วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทารก พ่อแม่ควรทำอย่างไรไม่ให้ลูกเป็นเด็กป่วยง่าย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนคงไม่อยากเห็นลูกป่วยบ่อย ๆ หรือเข้าโรงพยาบาลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกตัวน้อยซึ่งยังบอบบาง ใหม่ต่อสภาพแวดล้อม และอยู่ท่ามกลางเชื้อโรคที่มองไม่เห็นรอบตัว วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทารก หรือการจะสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงนั้น จะพัฒนาขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากเชื้อโรค บทความนี้จะพาไปดูวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

 

ภูมิคุ้มกันสำคัญต่อลูกน้อยอย่างไร

ระบบภูมิคุ้มกันมีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย เพราะทำหน้าที่ป้องกันหรือต่อต้านเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายจนเกิดการติดเชื้อ หากร่างกายของลูกน้อยแข็งแรงก็จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและอาการเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าหากภูมิคุ้มกันของลูกน้อยไม่แข็งแรง ก็อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเรียนรู้และการจดจำในเด็กเล็ก

คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทารกตั้งแต่แรกด้วยการให้ลูกกินนมแม่ เพราะนมแม่ถือเป็นวัคซีนหยดแรกของลูก อีกทั้งยังมีประโยชน์และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ช่วยต่อต้านเชื้อโรคมากมาย

 

9 วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทารก ไม่ให้ลูกเป็นเด็กป่วยง่าย

การทำให้สภาพแวดล้อมปราศจากเชื้อโรค เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันพัฒนาตั้งแต่ในครรภ์นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อลูกคลอดแล้ว รอบตัวเรามีทั้งฝุ่น ทั้งเชื้อโรคที่มองไม่เห็น และกว่าที่ร่างกายของลูกน้อยจะเสริมสร้าง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้แข็งแรงได้ จำเป็นต้องใช้เวลาไม่น้อยเลย มันคงจะดีกว่าไหม ถ้าพ่อแม่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยเองได้เลย วันนี้เลยมีคำแนะนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเจ็บป่วยบ่อย ๆ มาดูกันเลยค่ะ

 

1. ให้ลูกได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดไปจนอย่างน้อย 6 เดือน

นมแม่ โดยเฉพาะน้ำนมเหลือง หรือหัวน้ำนม ถือเป็นสุดยอดอาหารสำหรับทารก ซึ่งจะพบในนมแม่ช่วง 1-3 วันแรกหลังคลอดเท่านั้น ในนมเหลืองมีสารอาหารมากมาย หนึ่งในนั้นคือ แลคโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรงมากขึ้น รวมทั้งยังมีเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันในน้ำนม (MFGM) ซึ่งประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมันมากกว่า 150 ดีต่อระบบขับถ่ายของลูกน้อยและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของทารกให้แข็งแรง

นอกจากนี้ ในนมแม่ยังมีแอนติบอดี หรืออิมมิวโนโกลบูโลลิน ซึ่งเป็นสารภูมิต้านทานนั่นเอง ดังนั้น หากคุณแม่สามารถให้น้ำนมแม่ได้อย่างต่อเนื่อง และให้น้ำนมที่มีคุณภาพแก่ลูกได้ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยเสริมให้ลูกมีภูมิต้านทานที่ดีด้วยเช่นกัน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความที่เกี่ยวข้อง : แลคโตเฟอร์ริน คืออะไร พบได้ในนมแม่ มีส่วนสำคัญกับทารกมากกว่าที่คิด

 

 

2. วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทารก โดยพาไปรับวัคซีนตามกำหนด

การฉีดวัคซีน เป็นวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทารก ที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยจากเชื้อโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีกับลูกได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ และหลังจากที่ทารกคลอดออกมาแล้ว คุณหมอจะนัดวันเวลาในการเข้ามารับวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ซึ่งพ่อแม่ควรเช็กวันที่ลูกต้องไปรับวัคซีนให้ดี และต้องไปรับตามที่หมอนัดอย่าให้ขาด

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

3. พยายามล้างมือบ่อย ๆ ก่อนสัมผัสลูก

เด็กแรกเกิดนั้นเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ เป็นขวัญใจของทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่คุณพ่อคุณแม่ที่อยากใกล้ชิด แต่ยังมีพี่ป้า น้าอา ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ที่อยากจะเข้ามาแสดงความยินดีกับคุณ มาทักทายเจ้าตัวเล็ก แต่ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่ หรือใครก็ตาม จะเข้ามาอุ้ม สัมผัส หรือใกล้ชิดกับลูกน้อย ควรที่จะล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง พยายามอย่าให้คนที่มีอาการป่วย มีน้ำมูก ไอจาม เข้ามาคลุกคลีกับลูกของคุณเด็ดขาด และอย่าเผลอไอหรือจามใส่ลูกน้อยเองด้วยนะคะ

 

4. เตรียมอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้ลูกเสมอ

เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัยที่เริ่มทานอาหารตามวัยได้แล้ว การเตรียมอาหารที่ดี ทำสดใหม่ ก็ช่วยป้องกันลูกน้อยจากอาการเจ็บป่วยได้ด้วยเช่นกัน คุณแม่ควรให้ลูกน้อยได้รับอาหารครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ให้ลูกน้อยได้กินผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอ เพราะในผักและผลไม้ล้วนอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นมากมาย ที่ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรงห่างไกลโรค และในแต่ละวันควรให้ทารกได้ดื่มน้ำมาก ๆ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตารางอาหารทารกขวบปีแรก ลูกน้อยในแต่ละวัยควรกินอะไร เท่าไหร่ ถึงจะพอดี?

 

 

5. หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น

คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนให้ยากับลูก โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ หรือยาแก้อักเสบ ซึ่งเป็นยาที่ใช้สำหรับต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยที่ยาเหล่านี้ไม่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อรา หรือโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัส เช่น ไข้หวัดธรรมดา หากคุณแม่พบว่าลูกน้อยไม่สบาย ไม่ควรซื้อยาแก้อักเสบให้ลูกกินเอง และหากได้ยาชนิดนี้มาก็ควรทานติดต่อกันให้หมด หากทานไม่หมดจะทำให้เกิดการดื้อยานั่นหมายความว่าโรคที่หายไป แล้วจะกลับมาอีกครั้ง และจะรักษายากกว่าเดิมค่ะ

 

6. อย่าให้ลูกอยู่ใกล้บุหรี่มือสอง

คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามพาลูกน้อยออกไปอยู่ห่างจากควันบุหรี่ หรือแม้แต่คนที่สูบบุหรี่ก็ไม่ควรให้เข้าใกล้ลูก เพราะว่าทารกที่ได้รับควันบุหรี่มือสองมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเสียชีวิตจากโรคใหลตายในทารก มีโอกาสที่จะติดเชื้อในหู ไอเรื้อรัง มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ มีอาการฟันผุ อีกทั้งจะทำให้หายจากโรคต่าง ๆ ได้ช้าลง ไม่เพียงแค่จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพของลูกน้อยเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อนิสัยของเด็กอีกด้วย

 

7. ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูกไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ทารกติดเชื้อง่าย ตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนได้น้อยลง นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่ระบุว่าการนอนหลับไม่เพียงพอยังเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตันในอนาคตด้วย คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ตามจำนวนชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมของเด็กแต่วัย เพื่อการเจริญเติบโตและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันลูกน้อยให้แข็งแรง ยิ่งกว่านั้น คุณแม่ทราบไหมว่าการดื่มนมอุ่น ๆ หลังมื้ออาหารจะช่วยให้ลูกน้อยหลับได้ดีขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : แจกตารางการนอน ของทารก ทารกควรนอนนานเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

8. สนับสนุนให้ลูกออกกำลังกายและเล่นสนุก

การออกกำลังกายจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งเด็กทารกจะยังไม่มีรูปแบบการออกกำลังกายที่ชัดเจน คุณพ่อคุณแม่จึงควรพาลูกเคลื่อนไหวบ่อย ๆ เช่น พาลูกคลาน เดิน หรือเต้นตามเพลง เป็นต้น อย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเนื่อง

 

9. พาลูกไปตรวจคัดกรอง ตรวจสุขภาพ

ค่าตรวจร่างกาย ค่าตรวจสุขภาพ จะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาล คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมที่จะพาลูกน้อยไปตรวจตามที่หมอนัดทุกครั้ง เพื่อตรวจดูพัฒนาการและความแข็งแรงของทารก ความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ซึ่งคุณหมอได้แนะนำว่า ทารกน้อยควรได้รับธาตุเหล็ก เพื่อป้องกันโรคโลหิตจาง รวมถึงคุณแม่หลังคลอดด้วย ซึ่งคุณแม่ควรที่จะได้รับวิตามินดีเสริมเช่นกันจนกระทั่งลูกน้อยหย่านมค่ะ

 

สารอาหารช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานให้แก่ลูกน้อยได้

เด็กเล็กในช่วงปีแรกยังมีระบบภูมิคุ้มที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดีเท่าผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีความหลากหลาย เพราะสารอาหารเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ โดยสารอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ลูกน้อย มีดังนี้

  • แลคโตเฟอร์ริน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย พบได้ในน้ำนมแม่ และนมวัว
  • MFGM เป็นเยื่อหุ้มของกรดไขมัน รวมไปถึง DHA และ ARA พบได้ในน้ำนมแม่
  • ดีเอชเอ พบได้ในปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแมกเคอเรล และปลาแซลมอน
  • วิตามินซี พบได้ในมะละกอ ส้ม แคนตาลูป สตรอว์เบอร์รี บรอกโคลี มะม่วง และมะเขือเทศ 
  • เบตาแคโรทีน พบได้ในแครอท ฟักทอง มะม่วง ผักปวยเล้ง มันฝรั่งหวาน และบรอกโคลี
  • โปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี พบได้ในเนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อวัว เนื้อไก่ไม่ติดมัน ไข่แดง ตับ และพืชตระกูลถั่ว

 

การไม่มีโรคนั้นเป็นลาภอันประเสริฐ ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่ไม่อยากป่วย เด็ก ๆ ก็เช่นกัน ไม่ว่าเด็กจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ควรมีสุขภาพที่ดี แข็งแรงเข้าไว้ ยิ่งถ้าเป็นทารกแม้จะยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็ต้องให้คุณพ่อคุณแม่คอยดูแลก่อน ดังนั้น อย่าละเลยเรื่องสุขภาพของลูกเด็ดขาดนะคะ เพราะโรคบางอย่างส่งผลในระยะยาวหรือเมื่อตอนที่ลูกโตขึ้น ควรดูแลลูกให้แข็งแรงตั้งแต่เล็ก ๆ เลย จะเป็นการดีที่สุดค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

มัดรวมประโยชน์ของ “แลคโตเฟอร์ริน” สารอาหารยืนหนึ่ง เรื่องสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

พ่อแม่ต้องรู้! อนามัยจัดระวังลูกเป็นโรค ปล่อยลูกให้เปรอะเปื้อนบ้าง

ตารางอาหารทารกแรกเกิด – 1 ปี ลูกน้อยควรกินเท่าไหร่ใน 1 วัน

 

ที่มา : citizen,nestle ,paolohospital , hifamilyclub

บทความโดย

Khunsiri