12 เรื่องที่แม่จ๋าอาจไม่รู้ คุณหมอทำอะไรกับ ทารกหลังคลอด

12 เรื่องที่แม่จ๋าอาจไม่รู้ คุณหมอทำอะไรกับ ทารกหลังคลอด

ใกล้คลอดโค้งสุดท้าย แน่นอนว่าคุณแม่ต้องเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วสำหรับการที่จะได้เห็นหน้าลูกน้อยในอีกไม่ช้า หลังจากที่รอคอยมาเกือบ 40 สัปดาห์ ที่จะได้เห็นหน้าลูกน้อย แต่หลังคลอดนั้นแม่จ๋าอาจจะยังไม่ได้เห็นหน้าหรือสัมผัสลูกน้อยในทันที แม่จ๋ารู้ไหม..ระหว่างนี้คุณหมอจะทำอะไรกับหนูบ้างนะ

 

นอกจากความตื่นเต้นเมื่อได้เข้ามาอยู่ในห้องคลอดแล้ว ในขณะที่คุณแม่อาจใช้เวลาเบ่งคลอดซักระยะ หรือผ่าคลอดเพียงไม่กี่นาที และได้ยินเสียงอุแว้ของเจ้าตัวน้อย แล้วหลังจากนั้นคุณหมอจะทำอะไรกับ ทารกหลังคลอด กันบ้างนะ

ทารกหลังคลอด

12 เรื่องที่แม่จ๋าอาจไม่รู้ คุณหมอทำอะไรกับ ทารกหลังคลอด

1.ในนาทีแรกที่เจ้าตัวน้อยออกมาลืมตาดูโลก คุณหมอจะดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูก เพื่อให้ทารกหายใจได้เอง แต่ถ้าทารกยังไม่หายใจ คุณหมอจะใช้ออกซิเจนเพื่อกระตุ้นการหายใจทารก

2.ตัดสายสะดือ

3.ตรวจสอบการหายใจของทารก ดูว่าทารกมีการหายใจสม่ำเสมอหรือไม่ เพื่อเช็กว่าปอดของทารกแข็งแรงหรือไม่

4.ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจและชีพจร ซึ่งถ้านับได้มากกว่า 100/นาที ถือว่าปกติค่ะ

5.ตรวจการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อว่าแข็งแรงเคลื่อนไหวเป็นปกติหรือไม่

6.ทำการตรวจสีผิวของทารกว่ามีสีแดง หรือ ชมพู เล็บมือเล็บเท้าต้องไม่เขียวหรือจางม่วง

7.เช็กการตอบสนองของทารกว่าส่งเสียงร้องดังหรือเบา หรือนิ่งไม่มีเสียง

8.ทำการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงของทารก และทำความสะอาดตัว ล้างเลือด และนำทารกไว้ในเครื่องเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น

9.พยาบาลจะตรวจนิ้วมือนิ้วเท้าเช็กอวัยวะของทารกว่าครบสมบูรณ์หรือไม่ วัดรอบศีรษะและรอบลำตัวของทารก

10.หยอดยาฆ่าเชื้อที่ดวงตาทารก เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากน้ำคร่ำหรือเลือดที่ดวงตาตอนคลอด

11.หลังทำความสะอาดและตรวจเช็กร่างกายทารกหลังคลอดเรียบร้อย บางโรงพยาบาลจะนำทารกไปให้คุณแม่ที่คลอดเองได้ดูดนมแม่ทันที หรือให้คุณแม่ที่อ่อนเพลียจากการเบ่งคลอดได้นอนพักฟื้นร่างกายก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง นางพยาบาลจะมารับคุณแม่ไปให้นมลูกที่ห้องเด็กแรกเกิด แต่สำหรับคุณแม่ที่ผ่าคลอดที่ต้องเจอกับฤทธิ์ยาต้องพักฟื้นร่างกายอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเช่นกัน หรือมากกว่านั้นเพื่อให้ทุเลาจึงจะสามารถให้นมลูกได้

12.หลังลูกน้อยคลอด คุณหมอจะตรวจอาการลูกเป็นระยะ เช่น ตรวจการเต้นของหัวใจ การหายใจ ภาวะพิการ ภาวะตัวเหลือง เป็นต้น

ทารกหลังคลอด

หากทารกและตัวคุณแม่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ แข็งแรงทั้งแม่ลูก ประมาณ 2 วันคุณแม่ที่คลอดด้วยตนเอง ก็สามารถพาลูกกลับบ้านได้ ส่วนคุณแม่ผ่าคลอดอาจใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลอย่างน้อย 3-4 วันจึงจะพาลูกน้อยกลับบ้านได้ค่ะ

คุณรู้ไหม 24 ชั่วโมงแรงหลังคลอดที่โรงพยาบาล ทารกต้องเจอกับอะไรบ้าง

วันที่ลืมตาดูโลก: เกิดอะไรกับลูกบ้างที่โรงพยาบาล?

ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลหลังลูกลืมตาดูโลก 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด คุณอาจไม่ทราบว่าลูกน้อยแรกเกิดของคุณจะมีธุระยุ่งวุ่นวายมากกว่าคุณเป็นสองเท่า เพียง 5 นาทีหลังลืมตาดูโลก ลูกจะถูกจิ้ม ถูกเขี่ย ถูกวัด ถูกทดสอบ ได้รับการชำระล้างทำความสะอาดและห่อตัวมิดชิด ขั้นตอนการทำคลอดของทุกโรงพยาบาลแตกต่างกันไป แต่นี่คือสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชีวิตวันแรกของลูกน้อยค่ะ

                                      24 ชั่วโมงแรงหลังคลอด

24 ชั่วโมงแรงหลังคลอด

24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด

วันแรกของคุณกับลูกจะน่าตื่นเต้น (และเปี่ยมด้วยหลากอารมณ์) ขณะที่หมอกับพยาบาลตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกแข็งแรงดีและสอนเรื่องจำเป็นในการดูแลลูกน้อยให้แก่คุณ การได้รู้ถึงสิ่งที่อาจคอยอยู่เบื้องหน้าจะช่วยให้คุณสุขใจกับช่วงเวลาแสนพิเศษนี้มากขึ้น และรู้สึกท่วมท้นน้อยลง แม้ว่าแต่ละโรงพยาบาลจะมีกระบวนการต่างกันไป แต่ตารางเวลาของเราต่อไปนี้จะช่วยให้คุณทราบคร่าว ๆ ว่าตามปกติแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เริ่มตั้งแต่นาทีที่ลูกลืมตาดูโลกเลยค่ะ

นาทีแรก

ทันทีที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก หมอจะดูดปากและจมูกเพื่อกำจัดเมือกและน้ำคร่ำให้หมดไปและลูกควรเริ่มหายใจได้ด้วยตัวเอง จากนั้นหมอจะหนีบและตัด (หรือให้คู่ชีวิตของคุณเป็นคนตัด) สายสะดือก่อนจะตรวจลูกน้อยของคุณเพื่อให้คะแนนแอพการ์สกอร์ (Apgar Score) ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราการเต้นของหัวใจ สีของทารก การตอบสนองต่อสิ่งเร้า การเคลื่อนไหวและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ รวมถึงการหายใจใน 1 นาทีและ 5 นาทีแรกหลังคลอด คะแนนจะอยู่ในระดับ 0-10 ถ้าได้เจ็ดขึ้นไปก็ถือว่าแข็งแรงดีแล้วค่ะ ทารกส่วนใหญ่ได้ 8 หรือ 9 คะแนน แต่หากลูกของคุณได้คะแนนต่ำ ก็จะมีการค้นหาสาเหตุ (เช่น ลูกอาจหายใจลำบาก) และทดสอบต่อทุก 5 นาทีจนกว่าปัญหาจะหมดไป ไม่ต้องวิตกไปนะคะ ทารกส่วนมากที่ได้คะแนนต่ำตอนแรกเกิดเติบโตขึ้นเป็นเด็กสุขภาพแข็งแรงดี

นพ.ไมเคิล เอ. โพเซนเชก ผู้อำนายการด้านการแพทย์ห้องเด็กแรกเกิดของโรงพยาบาลแห่งมหาวิทยาลับเพนน์ซิลเวเนียกล่าว “ขณะที่คุณคลอดรก ลูกน้อยจะถูกชั่งน้ำหนักและวัดความยาวตัว โดยปกติแล้วพยาบาลจะเช็ดตัวลูกจนสะอาดและวางลูกลงบนเครื่องให้ความอบอุ่นทารกจนกว่าลูกจะรักษาอุณหภูมิร่างกายได้ด้วยตนเอง นี่เป็นขั้นตอนที่อาจกินเวลาตั้งแต่ 2-3 นาทีไปจนถึง 2 ชั่วโมง” คุณอาจได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้หรือหมออาจจะกำลังเย็บแผลให้คุณหากจำเป็น

ชั่วโมงที่ 1

ระหว่างที่คุณยังอยู่ในห้องคลอด ลูกน้อยจะได้รับน้ำมันหยอดตาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันดวงตาติดเชื้อซึ่งอาจเป็นผลจากการที่ลูกผ่านทางช่องคลอดออกมา นอกจากนี้ลูกยังอาจถูกฉีดวิตามินเคที่ต้นขาเพื่อป้องกันปัญหาเลือดเป็นลิ่ม คุณควรลองให้นมลูกทันที แม้ว่าคุณจะผ่าคลอด แต่ก็สามารถเริ่มให้นมลูกได้ทันทีที่ออกจากห้องผ่าตัดถ้าคุณรู้สึกสบายดี ตื่นตัวและไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ ถ้าหมอส่งลูกน้อยไปห้องอภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) เพราะลูกคลอดก่อนกำหนดหรือมีความเสี่ยงติดเชื้อ ช่วงเวลาแห่งการผูกสายสัมพันธ์นี้จะถูกเลื่อนออกไปก่อนค่ะ

                                              24 ชั่วโมงแรงหลังคลอด

24 ชั่วโมงแรงหลังคลอด

ชั่วโมงที่ ถึง 3

เมื่อการทดสอบขั้นต้นของลูกน้อยครบถ้วนแล้ว คุณกับลูกจะใช้เวลาร่วมกันในห้องพักคนไข้หรือห้องพักฟื้นหลังคลอด ตราบใดที่คุณทั้งคู่แข็งแรงดี พยาบาลจะตรวจลูกน้อยเป็นระยะเพื่อดูว่าทารกปรับตัวกับชีวิตแรกเกิดได้ดีมากน้อยเพียงใด รวมทั้งวัดชีพจร กดท้อง ตรวจว่าอวัยวะเพศสมบูรณ์ดีและมีนิ้วมือนิ้วเท้าครบ พยาบาลจะบันทึกบัลลาร์ดสกอร์ (Ballard Score) ซึ่งประกอบด้วยความยาวเส้นรอบศีรษะ เส้นรอบอกและความยาวตัวเพื่อยืนยันระยะเวลาที่ลูกอยู่ในครรภ์ของคุณ

ถ้าคุณคลอดก่อนกำหนด ก็มีความเป็นไปได้มากว่าลูกจะต้องอยู่ในห้องเด็กแรกเกิด ซึ่งจะมีการเฝ้าติดตามอุณหภูมิร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราหายใจของลูกอย่างใกล้ชิด คุณสามารถไปเยี่ยมลูกได้ สัญญาณชีพของลูกจะได้รับการตรวจวัดทุก 30 นาทีในช่วง 2 ชั่วโมงแรก จากนั้นจะเป็นทุก 4-6 ชั่วโมงหากทุกอย่างปกติดี ถ้าสัญญาณชีพของลูกไม่เสถี

ชั่วโมงที่ ถึง 22

คุณจะใช้เวลาช่วงนี้เรียนรู้การดูแลลูกน้อยแรกเกิด คุณอาจช่วยพยาบาลอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกและเปลี่ยนผ้าอ้อมเมื่อลูกถ่ายอุจจาระครั้งแรกหรือที่เรียกว่าขี้เทา คุณยังจะได้เรียนรู้วิธีห่อตัวและอุ้มลูก การดูแลขั้วสายสะดือและแผลขลิบ (ถ้าลูกชายของคุณขลิบ) สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คุณจะให้นมลูกทุก 2-3 ชั่วโมง โรงพยาบาลส่วนมากมีคลินิกนมแม่ซึ่งจะเข้ามาดูแลว่าคุณให้นมเป็นอย่างไรบ้าง แม้ว่าคุณจะเคยให้นมลูกมาก่อนก็ตาม

ชั่วโมงที่ 23-24

ถึงตอนนี้ลูกน้อยของคุณจะได้รับการประเมินอย่างเป็นทางการจากกุมารแพทย์แล้ว เว้นแต่ในกรณีที่พบปัญหาตั้งแต่แรกคลอดซึ่งกุมารแพทย์จะตรวจตอนนั้นในทันทีค่ะ หมอจะประเมินปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ ตรวจหาความพิการและดูให้แน่ใจว่าลูกน้อยของคุณดื่มนมและหายใจได้ดี ลูกจะได้รับการตรวจหาภาวะตัวเหลืองซึ่งเกิดจากการที่สารบิลิรูบินไม่ถูกย่อยในตับ ทารกที่มีภาวะตัวเหลืองอาจต้องรับแสงพิเศษซึ่งช่วยย่อยบิลิรูบินและคุณควรหมั่นให้นมลูกเพื่อกำจัดสารดังกล่าวทางอุจจาระของลูก ในน้อยกรณีที่เด็กไม่ได้รับการรักษา ภาวะตัวเหลืองอาจทำให้สมองบกพร่องได้ นอกจากนี้ยังอาจมีการจิ้มส้นเท้าของลูกเพื่อเอาเลือดไปตรวจหาโรคต่าง ๆ มากถึง 50 โรค รวมทั้งโรคเม็ดเลือดแดงผิดปกติและโรคทางพันธุกรรมฟีนิลคีโตนูเรีย (PKU) การตรวจหาโรคเหล่านี้ก่อนหน้านี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด เนื่องจากระดับเลือดของทารกจะไม่สูงขึ้นจนกว่าจะ 24 ชั่วโมงหลังเริ่มได้รับนมแม่หรือนมผงดัดแปลงสำหรับทารก จึงอาจก่อให้เกิดผลลบลวงได้มากหากตรวจหาเร็วเกินไป การประเมินนี้มีความสำคัญยิ่งยวด ถ้าลูกน้อยเป็นโรคใดโรคหนึ่งที่กล่าวมา การตรวจพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยบรรเทาอาการของโรคได้อย่างมาก

ก่อนออกจากโรงพยาบาล

คุณจะอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังการคลอดตามธรรมชาติ แต่ถ้าคุณผ่าคลอด ก็อาจต้องอยู่ 3-4 วันเป็นปกติ ก่อนที่คุณจะออกจากโรงพยาบาล จะมีการทดสอบการได้ยินของลูกน้อยซึ่งลูกจะต้องสวมหูฟังและนักโสตสัมผัสวิทยาจะดูการตอบสนองของคลื่นสมองลูกต่อเสียง นอกจากนี้ก็จะมีการชั่งน้ำหนักตัวลูก คุณอาจสังเกตว่าลูกน้ำหนักลดลงเมื่อเทียบกับตอนแรกเกิด ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ของเหลวกำลังเคลื่อนจากระบบนอกหลอดเลือดสู่หลอดเลือด เพิ่มความดันโลหิตและการไหลเวียนออกซิเจนสู่อวัยวะของลูก ลูกปัสสาวะของเหลวส่วนเกินออกมา จึงทำให้น้ำหนักตัวลดลงร้อยละ 5 ถึง 7 ของน้ำหนักแรกเกิด แต่ลูกจะกู้น้ำหนักคืนมาได้หลังดื่มนมไป 2-3 วันค่ะ

เมื่อคุณออกจากโรงพยาบาลแล้วและตระหนักว่าจากนี้ไปคุณต้องพึ่งตัวเอง คุณอาจรู้สึกว่ามันท่วมท้นล้นมือ “อย่าตื่นตระหนกไป” ดร.บราวน์กล่าว “ไม่มีใครกลับบ้านโดยรู้สึกว่าพร้อมเต็มร้อยหรอกค่ะ” พยายามผ่อนคลาย พอรู้ตัวอีกทีคุณจะกลายเป็นคุณแม่มือโปรไปแล้วค่ะ


ที่มา : www.thairoutrew.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

รีบเช็ก! ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ทารกสูญเสียการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด!!

ลูกตาแฉะ ตื่นมาขี้ตาเขรอะ จะหาวิธีแก้ยังไงดี?

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner