่ที่มีอายุมาก มีลูกน้อย มีเงินทองที่ไม่ต้องดิ้นรนมากเท่ารุ่นอื่น จับอุปกรณ์ดิจิตอล สัมผัสเทคโนโลยีตั้งแต่เกิด เรียนกันมาก นานและหลากหลาย อยู่กับสังคมทุนนิยม มีแนวโน้มเป็นคนวัตถุนิยม คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง เบื่อง่ายและความอดทนต่ำ นิยมความรวดเร็วทันใจ จึงมองหาสูตรความสำเร็จที่จะทำให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

ได้เห็นความแตกต่างของกลุ่มคนในแต่ละยุคแล้วนะคะ  สะท้อนให้เห็นแนวทางในการเลี้ยงลูกที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

 ติดตามอ่าน พ่อแม่พร้อมรับมือเลี้ยงลูกอย่างไรในยุคเจน อัลฟ่า (Gen Alpha)  คลิก

พ่อแม่พร้อมรับมือเลี้ยงลูกอย่างไรในยุคเจน อัลฟ่า(Gen Alpha)  

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี จากสถาบันแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายเพิ่มเติมเี่ยวกับเจเนอเร   ชั่นอัลฟ่าว่า  “เขารู้จักแต่สังคมที่มีเทคโนโลยี เกิดมาก็มีแต่การแข่งขันกัน จนมีคนนิยามให้เด็กยุคนี้ว่า The Ipad Generation ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเรากำลังเปลี่ยนไปในแนวของดิจิตอลเวิลด์และเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่เปิดรับสื่อ เรามีตัวอย่างที่บางบ้าน พ่อแม่ตั้งกฎไว้ว่า ถ้าลูกอายุน้อยกว่า 18 ปี ไม่ให้ดูทีวี แล้วเอาโทรศัพท์ที่ใช้ข้างนอก พอก้าวเข้าบ้านปุ๊บ เอาโทรศัพท์มากองไว้ที่ศูนย์กลาง แต่ก็ไม่ได้เป็นกลไกในการป้องกันเลย สุดท้ายก็ตกเป็นเครื่องมือ มีปัญหาเพราะรู้ไม่เท่าทัน อ่อนต่อโลกไป”

แนวทางการเลี้ยงเด็กยุคใหม่ เจนอัลฟ่า (Gen Alpha)  

รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ให้คำแนะนำว่า  ควรใช้แนวคิดเลี้ยงลูกแบบบันไดสามขั้น คือ 1. รับฟังความคิดความรู้สึกของเด็ก 2. สะท้อนความรู้สึกของเราเอง 3. ให้โจทย์ปัญหาแก่ลูกได้ลองคิด และแก้ไขจากมุมของตัวเด็กเอง  โดยการติดอาวุธทางปัญญาให้กับเด็ก  ต้องสอนให้ลูกมีความรู้เท่าทัน พ่อแม่ควรปรับแนวทางการเลี้ยงลูก ดังนี้

1. เป็นนักคิดสร้างสรรค์ เพิ่มศักยภาพใหม่ ๆ ให้กับลูก การสอนให้เด็กคิดและวิเคราะห์นั้นเริ่มได้ง่าย ๆ จากการชวนกันตั้งคำถาม ข้อสังเกต ให้เด็กรู้จักวิธีแก้ปัญหา การคิดอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรอง คือ ฝึกให้ลูกคิดว่าเรื่องที่ได้ฟัง ได้เห็น ได้รู้นั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ สมควรเชื่อถือหรือไม่ สามารถพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดจากทุกด้านมารวบรวมแล้วตัดสินใจว่าสุดท้ายเป็นอย่างไร

2. เพิ่มเติมความรู้ในโลกความเป็นจริง แทนความเพ้อฝัน คิดในสิ่งที่เป็นไปได้  พ่อแม่ต้องสื่อสารกับลูกด้วยเหตุผล  ฝึกลูกให้คิดเป็นจะรู้เท่าทันในทุกเรื่อง และสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย รู้จักคิด ตัดสินใจ วางแผน และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รู้เท่าทันคน

3. ส่งเสริมสภาพอารมณ์ สังคม จิตสำนึก  คุณธรรม  จริยธรรม  สิ่งสำคัญพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็น  ใช้วิธีการสอนด้วยความรักและสัมพันธภาพที่ดี  เด็กจะค่อย ๆ ซึมซับเอาแบบอย่างที่ดีนั้นมาปฏิบัติตามจนเกิดเป็นนิสัยเพาะบ่มความดีงามในจิตวิญญาณให้กับลูก

4. พ่อแม่ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยการเปิดใจรับฟังลูก โดยพ่อแม่สามารถสังเกต ทัศนคติ มุมมอง ความคิดของลูกได้ และใช้วิธีการพูดคุย แลกเปลี่ยน สั่งสอน ปลูกฝังสิ่งที่ดีต่างๆ ลงไป เพื่อเด็กจะได้เกิดวิธีคิดที่ดีและถูกต้อง รู้จักการเสียสละ รู้จักการแบ่งบัน เป็นครอบครัวแห่งประชาธิปไตย

5. การเลือกรับสื่อให้เด็กอย่างสร้างสรรค์ พ่อแม่ควรใช้สื่อให้สร้างสรรค์ คิดให้เท่าทันสื่อ ให้คำแนะนำในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็ก และร่วมกันหาทางรับมือกับสิ่งใหม่ ๆ รวมทั้งไม่ให้เด็ก ๆ กลายเป็นพวกวัตถุนิยม บริโภคนิยม

ฝากข้อคิด

ดร.วรนาท รักสกุลไทย นักการศึกษาด้านปฐมวัย ผู้อำนวยการแผนกอนุบาล โรงเรียนเกษมพิทยา ได้ให้มุมมองความคิดเรื่องการเลี้ยงลูกเจนอัลฟ่า สรุปได้ดังนี้

1. ทักษะการสื่อสาร  การสอนเด็กเล็กจะเน้นภาษาท่าทางเป็นหลัก พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจตีความ และใส่ใจภาษาของลูกต้องให้เขาเรียนรู้วิธีการสื่อสารอย่างเหมาะสม เช่น ถ้าเขาแสดงออกผ่านท่าทางหรือสื่อสารยังไม่ชัดเจน อาจถามเขาว่าหนูหมายถึงอย่างนี้ใช่ไหมลูก เราต้องสอนให้เขารู้จักวิธีแสดงออกทางอารมณ์ให้เหมาะสม และทำอย่างสม่ำเสมอ

2. ทักษะการแก้ปัญหา ควรสอนการแก้ปัญหาให้เหมาะกับสถานการณ์ ต้องไม่ใช้กำลังเอาชนะ พ่อแม่ต้องใจเย็นและระมัดระวังในการแสดงออก ให้ลูกเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา รวมถึงการใช้ความคิดด้านบวกมาสอนลูก พยายามให้ลูกได้เห็น ได้ยิน การแสดงความรักที่เรามีต่อคนอื่น เช่น ถ้าไปเยี่ยมคุณตาคุณยาย แต่ไม่ได้ให้เป็นของฝาก คิดว่าเราน่าจะให้อะไรกับคุณตาคุณยายได้ เช่น กอด บอกรัก อย่าให้เป็นวัตถุเพียงอย่างเดียว เป็นต้น

3. ทักษะคิด พ่อแม่ควรบอกลูกก็คือ ไม่ใช่สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างแท็บเล็ตไม่ดี แต่ต้องฝึกให้เขาเรียนรู้การเคารพกติกา ควบคุมเวลาเล่น ถ้าให้เล่นแค่ 10 นาที ห้ามต่อเนื่องนานเกินไป กำหนดไว้แบบไหนให้เป็นแบบนั้นเสมอ อธิบายผลเสียจากการเล่น     แท็บเล็ตนานเกินไป เช่น สายตาเสีย  และหากิจกรรมสนุกให้เขาทำไม่ใช่ห้ามเพียงอย่างเดียว

จะเห็นว่า  การเปลี่ยนแปลงไปของยุคสมัย   ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุอย่างรวดเร็ว  โลกเข้าสู่ยุคดิจิตตอล คนพูดคุยกันน้อยลง  แต่คุยกับเครื่องมือสื่อสารมากกว่า   แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของพ่อแม่ที่จะเลี้ยงลูกไปในแนวทางที่เหมาะสมไม่ได้เพียงแค่ปรับเปลี่ยนมุมมองให้ทันยุคสมัย  เข้าใจสภาพความเป็นจริงของเด็กและสภาพความเป็นของสังคม  และนำมาปรับใช้โดยอยู่บนพื้นฐานของความรัก ความเข้าใจ  และความปรารถนาดี  เพียงเท่านี้เชื่อว่าพ่อแม่อย่างเราทำได้ไม่ยากใช่ไหมคะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.healthygamer.net

http://www.komchadluek.net

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

5 เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เครียด

4 เคล็ดลับการเลี้ยงลูกที่จะทำให้ลูกรู้สึกดีและมีความสุข

วิธีเลี้ยงลูกสมัยใหม่ฉบับคุณแม่มือใหม่

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner