คุยกับลูกในท้อง กระตุ้นสมองหนูได้ด้วย

คุยกับลูกในท้อง กระตุ้นสมองหนูได้ด้วย

นับตั้งแต่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ แน่นอนว่าแม่ทุกคนย่อมมีความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ และเริ่มสรรหาวิธีการที่จะทำให้ลูกน้อยแสนรักเกิดมาเป็นเด็กฉลาด อารมณ์ดี มีพัฒนาการสมวัย “การพูดคุย” ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการ

คุยกับลูกในท้อง กระตุ้นสมองหนูได้ด้วย  ลองดูมั้ยคะ  นับตั้งแต่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ นอกจากความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ แล้วคุณแม่คงจะรอคอยที่จะได้พบกับลูกน้อยในอีก 9 เดือนข้างหน้ากันใช่มั้ยล่ะคะ ? ลูกจะพูดเก่งไหม จะหน้าตาเป็นอย่างไร คุณพ่อ คุณแม่บางครอบครัว ถึงกับเริ่มวางแผนชีวิตให้ลูกกัน ตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตาดูโลกเลยทีเดียว นับตั้งแต่วันนั้น พ่อแม่หลาย ๆ คน ก็คงจะเริ่มสรรหาวิธีการ ที่จะทำให้ลูกน้อยแสนรัก เกิดมาเป็นเด็กฉลาด อารมณ์ดี มีพัฒนาการที่สมวัย แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบมั้ยคะว่า ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ สามารถที่จะทำความคุ้นเคยกับลูกน้อยได้ ตั้งแต่ที่พวกเขายังอยู่ในครรภ์ อย่าง “ การพูดคุย ” ถือเป็นอีกหนึ่งวิธี ซึ่งเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ สานสายใยระหว่าครอบครัว รวมทั้ง กระตุ้นพัฒนาการ การเรียนรู้เสริมสร้าง IQ และ EQ ของลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ไม่ต้องรอให้ถึง 9 เดือนเลยค่ะ

คุณแม่อาจจะสงสัยว่า ตอนไหนจะเร่ิม คุยกับลูกในท้อง ได้ ตอนไหนที่ลูกจะเริ่มได้ยินเสียง นั่นคือ ประมาณ 14 สัปดาห์ เด็กน้อยก็จะเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอก มีหลากหลายวิธีที่คุณ จะสามารถส่งเสียง และสื่อสารไปถึงลูกในท้องได้ เช่น การวางหูฟังบนท้องของคุณแม่ เพื่อให้ทารกน้อยที่อยู่ในท้อง ได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากคุณแม่ อยากจะให้เจ้าหนูน้อยได้ยินเสียงของคุณ แทนที่จะจดจำเพลงจากที่อื่นแล้วล่ะก็ มีวิธีง่าย ๆ มาฝากค่ะ อย่างเช่น การร้องเพลงโปรดของคุณให้ลูกฟัง อ่านหนังสือออกเสียง (หนังสืออะไรก็ได้นะคะ ไม่จำว่าจะต้องเป็นหนังสือเด็กเท่านั้น) หากคุณเบื่อ ๆ เหงา ๆ ก็ลองพูดคุยกับลูกได้นะคะ หรือว่าระหว่างคุยกับคุณพ่อ ก็ชวนคุณพ่อคุยกับคุณลูกไปด้วยก็ได้นะ

momtalking

# เริ่มคุยกับลูกกระตุ้นสมองหนูน้อยเมื่อไหร่ดี

จริงๆ แล้วพ่อแม่สามารถพูดคุยกับลูกได้ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าเขาได้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ถ้าจะให้ดี หากเรารู้เพิ่มเติมอีกนิดว่า พัฒนาการทางร่างกายของลูกในแต่ละเดือนเจริญเติบโตอย่างไรบ้าง ก็จะช่วยให้การพูดคุยระหว่างพ่อแม่กับลูกมีความสุข สนุกสนาน พร้อมกับเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 # คุยกับลูก ช่วง เดือนที่ 1-3

ถือเป็นช่วงของการเริ่มต้นสร้างอวัยวะ กล้ามเนื้อ และเซลล์ประสาท ในช่วงนี้คุณแม่ควรให้ความสำคัญ กับเรื่องอาหาร ยา และระมัดระวังสารเคมีที่จะเป็นอันตรายกับลูกในท้องมากกว่า การพูดคุยอาจเป็นการซักซ้อมเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสมาชิกใหม่ของบ้าน และเพื่อความสุขความสบายใจของคุณแม่

momtalking

# คุยกับลูก ช่วง เดือนที่ 4-6

ช่วงนี้ประสาทสัมผัสทางการได้ยินของลูกจะเริ่มพัฒนา จะได้ยินเสียงเต้นหัวใจ และเสียงพูดของแม่ชัดขึ้น ลูกจะเริ่มจดจำน้ำเสียงของแม่ได้ และมีการตอบสนองด้วยการดิ้นหรือเคลื่อนไหวไปมา เนื่องจากระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อมีการทำงานประสานเชื่อมต่อกันมากขึ้น จากที่คุณแม่ได้ซักซ้อมสร้างความคุ้นเคยกับลูกในช่วงไตรมาสแรกมาแล้วคุณแม่ควรพูดคุยเป็นเรื่องราวมากขึ้น บางครั้งอาจเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเล่านิทาน หรือฟังเพลงสบายๆ จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้รวดเร็ว ในช่วงเดือนนี้คุณพ่ออาจเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุยกับลูกได้แล้วเช่นกัน

# คุยกับลูกช่วง เดือนที่ 7-9

เป็นช่วงที่ร่างกายของลูกเติบโตเป็นทารกที่สมบูรณ์ขึ้น ช่วงเดือนนี้ลูกจะเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง หรือตอบโต้ เพื่อสื่อสารความต้องการให้แม่ได้รับรู้ การพูดคุยจึงมีความสำคัญมาก คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับลูกบ่อยๆ เป็นประจำทุกวัน การเล่านิทานด้วยน้ำเสียงสูงต่ำอย่างมีชีวิตชีวา การฟังเพลงหรือร้องเพลงให้ลูกฟังจะช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างเครือข่ายใยประสาททางการได้ยินให้ทำงานได้เร็วขึ้น เมื่อลูกคลอดออกมา จะทำให้เป็นเด็ก ร่าเริง แจ่มใส มีความสามารถในการจัดลำดับความคิดในสมอง และจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดี

คุยกับลูกในท้อง

พูดกับลูกในครรภ์ สร้างพัฒนาการอย่างไร

  • ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ การได้ยินของลูก
  • ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ ทางด้านการพูด
  • ช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัย
  • ช่วยพัฒนาสมอง และประสามสัมผัสทั้ง 5

 

จะเห็นได้ว่า การพูดคุยกับเจ้าตัวน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เป็นพลังยิ่งใหญ่ที่พ่อแม่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เป็นการสื่อสารที่เชื่อมสายใยความรัก ความผูกพัน ระหว่างพ่อแม่ กับลูกที่ดีที่สุด ทั้งยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกาย และจิตใจให้ลูกที่จะคลอดออกมา เป็นเด็กเฉลียวฉลาด อารมณ์ดี และมีพัฒนาการสมวัยด้วยค่ะ

_________________________________________________________________________________________

ลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก มาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกินโดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

แหล่งอ้างอิง : fertilitycenterlv.com

บทความแนะนำ 

กินอะไรให้ลูกในท้องฉลาด สุดยอดอาหารกินแล้วลูกฉล๊าด ฉลาด สมองดี๊ดี

แม่ท้อง! ทำลายสมองลูก ! แม่จ๋าหยุดพฤติกรรมซ้ำๆ ทำร้ายสมองหนูได้แล้ว

กินผลไม้ตอนท้อง ลูกไอคิวสูงปรี๊ด

ลูกเสี่ยงIQลดหากแม่ท้องขาดไอโอดีน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Weerati

app info
get app banner