สิ่งที่หมอสูติอยากให้แม่รู้ก่อน ดูแลทารกแรกเกิด และการดูแลทารกแรกคลอดในห้องคลอด

สิ่งที่หมอสูติอยากให้แม่รู้ก่อน ดูแลทารกแรกเกิด และการดูแลทารกแรกคลอดในห้องคลอด

เรื่องเล่าในห้องคลอด การดูแลทารกแรกเกิดของผู้ทำคลอด สิ่งที่หมอสูติอยากให้แม่รู้เกี่ยวกับการดูแลทารกแรกเกิด และข้อควรระวัง

ดูแลทารกแรกเกิด เรื่องใหม่ของคุณแม่มือใหม่

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ ดูแลทารกแรกเกิด เพราะลูกเพิ่งจะลืมตาออกมาดูโลก มีสิ่งที่แม่ต้องรู้และข้อควรระวัง ที่แม่ต้องจำใส่ใจไว้ให้ดี

ดูแลทารกแรกเกิด

ดูแลทารกแรกเ กิด

การดูแลทารกแรกคลอดในห้องคลอด

ภายหลังการคลอด ทารกจะมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในชีวิต จากเดิมในครรภ์มารดาที่ไม่ต้องมีการหายใจเอาอากาศเข้าสู่ปอดและถุงลม ไม่ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิใดใด จากอยู่ในร่างกายมารดา มีระบบไหลเวียนโลหิตที่ต้องอิงกับมารดาเป็นสำคัญในการขนถ่ายออกซิเจนเข้ามาและขับของเสียออกจากร่างกายไป

ต่อมาเมื่อมีการหายใจของทารกครั้งแรกเกิดขึ้น จะมีอากาศไหลเวียนเข้าสู่ถุงลมผ่านมาทางหลอดลมมีการแลกเปลี่ยนก๊าซเกิดขึ้น หากทารกหายใจไม่ปกติอาจจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือ เช่น ให้ออกซิเจน ใส่หน้ากากครอบปากและจมูก เป็นต้น

เมื่อมีการตัดสายสะดือเปรียบเสมือนตัดขาดระบบไหลเวียนโลหิตของทารกกับมารดา จึงมีการปรับเปลี่ยนจากระบบไหลเวียนโลหิตเดิมที่มีเลือดมาจากสายสะดือเป็นหลักให้เหมือนผู้ใหญ่กล่าวคือ มีการบีบตัวของหัวใจส่งเลือดเสียไปฟอกที่ปอดและส่งเลือดดีไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมอุณหภูมิร่างกายของทารกเองที่เป็นอิสระจากมารดา

ดังนั้น การดูแลทารกแรกคลอดในห้องคลอด จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ทารกแรกเกิดผ่านพ้นช่วงปรับตัวเหล่านี้ไปให้ได้

ดูแลทารกแรกเกิด

ดูแลทาร กแรกเกิด

สิ่งที่หมอ พยาบาลเช็คลูกทันทีหลังคลอด

  1. แรกเกิดทันที ผู้ทำคลอดจะช่วยดูดเมือกและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ที่ค้างในช่องปากและโพรงจมูกออกด้วยลูกยางแดง เพื่อเปิดทางให้เด็กทารกสามารถหายใจเอาอากาศเข้าสู่หลอดลม ซึ่งเด็กทารกก็จะหายใจเองเป็นครั้งแรกของชีวิตได้
  2. ต่อมา ก็จะมีการกระตุ้นให้เด็กทารกร้องโดยการดีดที่ฝ่าเท้าหรือเกาหลังเด็กขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นการกระตุ้นให้เด็กตื่นตัวและร้องเพื่อสูดเอาอ็อกซิเจนเข้าปอดได้เต็มที่
  3. มีการเช็ดตัวเด็กทารกให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเพื่อลดการสูญเสียความร้อน เนื่องจากทารกจะยังควบคุมอุณหภูมิไม่ค่อยดี แล้วห่อผ้าให้มิดชิดหรือให้นอนในตู้อบเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่นั่นเอง
  4. โดยทั่วไปทางเจ้าหน้าที่จะสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในช่วง 2 ชั่วโมงแรก แล้วจึงนำส่งทารกคืนให้มารดาต่อไป

 

สิ่งที่หมออยากให้แม่เด็กรู้ก่อนดูแลทารกแรกเกิด

ดูแลทารกแรกเกิด

ดู แลทารกแรกเกิด

คุณแม่ทุกคนควรศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมเรื่องการดูแลเด็กทารกแรกคลอด หรือปรึกษาผู้รู้ หรือเข้ารับฟังการอบรมระหว่างการฝากครรภ์ เพื่อจะได้รับสถานการณ์หลังคลอดได้อย่างดีและถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยเฉพาะแม่ป้ายแดง อาจต้องมีการเตรียมอุปกรณ์เด็กทารกแรกเกิดบางอย่างล่วงหน้า เช่น เสื้อผ้า ผ้าอ้อม เตียงนอน อ่างอาบน้ำ สบู่ เป็นต้น สามารถแบ่งเป็นหัวข้อหลักได้ดังนี้

  • การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในช่วง 2-3 วันแรก จะเริ่มมีหัวน้ำนมไหลออกมาก่อนลักษณะสีเหลืองข้น ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นสีขาวข้น คุณแม่ควรหมั่นให้ลูกเข้าเต้าบ่อยทุก 3 ชั่วโมง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สร้างน้ำนมได้ต่อเนื่องและเพียงพอสำหรับทารก การจัดท่าเข้าเต้าก็มีความสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกน้อยดูดนมได้อย่างเต็มที่โดยที่คุณแม่รู้สึกสบาย
  • การอาบน้ำทารก คุณแม่ควรเรียนรู้และปฏิบัติจริงระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล อุ้มอย่างไร จัดท่าอย่างไร ปิดหูเด็กอย่างไร เช็ดตัวอย่างไร ห่อผ้าอ้อมอย่างไร เป็นต้น
  • การทำความสะอาดสะดือ ต้องหมั่นทำความสะอาดสะดือลูกน้อย เช็ดอย่างไร ดูแลอย่างไร ระวังอย่างไร สะดือจะค่อย ๆ แห้งและหลุดไปเองภายใน 2 สัปดาห์
  • การขับถ่าย เด็กทารกทุกคนจะต้องมีถ่ายปัสสาวะและอุจจาระภายใน 24 ชั่วโมงแรก โดยอุจจาระของทารกจะคงเป็นสีเขียวเข้มในช่วงต้น ที่เรียกว่าขี้เทา ต่อมาเมือทารกดูดนมแม่แล้ว เริ่มมีการดูดซึมและย่อยจากกระเพาะอาหารและสำไส้ จึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเหมือนปกติต่อไป

 

สิ่งที่แม่ต้องระวังสำหรับเด็กแรกเกิด

ดูแลทารกแรกเกิด

ดูแลทารก แรกเกิด

ควรสังเกตอาการต่าง ๆ ของทารกอย่างใกล้ชิด ที่พบบ่อย เช่น

  1. อาการตัวเหลืองหลังคลอด
  2. อาการสะดืออักเสบ
  3. อาการแหวะนมบ่อย
  4. ท้องเสีย
  5. อาการง่วงซึม
  6. อาการหยุดหายใจ/เขียวขณะหลับ

หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบกุมารแพทย์ต่อไป

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทำไปได้! ยืนคลอดลูกกลางแจ้ง หมอสูติรีบเตือนเสี่ยงตายทั้งแม่ลูก

คลิปท้องนอกมดลูก ท้องนอกมดลูก อาการ เป็นยังไง แม่จะตั้งครรภ์อีกได้ไหม

คลิปในห้องคลอดหมอกระแทกท้องแม่ ทั้งกดทั้งดัน อยากรู้ไหมทำไปเพราะอะไร?

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner