ทารกทรงตัวดีส่งสัญญาณว่าสมองทำงานดี

ทารกทรงตัวดีส่งสัญญาณว่าสมองทำงานดี

การทรงตัวของลูกได้ดีส่งสัญญาณว่าสมองในส่วนที่ควบคุมทักษะการเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี การที่เราเห็นว่าลูกน้อยทรงตัวได้ดีนั้น จุดกำเนิดก็มาจากการสั่งการของสมองนั่นเอง ติดตามอ่าน ทารกทรงตัวได้ดีส่งสัญญาณว่าสมองทำงานได้ดี

ทารกทรงตัวดี  สมองทำงานดี

ทารกทรงตัวดี สมองทำงานดี

การทรงตัวได้ดีของทารกเป็นพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ทารกที่มีอายุประมาณ 6 - 7 เดือนเริ่มมีการทรงตัวนั่งได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า  การทรงตัวได้ดีของลูกนั้น แสดงถึงสมองของลูกในส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทำงานได้ดีและมีพัฒนาการเป็นปกติ  จะเป็นอย่างไร ติดตามอ่าน

การทรงตัวของมนุษย์

ทารกทรงตัวดี สมองทำงานดี

การทรงตัว คือ  เมื่อมนุษย์สามารถยืนได้ด้วย 2 ขา และสามารถควบคุมร่างกายให้ตั้งตรงเรียกว่า   มีการทรงตัวเกิดขึ้น การทรงตัวของมนุษย์ถูกควบคุมโดยหูชั้นกลางและหูชั้นใน ในส่วนของหูชั้นในนั้นจะมีเส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงกับสายตา ทำหน้าที่สำคัญในการทรงตัว ไม่ว่าร่างกายจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด  โอนเอนไปมา  กระโดด โยกเยกไปมา

อย่างไรก็ตาม  สายตาจะยังสามารถโฟกัสสิ่งต่าง ๆ ได้  การทรงตัวทำได้ดี เมื่อร่างกายมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีการสั่งการและการควบคุมกล้ามเนื้อที่ดี มีการประมวลผลการรับรู้ของสมองได้ดี

การทรงตัวมีความสำคัญสำหรับทารกเพราะการที่ทารกจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้นั้น  หากเจ้าหนูมีการทรงตัวที่ไม่ดี  ไม่นิ่งพอ  จะไม่มีสมาธิจดจ่อ  สายตาจะไม่เพ่งมอง  โฟกัสสิ่งต่าง ๆรอบตัว แบบนี้ย่อมไม่ส่งผลดีต่อการเรียนรู้อย่างแน่นอน

สมองส่วนควบคุมการทรงตัว

ทารกทรงตัวดี สมองทำงานดี

สมองเล็กหรือซี รีเบลลัม (Cerebellum) มีหน้าที่หลัก ในการทำหน้าที่ประสานงาน ควบคุมการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และการทรงตัวให้ทำงานอย่างราบรื่น โดยทำหน้าที่ ดังนี้

1. ส่งสัญญาณถึงมีการประมวลผลการรับรู้ของระบบประสาทสัมผัสที่ดีทั้งเรื่องการมองเห็น การรับรู้ข้อต่อหรือการเคลื่อนไหวของร่างกาย

2. ควบคุมการทำงานพื้นฐานด้านการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อในเด็กของแรกเกิด  การสั่งการจะยังเป็นไปไม่ดีหรือไม่มีจุดประสงค์ เพราะทารกแรกเกิด - 2 เดือน จะยังไม่สามารถไขว่คว้า หยิบจับ หรือเคลื่อนไหวร่างกายได้

3.  เมื่อทารกเติบโตขึ้น สมองมีการเจริญเติบโตเช่นกัน  การทำงานของสมองจะมีวัตถุประสงค์มากขึ้น สังเกตได้จากทารกอายุ 4-6 เดือน ในวัยนี้จะเริ่มไขว่คว้าของเล่น โดยอาศัยการประสานงานของประสาทการมองเห็นและการทำงานของกล้ามเนื้อ

4. สมองในส่วนของการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ จะมีลักษณะเช่นเดียวกับประสาทการรับรู้ความรู้สึก คือ สมองข้างซ้าย จะควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อข้างขวา ส่วนสมองข้างขวาควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อข้างซ้าย รวมถึงกล้ามเนื้อใบหน้า การหลับตา การขยับปากและแขนขา

