ความสําคัญของคาร์ซีท คาร์ซีทจำเป็นไหม วิธีฝึกลูกนั่งคาร์ซีท ให้ทารก เด็กเล็ก ปลอดภัย

ความสําคัญของคาร์ซีท คาร์ซีทจำเป็นไหม วิธีฝึกลูกนั่งคาร์ซีท ให้ทารก เด็กเล็ก ปลอดภัย

แม่ระวังแล้ว แต่คนอื่นนำภัยมาให้ ประสบการณ์สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ๆ ต้องระวัง และใช้คาร์ซีทเสมอ นี่คือเหตุผลสำคัญ ที่พ่อแม่หลายครอบครัวยอมฟังเสียงลูกร้องไห้จ้าตลอดทาง

ความสําคัญของคาร์ซีท

คาร์ซีทจำเป็นไหม ความสําคัญของคาร์ซีท คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่ มาดูประสบการณ์ครอบครัวนี้ แล้วพ่อแม่จะเข้าใจว่า ทำไมต้องซื้อคาร์ซีทราคาแพง คุณภาพดี พร้อมวิธีฝึกลูกนั่งคาร์ซีท ให้ทารก เด็กเล็ก ปลอดภัย

 

เมื่อรถคันอื่นนำภัยมาให้เรา

เพจคุณแม่มือใหม่ ได้โพสต์ประสบการณ์สำหรับทุกครอบครัว จากคุณแม่ Lisa Bedino ไว้ว่า

อยากมาแชร์ประสบการณ์สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ๆ นะคะ ต่อให้เราระวังภัยแค่ไหน ถ้าคนอื่นนำภัยมาให้ เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราป้องกันเบื้องต้นได้ค่ะ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 ครอบครัวเราได้รับอุบัติเหตุทางถนน โดยที่รถกระบะชนท้ายรถเก๋งสีขาว ทำให้เก๋งสีขาวพุ่งชนใส่รถเราอย่างแรง (รถเราคันสีดำ)

ความสําคัญของคาร์ซีท

ความสําคัญของคาร์ซีท

ในรถมีลูกสาวอายุ 3.8 ขวบ ลูกชายอายุ 8 เดือนอยู่ด้วย โชคดีมากที่เด็ก ๆ นั่งคาร์ซีท คนพี่แค่หัวโขกและโนนิดหน่อย คนน้องคาร์ซีทหลุดออกจากสายรัดเข็มขัดของรถ แต่น้องก็ยังปลอดภัย ตัวไม่หลุดออกจากคาร์ซีท อยากให้ทุก ๆ บ้านเห็นประโยชน์ของคาร์ซีทนะคะ เด็ก ๆ ไม่ยอมนั่งก็จับนั่งเถอะค่ะ บ้านไหนที่ลูกไม่ยอมนั่ง เดี๋ยวคราวหน้าเราจะมาแชร์ประสบการณ์การฝึกลูกที่ต่อต้านการนั่งคาร์ซีทให้ค่ะ เราถือว่าโชคดีด้วยที่ลูกปลอดภัย แต่เราคงไม่โชคดีขนาดนี้ถ้าเราไม่ให้ลูกนั่งคาร์ซีท คาร์ซีทไม่ได้แพงถึงขั้นเราซื้อไม่ได้นะคะ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับลูก ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ซื้อพวกเขากลับคืนมาไม่ได้ค่ะ

 

ความสําคัญของคาร์ซีท

ความสําคัญของคาร์ซีท

ความสําคัญของคาร์ซีท

แม่ ๆ รู้ไหม การไม่ใช้คาร์ซีทคือสาเหตุหนึ่งที่เด็กไทยเสียชีวิตบนท้องถนน ทุกครอบครัวควรฝึกลูกให้คุ้นเคยกับคาร์ซีทตั้งแต่เล็ก ๆ โดยจำเป็นต้องติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกวิธีด้วยฝีมือของผู้เชี่ยวชาญ

 

วิธีติดคาร์ซีท

วิธีติดคาร์ซีทจะขึ้นอยู่กับช่วงวัยของทารกเป็นสำคัญ รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน อธิบายว่า

การเลือกใช้ car seat จะขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักตัวของเด็กเป็นหลัก ดังนี้ค่ะ

ความสําคัญของคาร์ซีท

ความสําคัญของคาร์ซีท

ทารกแรกเกิด จนถึงอย่างน้อยอายุ 2-4 ปี

ควรใช้ car seat สำหรับเด็กเล็กเป็นที่นั่งแบบปรับให้หันหน้าไปด้านหลังรถ (Rear-facing car seat) เดิม car seat แบบนี้ แนะนำให้ใช้จนถึงอายุ 2 ปี แต่ในการศึกษาวิจัยในปัจจุบันแนะนำให้เด็กนั่ง car seat แบบหันหน้าไปด้านหลังรถให้นานที่สุดจนกว่าอายุ 4 ปีหรือตัวโตจนความสูงเกินขนาดของ car seat ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสเกิดการหักของกระดูกต้นคอหากเกิดอุบัติรุนแรง

ความสําคัญของคาร์ซีท

ความสําคัญของคาร์ซีท

เด็กอายุ 2-3 ปี จนถึง 4-7 ปี

สามารถใช้ car seat เป็นที่นั่งแบบหันมาด้านหน้าตามปกติ (Forward-facing car seat) โดยมีขนาดที่ครอบคลุมทั้งลำตัวและศีรษะเด็ก โดยมีสายรัดลำตัว เป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุดติดตั้งมาพร้อมที่นั่ง ยึดติดกับรถด้วยเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์

 

เด็กอายุ 4-7 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี

ควรใช้ car seat แบบ เป็นที่นั่งแบบหันมาด้านหน้าเช่นเดิม จนกว่าจะโตจนความสูงเกินขนาดของ car seat หรือ น้ำหนักตัวมากกว่า 18 กิโลกรัม ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ที่นั่งแบบหันไปด้านหน้า ไม่มีสายรัดติดตั้งมากับที่นั่ง (Belt-positioning booster seat) เพื่อเสริมความสูงให้กับเด็กและปรับตำแหน่งเข็มขัดนิรภัยของรถให้พอดีกับลำตัวเด็ก

 

เด็กอายุมากกว่า 10 ปี

หรือนํ้าหนักมากกว่า 28 กก. สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยปรกติที่มีใน รถยนต์ได้ โดยไม่ต้องใช้ booster seat ทั้งนี้เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วสายคาดควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และไม่ทำให้เกิดอันตรายแก่เด็ก

อ่านเพิ่มเติม คาร์ซีท ใช้ตอนกี่เดือน ทารกแรกเกิดนั่ง Car Seat ได้ไหม

 

วิธีฝึกลูกนั่งคาร์ซีท ให้ทารก เด็กเล็ก ปลอดภัย

เพจหมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก ได้โพสต์ “รับมือลูกไม่นั่ง car seat” ไว้ว่า

ฝึกลูกนั่งคาร์ซีท

1. หมั่นมีกิจกรรมให้ลูกติดใจเสียงเราบ่อยๆ เช่น ร้องเพลงร่วมกัน เล่านิทานด้วยเสียงที่น่าสนใจของเรา เพราะช่วงเวลาที่เราขับรถ มือเราไม่ว่าง แต่ปากเรายังสามารถทำงานได้!

เพื่อดึงเวลาให้ลูกจดจ่อกับเรามากกว่าตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้อย่างเดียว

2. ก่อนขึ้นรถควรให้ลูกมีความรู้สึกว่า “สามารถควบคุม” ได้บ้าง เช่น ให้ลูกเลือกของเล่น และหยิบของเล่นใส่ถุงเล็กๆ เพื่อไว้เล่นในรถ หรืออาจเป็นเลือกของทานเล่น (ที่มีประโยชน์) กับของเล่นบางอย่าง ไปเพลิดเพลินในรถ

หรือบางบ้านที่เดินทางไกลและเด็กอายุมากกว่า 2 ปีที่ระยะเวลาการดูทีวียังไม่เกินกำหนดก็จะให้เลือกเรื่องที่จะดูในรถได้ (แต่ข้อนี้ต้องระวังการติดทีวีด้วย)

3. การพูดคุยกับลูกช่วงนี้ ไม่ใช่การติดสินบน ไม่ใช่ลูกร้องแล้วส่ง IPAD ให้ดู หรือลูกร้องแล้วบอกว่า “จะได้กินไอติมเมื่อไปถึงที่หมาย”

ความต่างอยู่ที่ว่า เราเป็นคนนำเสนอก่อนที่ลูกจะร้องโวยวาย มักเกิดขึ้นก่อนขึ้นรถ และเป็นข้อเสนอที่เราพิจารณาแล้วว่า เหมาะกับวัย ไม่ติดของ

4. หากลูกร้อง ดิ้น ไม่ยอมแม้แต่จะเข้ามานั่งใน car seat เราจำต้องจับตัวลูกให้แน่น ๆ เพื่อพาลงที่นั่ง ใช้เสียงที่นุ่มนวลและหนักแน่น

บอกลูกว่า “แม่ต้องอุ้มหนูแน่นๆ จะได้เอาตัวหนูลง car seat, นั่งในนี้หนูจะปลอดภัย”

สิ่งสำคัญมากคือ แรงที่เราอุ้มลูกและเสียงที่เราพูด จะต้องสื่อถึงความอ่อนโยนแต่จริงจัง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นหงุดหงิด และกระชากตัวกันไป….

ไม่ต้องห่วงเรื่องลูกฟังไม่เข้าใจ แม้จะอายุ 1 ปี เพราะเขาจับน้ำเสียงของเราได้

ความสม่ำเสมอของทั้ง 4 ข้อที่ทำจะทำให้เขาเข้าใจได้ในที่สุด

อ่านเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/PositiveparentingDr.saowapa

 

จากข่าวคราวเรื่องอุบัติเหตุที่ผ่าน ๆ มา เป็นตัวอย่างที่ดี ตอบคำถามได้ว่า คาร์ซีทจำเป็นไหม เพราะมันไม่คุ้มเลยถ้าต้องแลกกับการสูญเสียลูกไป พ่อแม่จึงต้องใส่ใจ เลือกซื้อคาร์ซีทที่ได้มาตรฐาน ติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกวิธี และฝึกลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อความปลอดภัยนะคะ

ช่วงแรก ๆ เจ้าตัวน้อย อาจจะไม่ยินยอม ร้องกระจองงอแง แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง ค่อย ๆ ฝึกลูกนั่งคาร์ซีทไป อย่าโมโห สงบสติอารมณ์ และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับลูก เมื่อลูกเริ่มคุ้นเคยแล้ว การได้นั่งคาร์ซีทชมวิวระหว่างทาง ก็จะกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ของครอบครัวได้ค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เตือนภัย! อุบัติเหตุคาร์ซีทกับรถเข็นช้อปปิ้งไถลตกฟุตบาธ

โรคฮีน็อคในเด็ก อย่าคิดว่าแค่ผื่นธรรมดา..อันตรายหากถึงมือหมอช้า

ของใช้ทารก ใช้ให้ลูกน้อย ต้องระวัง ใช้เกินอายุปิดกั้นพัฒนาการ ลูกเสี่ยงเสียชีวิต

รถชนยับขนาดนี้ ลูกวัย 10 เดือนนั่งคาร์ซีทจะเป็นยังไง พ่อขอเล่าเหตุการณ์ระทึก!

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner