ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน ขมปาก วิธีแก้รสขมเฝื่อนในปาก สำหรับคนท้อง

lead image

ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน เหมือนกำลังดูดแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมอยู่ ทำอย่างไรดี แม่ท้อง ขมปาก ขมคอ มีวิธีแก้รสขมเฝื่อนในปาก อย่างไรบ้าง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

อีกหนึ่งอาการที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นก็คือ รสขมเฝื่อนในปาก รู้สึกเหมือนกำลังดูดแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียมอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น และไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถขจัดรสนี้ไปจากช่องปากได้เลย รสขม ๆ เฝื่อน ๆ นี้ ที่จริงแล้ว เป็นการรับรสที่เปลี่ยนไป (Dysgeusia) ซึ่งมักเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นปกติ มาดูกันว่า ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน รู้สึกขมปาก ขมคอ เช่นนี้จะมีวิธีแก้อย่างไร

 

ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน เป็นอย่างไร ?

เมื่อเกิดความรู้สึกรสขมเฝื่อนในปาก หรือการรับรสที่เปลี่ยนไปขึ้นเป็นครั้งแรก แม่ท้องก็จะรู้สึกแปลก ๆ เป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก และยิ่งครรภ์มีการพัฒนาไปมากเท่าไหร่ รสชาติแปลกประหลาดนี้ ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

ต่อมการรับรู้รสชาติที่เปลี่ยนไปในช่วงตั้งครรภ์นี้ เนื่องจาก ร่างกายคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งส่งผลต่อต่อมรับรส ทำให้หลายคนรู้สึกขมปาก ขมคอ หรือมีรสโลหะในปาก

ยิ่งคุณแม่คนไหนที่มีอาการแพ้ท้อง ผนวกเข้ากับความรู้สึกฝาดเฝื่อนที่ลิ้น ก็ยิ่งจะทำให้รู้สึกอยากอาเจียนหนักเข้าไปอีก ไม่ว่าจะรับประทานอะไร เคี้ยวหมากฝรั่ง อมลูกอม ดื่มน้ำผลไม้ แต่ก็ไม่ช่วยให้ความรู้สึกนี้หายไปได้เลย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้เป็นอาการปกติ และจะค่อยๆ หายไปเองหลังคลอดค่ะ

 

รสขมเฝื่อนในปากเกิดขึ้นตอนไหน ?

คุณแม่ตั้งครรภ์จำนวนมากถึงร้อยละ 93 นี้ จะประสบกับรสชาติฝาดเฝื่อนในช่องปาก ซึ่งจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เป็นอาการของต่อมรับรสที่เปลี่ยนแปลง คุณแม่บางคนบอกว่า รสชาติที่ปรากฏในปาก เสมือนกับการดื่มน้ำที่เทค้างเอาไว้ในแก้วสเตนเลส บางคนรู้สึกถึงความเปรี้ยว ๆ ในปาก มักจะเกิดขึ้นตอนท้องว่าง หรือยังไม่ได้ทานอะไร อธิบายได้ยาก แต่หากเกิดขึ้นกับแม่ท้องแล้ว ก็คงจะรู้ได้ในทันที

 

ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน จะหายตอนไหน ?

เช่นเดียวกันกับอาการแพ้ท้อง อาการต่อมรับรสเปลี่ยนไปจะดีขึ้น หรืออาจจะหายเป็นปลิดทิ้ง ในช่วงไตรมาสที่สอง เมื่อระดับฮอร์โมนตั้งครรภ์เริ่มคงที่มากขึ้น หรือหากแย่หน่อย คุณแม่ก็อาจจะต้องเจอกับอาการนี้ไปจนกว่าจะคลอด แต่แน่นอนว่า หลังจากลูกน้อยคลอดออกมาแล้ว คุณแม่จะหายจากอาการขมเฝื่อนในปากแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง : เตรียมรับมือ! 4 อาการแม่ท้องแก่ไตรมาสสุดท้าย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

รสขมติดคอ

สาเหตุของรสชาติขมเฝื่อนในปาก

  • สาเหตุที่ทำให้เกิดรสชาติขมเฝื่อนในปาก นั่นก็คือ การตั้งครรภ์นั่นเอง คุณแม่คงไม่เคยมีปัญหาแบบนี้มาก่อน จนกระทั่งตั้งครรภ์ และเจ้ารสแย่ ๆ นี้ ก็เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้การรับรู้รสชาติ กลิ่น และความอยากอาหาร ได้รับผลกระทบไปหมด ประสาทสัมผัสในการรับรู้กลิ่น ก็ไวขึ้นมาก อีกทั้งยังทำงานสัมพันธ์กับประสาทการรับรสอย่างดี จึงยิ่งทำให้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้กลิ่นฉุน ก็จะยิ่งเพิ่มรสขมเฝื่อนในปากให้มากขึ้นไปอีก
  • อาการบวมน้ำ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของรสขมเฝื่อนในปาก ในขณะตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่ได้เก็บกักน้ำเอาไว้มาก อาการบวมน้ำก็จะกระทบกับการทำงานของเซลล์ในร่างกาย รวมทั้งต่อมรับรสด้วย

 

ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน แก้รสขมเฝื่อนในปาก ทำอย่างไร ?

แม้ว่ารสชาติขมเฝื่อนเหมือนรสโลหะนี้จะไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่การเตรียมตัวเตรียมใจ และเตรียมวิธีรับมือกับอาการที่จะเกิดขึ้น ก็จะทำให้คุณแม่ท้องคลายความวิตกกังวลไปได้ วิธีที่จะลดความรู้สึกขมเฝื่อนในปาก สามารถทำได้ดังนี้

  • ดื่มเครื่องดื่มที่เป็นกรด จะต้านรสขมเฝื่อนได้ ดื่มน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่าง ส้ม มะนาว สับปะรด กีวี แอปเปิลเขียว ก็จะช่วยลดความรู้สึกขมเฝื่อนลงได้ หรือถ้าคุณแม่ชอบของหวาน ก็ลองทานอมยิ้มที่มีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ของหมักดองแช่น้ำส้มสายชูอย่าง แตงดอง มะกอกดอง ที่เก็บเอาไว้ทานตอนเปรี้ยวปากก็เอามาใช้ได้ มันฝรั่งทอดรสน้ำส้มสายชู กับเกลือก็ช่วยได้เหมือนกัน แต่ที่สำคัญไม่ว่าจะเลือกกิน หรือเลือกดื่มอะไร ก็ต้องระวังอย่ารับประทานมากจนเกินไป
  • การอมก้อนน้ำแข็งไว้ในปากก็สามารถช่วยได้ จะให้ดียิ่งขึ้น ลองผสมน้ำมะนาวเล็กน้อยลงไปในน้ำก่อนนำไปแช่ เพื่อเพิ่มรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ
  • รับประทานเมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น การแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ และทานบ่อยขึ้น แทนที่จะทานมื้อใหญ่เพียงไม่กี่มื้อ จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ และบรรเทาอาการปากขม หรือรสชาติโลหะในปากได้
  • พูดคุยกับแพทย์ เกี่ยวกับการเปลี่ยนวิตามินสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ให้มีรสขมเฝื่อนน้อยลง เพราะวิตามินบางประเภท ก็เป็นสาเหตุที่หนึ่งที่ทำให้เกิดรสชาติขมเฝื่อนในปากเช่นกัน
  • รักษาอนามัยในช่องปาก แปรงลิ้นเพื่อขจัดรสขมเฝื่อน ก็ช่วยได้ ใช้น้ำยาบ้วนปากระหว่างมื้ออาหาร โดยสามารถทำน้ำยาบ้วนปากเองได้จากการใช้น้ำอุ่นผสมเกลือ
  • ใช้เบกกิ้งโซดา ¼ ช้อนชาผสมลงในน้ำ เพื่อใช้ปรับค่าความเป็นกรดด่างในช่องปากคุณให้สมดุล
  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารมีกลิ่นฉุน และอาหารทะเล ในช่วงนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง : อาการผิดปกติแบบไหนที่คนท้องต้องไปพบหมอ 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 11

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในช่วงสองสามเดือนต่อจากนี้ คุณแม่อาจจะต้องอดทนกับรสชาติแปลก ๆ นี้ แต่วิธีที่กล่าวมาในข้างต้น ก็จะช่วยบรรเทาอาการ ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน ให้คุณแม่ได้ไม่มากก็น้อย สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาขมเฝื่อนในปากไม่ได้บ่งชี้ถึงปัญหาซ่อนเร้นอื่น ๆ แต่ประการใด หากคุณแม่ไม่สบายใจ อาจลองปรึกษาแพทย์ดู เพื่อคลายความวิตกกังวล

 

ตั้งครรภ์ ลิ้นเฝื่อน คนท้อง ขมปาก จะได้ลูกสาวจริงไหม?

คุณแม่อาจเคยได้ยินมาว่า คนท้องที่รู้สึกขมปากหรือมีรสโลหะในปาก มักจะได้ลูกสาว! จริงๆ แล้วเป็นแค่ความเชื่อโบราณ ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ หากอยากรู้เพศลูกแบบชัวร์ๆ แนะนำให้ตรวจ NIPT ค่ะ แม่นยำกว่า 99% แถมยังช่วยคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม ได้ด้วย

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

5 อาการแปลกประหลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์

อาการที่จะเกิดขึ้นกับแม่ท้องแต่ละคน ก็อาจจะแตกต่างกันไป แม้ว่าจะมีอาการพื้น ๆ ที่แม่ท้องส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน อย่างเช่น ต่อมรับรสเปลี่ยนแปลง อาการแพ้ท้อง ปวดเมื่อย แต่ Dr. Robyn Horsager-Boehrer และ Dr. Elaine Duryea ผู้ซึ่งเป็นทั้งคุณแม่ และคุณหมอด้านสูตินรีเวชวิทยา ได้บอกเอาไว้ว่า อาการแปลกประหลาดแค่ไหน ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณหมอทั้งสองได้แบ่งปันประสบการณ์แปลก ๆ ที่ประสบด้วยตัวเอง มาดูกันว่า มีอาการที่คุณแม่กำลังเผชิญอยู่ด้วยหรือเปล่า

  • รสชาติที่เปลี่ยนไป

คุณหมอโรบินเป็นนักดื่มกาแฟตัวยง แต่กลับไม่สามารถดื่มได้ ทั้งกลิ่น ทั้งรส ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด สาเหตุเพราะท้องลูกแฝด คุณหมอยังบอกอีกว่า ในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ตัวเองไม่สามารถดื่มกาแฟ โดยที่ไม่รู้สึกพะอืดพะอมได้เลย และนั่นทำให้คุณหมอต้องทรมานกับการตัดขาดกับคาเฟอีนอยู่พอสมควร

ต่อมรับรสที่เปลี่ยนไปนี้ เกิดขึ้นเพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่เพิ่มสูงขึ้น อาหารที่เคยโปรดปราน ก็อาจจะเกลียดได้ในชั่วข้ามคืน ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะเอร็ดอร่อยกับอาหารที่เคยไม่ชอบนักหนาก็ได้ แปลกไหมล่ะ ? การรับรู้รสชาติที่เปลี่ยนไปนี้ ก็ยังทำให้เกิดรสเฝื่อน ๆ เหมือนวางเหล็กเอาไว้ที่ลิ้น คุณแม่อาจจะพะอืดพะอมมากที่เดียว

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับอาการนี้ เพราะส่วนใหญ่แล้วจะรู้สึกดีขึ้นเพื่อระดับฮอร์โมนมีความคงที่ ในช่วงไตรมาสที่สอง บางคนอาจจะยาวนานหน่อย แต่หลังจากคลอดแล้ว จะกลับมารับประทานอาหารที่ชอบได้เหมือนเดิมแน่นอน เช่นเดียวกันกับที่คุณหมอโรบิน ก็สามารถกลับมารับประทานอาหารเช้า กับกาแฟได้อย่างดื่มด่ำแล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง : อาการผิดปกติของคนท้องในแต่ละไตรมาส วิธีสังเกตอาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ ที่แม่ต้องไปโรงพยาบาล

ความเจ็บรอบสะดือ

  • ความเจ็บปวดรอบสะดือ

ในระหว่างการอัลตร้าซาวด์ คุณแม่บางคนสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อคุณหมอขยับเครื่องมือไปบริเวณรอบ ๆ สะดือ ความเจ็บปวดนี้เกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์แน่นอน แม้ว่าจะไม่อาจทราบสาเหตุได้อย่างแน่ชัด แต่พื้นที่บริเวณหน้าท้อง ทั้งผิวหนัง และกล้ามเนื้อที่ยืดตัวออก รวมถึงขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้น และเบียดเสียดบริเวณสะดือ คุณแม่บางคนอาจจะพบว่าหลุมสะดือของตัวเอง โดดเด้งขึ้นมาจนแทบไม่เห็นเป็นรูอีกแล้ว นั่นก็เป็นเพราะขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้นนั่นเอง

คุณแม่อาจจะนอนตะแคงข้าง เพื่อลดความเจ็บปวดรอบสะดือลง หรือสวมใส่เข็มขัดพยุงหลัง เพื่อช่วยประคับประคองหน้าท้องก็ได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่มีอาการไข้ อาเจียน ปวดเกร็ง หรือมีเลือดออกร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 

  • เส้นผมหลุดร่วง

ร้อยละ 90 ของเส้นผมบนศีรษะนั้นอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโต ในขณะที่อีกร้อยละ 10 นั้นอยู่ในช่วงของการหยุดพัก และในทุก ๆ 2 – 3 เดือน เส้นผมร้อยละ 10 นี้ ก็จะหลุดร่วง และเกิดเส้นใหม่งอกยาวออกมา

ในระหว่างการตั้งครรภ์นั้นฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นตัวที่ทำให้เส้นผมมีช่วงระยะเวลาของการงอกยาวนานขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่า เส้นผมที่เจริญเต็มที่แล้ว และพร้อมจะหลุดร่วงนั้น มีปริมาณน้อยลงเช่นกัน แม่ท้องจึงมักจะมีผมหนา ดกดำ และยาวสลวยในช่วงตั้งครรภ์ ก่อนที่การหลุดร่วงทั้งหมด จะมากองกันอยู่ ณ ช่วงเวลาหลังคลอดนั่นเอง

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • เหงือกบวม เลือดออกตามไรฟัน

ฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านขณะตั้งครรภ์นั้น ก็ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดสูบฉีดอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกันกับบริเวณเหงือก ซึ่งอาจทำให้รู้สึกระคายเคือง บวม และมีเลือดออกได้

การตั้งครรภ์ยังอาจทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้อีกด้วย ดังนั้น คุณแม่จะต้องรักษาความสะอาดในช่องปากเป็นอย่างดี อย่าแปรงฟันแรงเกินไป และหมั่นพบทันตแพทย์เป็นประจำ

 

  • อาการชาที่โพรงฝ่ามือ

ความรู้สึกชาที่โพรงฝ่ามือ หรือบริเวณระหว่างข้อมือกับฝ่ามือ อาจจะเกิดขึ้นกับแม่ท้องในตอนเช้าหลังตื่น หรือดึกดื่นหลังจากนอนหลับไปแล้วก็ได้ หากคุณแม่รู้สึกชา ๆ บริเวณโพรงฝ่ามือล่ะก็ ให้หลีกเลี่ยงการนอนทับมือตัวเอง หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกชามากกว่าเดิม เช่น การพิมพ์ดีด การเย็บปักถักร้อย เป็นต้น หากจำเป็นต้องทำ ก็ควรปรับเปลี่ยนท่าทางให้เหมาะสม เช่น ปรับความสูงของคีย์บอร์ด เป็นต้น การพันข้อมือก็อาจช่วยลดอาการได้

 

บทความที่คุณอาจสนใจ : 

อาการที่พบบ่อยตอนท้องไตรมาสแรก

ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสำหรับคนท้อง

7 ผลไม้ที่ลดอาการแพ้ท้อง แพ้ท้องต้องกินยังไง รับมือไว้ให้หายชัวร์

 

แหล่งข้อมูล :  utswmed.org ,whattoexpect.com

บทความโดย

Angoon