5. นอกจากนี้การทำงานของกล้ามเนื้อยังแบ่งออกเป็น การทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น  การขยับแขนขา การเดิน  การวิ่ง  การหยิบจับสิ่งของ เป็นต้น

พัฒนาการด้านการทรงตัวของทารกในแต่ละช่วงวัย

ทารกทรงตัวดี สมองทำงานดี

เมื่อทารกแรกเกิดมานั้น  สมองของเจ้าหนูเรียกว่าเป็นห้องว่างที่รอการจัดสรรตกแต่งห้องให้สวยงามจากพ่อแม่   เปรียบเสมือนห้องโล่งที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใด ๆ เปรียบได้กับสมองที่ดูแลส่วนของความคิด ความจำ อารมณ์ รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้รับการพัฒนา ดังนั้น  บุคคลสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสมองของลูกได้ คือ คุณพ่อคุณแม่นั่นเอง  การกระตุ้นสมองทำให้เกิดประจุกระแสไฟฟ้าเล็ก ๆ ขึ้นในเซลล์สมอง ส่งสัญญาณไปตามเส้นใยประสาท เชื่อมโยงถึงกัน  ส่งผลให้เกิดการมองเห็น  การได้ยิน  การพูด และการเคลื่อนไหว  เป็นต้น

แรกเกิด - 3 เดือน  

ในช่วงวัยนี้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของทารกน้อยยังไม่แข็งแรง สังเกตได้จาก ลูกมักจะชอบเอียงหน้าไปด้านที่ถนัด  ถ้าคุณแม่ไม่เอามือมารองรับศีรษะไว้ศีรษะจะแหงนหงายไปด้านหลัง ดังนั้น  คุณแม่ต้องระวังศีรษะของลูกให้ดีนะคะ  ในช่วงเดือนต่อไปลองจับลูกนอนคว่ำ  ศีรษะของเจ้าหนูจะเงยขึ้นได้ แต่เพียงชั่วขณะเท่านั้นนะคะ  จนเข้าเดือนที่ 3 นั่นแหละค่ะ ศีรษะของเจ้าหนูถึงจะตั้งตรงได้  เริ่มชันคอได้  ควบคุมศีรษะได้มากขึ้น

3 - 6 เดือน

ในระยะนี้การควบคุมกล้ามเนื้อหลังดีขึ้น  แขน  ขา  ของลูกขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว  ทำท่าพลิกไปพลิกมา  เริ่มคืบคลานไปข้างหน้าและจะสามารถพลิกคว่ำได้ในช่วง 6 เดือน  กล้ามเนื้อหลังจะแข็งแรงมากขึ้น  คุณแม่จะเห็นว่า ลูกเริ่มทรงตัวนั่งได้แต่ไม่นานนัก  ดังนั้น  ควรมีพนักให้ลูกพิงเพื่อไม่ให้ล้มหรือเอนตัวไปมา  เป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น เช่น  ศีรษะกระแทกพื้น

6 - 9 เดือน 

ลูกเรียนรู้เรื่องการทรงตัว พลิกคว่ำได้ รู้จักการเคลื่อนไหวไปข้างหน้า  ฝึกคลานไป คลานมาได้คล่องแคล่ว จนสามารถคืบตัวไปข้างหน้าข้างหลัง และการทรงตัวนั่งได้เอง แต่ควรมีหมอนมาช่วยพยุงบ้าง เพื่อป้องกันลูกล้มหน้าคว่ำหรือหงายหลัง การออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ส่วนแขน ลำตัว ขา ให้ลูกน้อย จะเป็นการเตรียมพร้อมสู่ทักษะการยืนที่มั่นคงต่อไป

9 - 12 เดือน

ทารกมีกล้ามเนื้อแขน ขา ที่แข็งแรงขึ้นมาก  แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ยังต้องช่วยเจ้าหนูพยุงตัวเพื่อเริ่มตั้งไข่  แต่เมื่อเจ้าหนูสามารถพยุงตัวขึ้นเองได้แล้ว ทารกบางคนสามารถก้าวเดินได้ตั้งแต่อายุ 11 -12 เดือนด้วยซ้ำ บางคนเดินได้แต่หนูชอบคลานมากกว่านี่คะแม่   ดังนั้น  คุณแม่ต้องพยายามจูงใจให้ลูกฝึกเดินและออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่มากขึ้น

การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการของลูกให้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวลูก เป็นพื้นฐานการสร้างการเจริญเติบโตให้กับร่างกาย  และที่สำคัญยังช่วยพัฒนาศักยภาพสมองของลูกน้อยอีกด้วย

วิธีกระตุ้นให้ลูกน้อยทรงตัวดี

ทารกทรงตัวดี สมองทำงานดี

วิธีการกระตุ้นให้ลูกทรงตัวดี  มีหลากหลายวิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกฝนได้ค่ะ

1. ให้ลูกได้ออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ เพราะตอนที่ลูกยังเป็นทารกนอนอยู๋ในท้องของคุณแม่  กล้ามเนื้อข้อต่อต่าง ๆ จะยึดเพราะต้องอยู๋ในที่แคบ ๆ ดังนั้น  เมื่อเจ้าหนูคลอดออกมาแล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยทารกน้อยบริหารกล้ามเนื้อมือ กล้ามเนื้อขาและกระตุ้นการใช้กล้ามเนื้อ เช่น  จับขาลูกสลับไปมา  การนวดกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ

2. กระตุ้นให้ลูกน้อยมีการเคลื่อนไหว  เช่น  ทารกในวัย 2 - 3 เดือน  คุณแม่หาของเล่นสีสันสดใสถือเอาไว้ในมือ  ให้ลูกเห็นเจ้าหนูจะได้พยายามไขว่คว้า  หรือโตขึ้นมาหน่อยจับให้ลูกนอนคว่ำบนที่นอนหรือบนพื้นที่ไม่ควรอ่อนนุ่มจนเกินไป  หาของเล่นสีสันสดใส หรือมีเสียงเพื่อกระตุ้นความสนใจให้ลูกคืบคลานมาหยิบเอง ถ้าเจ้าหนูยังคืบไม่เป็น  สามารถช่วยได้โดยจับขาลูกงอแล้วช่วยดันก้น ก็จะคืบคลานได้

บทความแนะนำ  อข้อดีของการจับลูกนอนคว่ำ ที่ไม่ใช่แค่หัวทุยสวย

ข้อดีของการคืบคลาน  การคืบคลานของทารกไม่ใช่ดีต่อพัฒนาการเคลื่อนไหว  กล้ามเนื้อ  ข้อต่อ  เท่านั้นนะคะ แต่ข้อดีของการคืบคลานยังช่วยฝึกสมองทั้งสองซีก  เพราะขณะที่เจ้าตัวเล็กคืบคลานอยู่นั้น ลูกต้องใช้มือซ้าย มือขวา สลับกัน เพื่อให้คลานไปข้างหน้า

4. การโยนรับ - ส่ง ของเล่น โดยจับให้ลูกนั่ง  ส่งของเล่นไปมา  ลูกจะมีสมาธิจดจ่อกับการเล่น  สายตาต้องมองตามของเล่น  กล้ามเนื้อแขนได้ขยับไปมา  และที่สำคัญต้องพยุงร่างกายของตนเองให้ทรงตัวได้จึงเป็นการฝึกด้านการทรงตัวให้ลูกได้อย่างดี

บทความแนะนำ  สมาธิจุดเริ่มต้นการเรียนรู้ของลูก

5. อย่าอุ้มอย่างเดียวนะคะ  ปล่อยให้ลูกเล่นหรือเคลื่อนไหวเป็นอิสระบ้าง  เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหว  เช่น  จับขาลูกทั้งสองข้างทำท่าปั่นจักรยานในอากาศจะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อขาได้อย่างดี

คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบแล้วนะคะว่า  การทรงตัวกับสมองของลูกมีส่วนเกี่ยวข้องกสัมพันธ์กันอย่างไร   และมีวิธีการกระตุ้นพัฒนาการการทรงตัวอย่างไร  มาเริ่มต้นกันเลยค่ะ เพื่อลูกรักมีสมองที่ดีมีการทรงตัวและการเคลื่อนไหวเหมาะสมกับพัฒนาการ

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

www.thaichilddevelopment.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เปลไกวกระตุ้นพัฒนาการด้านสมองและการทรงตัวของทารก

ฝึกกล้ามเนื้อให้พร้อมก่อนลูกหัดนั่ง

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner