ข้อเท็จจริง โรคซางในเด็กเล็ก คืออะไร

ข้อเท็จจริง โรคซางในเด็กเล็ก คืออะไร

ลูกกินน้อย ไม่ยอมกิน และมักจะมีเหงื่อออกตามหัว เวลานอนตอนกลางคืน ทั้งที่อยู่ในห้องแอร์ ผู้ใหญ่มักบอกว่า เป็นโรคซาง ต้องกินยาแก้ซาง แล้วโรคซางคืออะไรกันแน่ มาไขข้อข้องใจกันค่ะ

ข้อเท็จจริง โรคซางในเด็กเล็ก คืออะไร

นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้านอธิบายว่า ซาง มักหมายถึงโรคในเด็ก เด็กเป็นไข้ตัวร้อน ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือมีอาการท้องเสีย ก็เรียกว่า ซาง ได้ เด็กพุงโรก้นปอดขาดอาหารก็เรียกว่า ซาง คำนี้จึงมีความหมายเพียงว่า “โรคในเด็ก” ซึ่งมีสาเหตุได้มากมาย แต่หากจะพูดให้แคบเข้า ซาง หมายถึง อาการขาดสารอาหาร หรือพุงโรก้นปอด จากพยาธิในลำไส้

ตามตำราแพทย์แผนโบราณ โรคซางที่หมายถึงโรคในเด็ก คือ โรคซางที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนมักใช้เรียกเด็กที่มีอาการมีลักษณะเกิดเป็นเม็ดขึ้นในปากในคอ ลิ้นเป็นฝ้า มีอาการ เช่น ไม่กินนม ไม่กินข้าว ปวดหัวตัวร้อน มีเหงื่อที่หัว มือเท้าเย็น มีผื่นขึ้นตามตัว ซึ่งมักจะรักษาด้วยยาแผนโบราณ และมักจะเรียกกันว่า ยาแก้ซาง ได้แก่ ยาเขียวบด ยากวาดคอ หรือยาสมุนไพรตามประสบการณ์ของผู้ใหญ่สมัยก่อนค่ะ

แต่ในทางการแพทย์ปัจจุบัน โรคซาง เป็นภาวะขาดสารอาหาร พบมากในเด็กต่างจังหวัดในอดีต เนื่องจากมีฐานะยากจน  ขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูลูกอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ ทำให้เด็กขาดโปรตีนและพลังงาน มีอาการ เช่น เบื่ออาหาร ไม่กินนม ไม่กินข้าว รูปร่างผอม กล้ามเนื้อลีบ ไขมันน้อยกว่าเด็กทั่วไป รวมถึง พุงโรก้นปอด เนื่องจากพยาธิ แต่ในปัจจุบันการขาดสารอาหารในเด็กเล็ก ไม่ค่อยพบบ่อยแล้ว เนื่องจากพ่อแม่ปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสุขภาพและโภชนาการมากขึ้น

สาเหตุของโรคซางในเด็กเล็ก

  1. ขาดความรู้ความเข้าใจในการให้ลูกทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เช่น
  • เด็กได้รับนมแม่ไม่เพียงพอในช่วง 6 เดือนแรก
  • ให้นมผสมที่ไม่ถูกต้อง เช่น วิธีผสม ปริมาณ และชนิดของนมผสมที่ไม่เหมาะกับลูก
  • ให้ลูกเริ่มอาหารเสริมช้าหรือเร็วเกินไป
  • ขาดความเอาใจใส่ ให้ลูกกินจุบจิบ หรือกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ทำให้อิ่มและไม่อยากกินอาหารมื้อหลัก
  1. การเจ็บป่วยของเด็กทำให้เบื่ออาหาร การดูดซึม และการย่อยอาหารบกพร่อง ทำให้เด็กได้รับอาหารน้อยลง
  2. ความยากจนทำให้ไม่สามารถบำรุงลูกด้วย เนื้อ นม ไข่ (อาหารที่ให้โปรตีน) ได้อย่างเพียงพอ

การป้องกันและรักษาโรคซาง

โรคซาง หรือโรคขาดสารอาหาร สามารถดูแลและป้องกันได้ ดังนี้

  1. ให้ลูกกินนมแม่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพราะนมแม่ถือป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก และยังเป็นแหล่งภูมิคุ้มกันชั้นดี ทำให้ไม่เจ็บป่วยง่าย
  2. ฝึกนิสัยการกินที่ดีให้กับลูก ฝึกให้ลูกกินเป็นเวลา นั่งเรียบร้อยอยู่กับที่ ไม่กินไปเล่นไป ไม่กินจุบจิบก่อนถึงมื้อหลัก ซึ่งจะทำให้เด็กอิ่มก่อนถึงมื้ออาหาร และได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
  3. ให้ลูกกินอาหารเสริมตามช่วงวัย การให้ลูกกินอาหารเสริมที่เหมาะสมกับวัย การเริ่มอาหารเสริมนั้นควรเริ่มหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว เริ่มทีละน้อย จากการอาหารเหลวก่อน แล้วค่อยเพิ่มความหยาบ และกินอาหารให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนถูกหลักโภชนาการ หากลูกไม่ยอมกินไม่ควรบังคับ เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีกับการกิน แต่ควรหาวิธีจูงใจให้ลูกอยากกินอาหารมากกว่า
  4. ถ่ายพยาธิ หากลูกมีอาการพุงโรก้นปอดเนื่องจากพยาธิลำไส้ คุณหมออาจพิจารณาให้ยาถ่ายพยาธิแก่เด็ก เพื่อจัดการกับพยาธิที่มาแย่งสารอาหารของเด็กเสียก่อน

ผลกระทบจากโรคซาง

เมื่อเด็กขาดสารอาหาร นอกจากจะทำให้ร่างกายผอมแห้ง ไม่แข็งแรง กล้ามเนื้อลีบ ยังส่งผลในเรื่องสุขภาพ ระบบขับถ่าย ระบบทางเดินหายใจ และมีพัฒนาการช้าอีกด้วย

คุณแม่ได้รู้จัก โรคซางในเด็กเล็ก ไปแล้วนะคะ อันที่จริงโรคนี้ไม่น่ากลัว เพียงคุณแม่เอาใจใส่ลูกให้มากขึ้น เปลี่ยนนิสัยการกินให้กับลูก ก็สามารถป้องกันและรักษาโรคซาง ให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นได้แล้วค่ะ

ที่มา www.doctor.or.thwww.royin.go.thwomen.sanook.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น ทำไงดี

เมื่อลูกมีไข้ดูแลอย่างไรให้ถูกวิธี

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner