TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ผ่าคลอด มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ผ่าคลอดแนวขวางหรือแนวตั้งดีกว่ากัน

บทความ 5 นาที
ผ่าคลอด มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ผ่าคลอดแนวขวางหรือแนวตั้งดีกว่ากัน

การคลอดบุตรนั้นมีทั้งแบบคลอดธรรมชาติ และ ผ่าคลอด ซึ่งการคลอดทั้ง 2 แบบ จะมีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป และคุณแม่บางรายตัดสินใจเลือกการคลอดแบบธรรมชาติ แต่เมื่อถึงเวลาก็มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนเป็นการผ่าคลอดด้วยเหตุผลนานัปการ แต่คุณแม่บางราย ก็เลือกที่จะทำการผ่าคลอดตั้งแต่แรก ซึ่งการศึกษาเกี่ยวกับการผ่าคลอดเอาไว้ก่อนนั้น จะทำให้ตัวคุณแม่ไม่เกิดความประหม่า มีการเตรียมพร้อมในการผ่าคลอด และการที่เรารู้ข้อดี – ข้อเสีย ก่อนนั้น จะทำให้ตัวคุณแม่ จะสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

 

 

ผ่าคลอด เป็นยังไง มีปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่แม่ท้องควรรู้

โดยปกติแพทย์ผู้ดูแลมักจะแนะนำให้คุณแม่คลอดแบบธรรมชาติก่อน เพราะการคลอดเองตามธรรมชาตินั้น นอกจากจะเสียเลือดน้อย และฟื้นตัวไวแล้ว กระบวนการคลอดแบบธรรมชาติยังสร้างแบคทีเรียชนิดดีที่ทำให้ลูกน้อยได้รับภูมิคุ้มกันเพิ่มโดยอัตโนมัติอีกด้วย

แต่การผ่าคลอดนั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคลอดบุตร ที่คุณหมอมักแนะนำให้แก่คุณแม่ที่มีแนวโน้มว่าจะคลอดยาก หรือมี ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ในขณะตั้งครรภ์ ที่อาจทำให้เกิดอันตรายหากคลอดตามธรรมชาติ เช่น ลูกตัวใหญ่มาก, รกเกาะต่ำ, ลูกอยู่ท่าก้น, ปากมดลูกไม่เปิด หรืออื่น ๆ ซึ่งการเทคโนโลยีการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้การผ่าคลอดนั้น มีความปลอดภัยทั้งต่อคุณแม่และลูก ไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายใด ๆ

คุณพ่อคุณแม่บางครอบครัว มีความเชื่อในเรื่องของฤกษ์วันคลอด หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการเบ่งคลอดด้วยตนเอง จึงเลือกที่จะผ่าคลอดเพื่อความสบายใจ ซึ่งพบว่าปัจจุบัน มีหลายครอบครัวที่เลือกวิธีผ่าคลอดด้วยเหตุผลเหล่านี้เช่นกัน

 

 

ผ่าคลอด มีกี่รูปแบบ มีข้อดี – ข้อเสียต่างกันอย่างไร

การผ่าคลอด หรือการผ่าตัดบริเวณหน้าท้องเพื่อการคลอดบุตร (Cesarean section) เป็นการผ่าตัดเพื่อทำการเปิดช่องท้อง และผนังมดลูกของคุณแม่เพื่อนำทารกออกจากถุงน้ำคร่ำ จากนั้นแพทย์จะทำการนำรกออกจากครรภ์ให้หมด แล้วจึงเย็บปิดปากแผลบริเวณมดลูก และหน้าท้องของคุณแม่ ซึ่งจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง สำหรับรูปแบบการผ่าคลอดนั้น โดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 วิธีการ ซึ่งมีข้อดี ข้อเสีย และความแตกต่างกัน ดังนี้

 

  • การผ่าคลอดแนวยาวตรง หรือแนวตั้งกลางตัวคุณแม่ (Vertical Midline Incision)

ปัจจุบัน การผ่าคลอดแนวตั้ง เป็นวิธีการที่ไม่นิยมมากนัก แพทย์จะพิจารณาให้ผ่าตัดลักษณะแนวตั้งในกรณีที่คุณแม่บางรายมีภาวะฉุกเฉิน หรือมีข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ที่จำเป็นจะต้องผ่าคลอดในแนวตั้ง เพราะใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำเด็กออกมาได้โดยง่าย และไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่นช่วยในการทำคลอดมากนัก

ซึ่งลักษณะของแผลผ่าคลอดจะเป็นเส้นตรงแนวดิ่งตรงช่วงกลางลำตัว โดยเริ่มจากบริเวณต่ำกว่าสะดือเล็กน้อย ยาวลงมาจนจรดบริเวณเหนือหัวหน่าว ความยาวของแผลจะยาวประมาณ 10 เซนติเมตร

 

ผ่าคลอด

 

ข้อดีของการผ่าคลอดแนวตั้ง

  • เป็นแนวแผลมาตรฐาน สามารถผ่าตัดอวัยวะอื่นในช่องท้องได้ด้วย
  • ใช้เวลาในการผ่าตัดเพื่อเข้าสู่ช่องท้องได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการความเร่งด่วนหรือมีปัจจัยจำเป็นในการคลอด
  • สามารถขยายแผลได้ง่ายหากมีกรณีจำเป็น
  • ผ่าตัดง่าย สะดวก
  • ช่วยคลอดทารกได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะกรณีที่ทารกอยู่ผิดท่า หรือ ตัวใหญ่กว่าปกติ
  • มีภาวะแทรกซ้อนจากแผลผ่าตัดน้อยกว่า

 

ข้อเสียของการผ่าคลอดแนวตั้ง

  • เจ็บแผลผ่าตัดมากกว่า เนื่องจากแผลเป็นแนวตั้ง ทำให้ขยับตัวยากเมื่อลุกขึ้น
  • ฟื้นตัวช้ากว่า
  • มีแผลเป็นมากกว่า เห็นรอยแผลได้ชัดเจน

บทความที่เกี่ยวข้อง : รู้ก่อนพร้อมก่อน 5 สิ่งที่แม่ท้องทุกคนต้องรู้ก่อนผ่าคลอด และ เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้สวยเนียน

 

ผ่าคลอด มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ผ่าคลอดแนวขวางหรือแนวตั้งดีกว่ากัน

 

  • การผ่าคลอดแนวขวาง หรือ แนวบิกินี่ (Tranverse Incision)

การผ่าคลอดแนวขวาง เป็นแนวทางการผ่าคลอดที่ได้รับความนิยมมากกว่าแนวตั้ง โดยแพทย์จะผ่าเป็นแนวขวางที่ผนังหน้าท้องด้านล่าง ตำแหน่งอยู่เหนือกระดูกหัวหน่าวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือบริเวณขอบบิกินี่ ซึ่งทำให้คุณแม่ที่ชอบใส่บิกินี่ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับรอยแผลเป็นมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะรอยแผลผ่าคลอดจะมีขนาดเล็ก และมองเห็นไม่ชัดนัก

วิธีผ่าคลอดในลักษณะนี้จะใช้เวลาผ่าตัดยาวนานกว่าแบบการผ่าแนวตั้ง และจำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์อื่นเข้าช่วยด้วย และไม่เหมาะหากจำเป็นจะต้องผ่าตัดอวัยวะอื่นในขณะเดียวกัน

 

ข้อดีของการผ่าคลอดแนวขวาง

  • เจ็บแผลผ่าตัดน้อยกว่าการผ่าคลอดแนวตั้ง เนื่องจากมีบาดแผลแนวนอนตามรอยพับของหน้าท้อง ทำให้รู้สึกเจ็บแผลน้อยกว่าเวลาขยับตัว
  • แผลเป็นน้อยกว่า เล็กกว่า เพราะลงมีดตามแนวรอยพับของพุง สามารถปิดบังแผลได้ดีในกรณีใส่เสื้อเอวลอย

 

ข้อเสียของการผ่าคลอดแนวขวาง

  • ใช้เวลาในการผ่าตัดเข้าสู่ช่องท้องนานกว่า ผ่าตัดได้ยากกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่มีพังผืดในช่องท้องร่วมด้วย
  • เหมาะแก่การผ่าตัดคลอดที่ไม่เร่งด่วนมาก
  • ช่วยคลอดทารกได้ยากกว่า เนื่องจากรอยแผลอยู่ต่ำ ต้องเพิ่มการใช้อุปกรณ์ช่วยคลอดศีรษะทารก
  • หากมีการผ่าตัดอื่นในช่องท้องร่วมด้วยจะทำได้ยากกว่า

บทความที่เกี่ยวข้อง : ดูแลตัวเองหลังผ่าคลอด พักฟื้นตัวที่บ้านยังไง ให้แผลผ่าตัดสมานตัวได้เร็ว

 

ผ่าคลอด มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ผ่าคลอดแนวขวางหรือแนวตั้งดีกว่ากัน

 

การผ่าคลอดเหมาะกับใคร

โดยปกติแพทย์ผู้ดูแล มักจะแนะนำคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ให้คลอดด้วยวิธีธรรมชาติก่อน หากแต่ถ้าคุณแม่มีความเสี่ยงต่าง ๆ เกิดขึ้น แพทย์จะเลือกการคลอดด้วยวิธีผ่าตัดให้โดยทันที เช่น

 

  • มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องทำการคลอดโดยเร็ว เช่นสายสะดือย้อย (Umbilical Cord Prolapsed) เป็นต้น
  • ทารกอยู่ในท่าที่ผิดปกติ เช่น ทารกอยู่ในท่าขวาง (Transverse Lie) ท่าก้น (Breech Presentation) หรือกรณีที่เป็นครรภ์แฝด
  • ทารกอยู่ในภาวะวิกฤติ เช่น ครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง มีการแตกของมดลูก (Uterine Rupture) เสียงหัวใจทารกเต้นช้าผิดปกติ (Fetal Distress)
  • มีความผิดปกติของรก เช่น รกเกาะต่ำขวางปากมดลูก (Placenta Previa) หรือรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental Abruption) ทำให้มีการตกเลือดก่อนคลอด
  • มารดาเคยผ่าตัดคลอดมาก่อนแล้ว (Previous Uterine Scare) ซึ่งหากคลอดธรรมชาติ ก็จะเคยความเสี่ยงต่อการแตกของมดลูกได้
  • การติดเชื้อของมารดา เช่น มารดาเป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศ การคลอดแบบธรรมชาติ จะทำให้เด็กเกิดการติดเชื้อได้
  • ภาวะผิดสัดส่วนระหว่างศีรษะทารก และอุ้งเชิงกราน (Cephalopelvic Disproportion : CPD) ทารกมีลำตัวใหญ่เกินไป ศีรษะใหญ่เกินไป ทำให้เด็กไม่สามารถลอดผ่านเชิงกรานของแม่ออกมาได้
  • คุณแม่อยู่ในภาวะคลอดยาก (Obstructed labor) หรือคลอดเนิ่นนาน (Prolong of Labor) ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อคุณแม่ และทารกในครรภ์ เช่น ช่องคลอดฉีกขาด เสียเลือดมาก มดลูกแตก ทารกเกิดการบอบช้ำจากการคลอดยาก เป็นต้น

 

 

การผ่าคลอดอันตรายจริงหรือไม่?

แม้ว่าการผ่าคลอดในปัจจุบันจะมีความปลอดภัยสูง และถ้าเทียบกับการคลอดแบบธรรมชาติแล้ว การผ่าตัดคลอดนั้นนับว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการผ่าตัดคลอดนั้น จะทำให้ร่างกายเกิดบาดแผลขึ้นทั้งภายนอก และภายในร่างกาย จึงทำให้มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งระยะการตั้งครรภ์ในครรภ์ถัดไปที่ต้องเว้นช่วง หรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์หลังคลอด

 

 

ข้อดีของการผ่าคลอดมีอะไรบ้าง

แม้ว่าการผ่าคลอดจะทำให้เกิดบาดแผลที่ไม่น่าพึงพอใจสำหรับผู้หญิง แต่ข้อดีของการผ่าคลอดก็มีมากพอที่จะให้คุณแม่หลายคนตัดสินใจเลือกวิธีนี้ ได้แก่

 

  • สามารถกำหนดเวลาได้อย่างชัดเจน : บางครอบครัวถือเรื่องฤกษ์ยามทั้งวัน และเวลาในการคลอด เพื่อความเป็นสิริมงคลสำหรับตัวเด็ก ทั้งนี้แพทย์ผู้ดูแลจำเป็นจะต้องดูความพร้อมของเด็กในครรภ์เป็นหลัก ว่าร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ เหมาะสมกับเวลาคลอดนั้น ๆ หรือไม่
  • ไม่ต้องรอคลอดนาน : เนื่องจากการผ่าคลอดนั้น จะเน้นที่ตัวเด็กเป็นหลัก ถ้าหากมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์สามารถทำการผ่าคลอดได้ แพทย์ก็จะทำการผ่าคลอดให้ได้โดยทันที โดยไม่จำเป็นจะต้องรอให้ปากมดลูกเปิด เหมือนการคลอดแบบธรรมชาติ
  • ลดความเจ็บปวดขณะคลอด : กระบวนการการผ่าคลอดนั้นจำเป็นจะต้องวางยาสลบให้กับคุณแม่ หรือบล็อกหลัง ทำให้คุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดในขณะที่คลอด แม้ว่าจะเจ็บแผลผ่าตัดหลังคลอด แต่คุณแม่จะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว
  • ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ : การคลอดแบบธรรมชาติคุณแม่จะต้องใช้แรงเบ่งในการคลอด จึงส่งผลให้เกิดการยืดของกะบังลมบริเวณเชิงกราน การใช้แรงเบ่งที่มากกว่าปกติ อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้
  • ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการคลอดธรรมชาติ : ในการคลอดแบบธรรมชาติบางครั้ง อาจเกิดความเสี่ยงในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถเบ่งคลอดได้ หรือปากมดลูกไม่เปิด หรือเด็กไม่กลับตัว การผ่าคลอดจะสามารถช่วยข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : ผ่าคลอดท้องแรก แต่คลอดธรรมชาติท้องสอง ทำได้หรือ?

 

ผ่าคลอด มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ผ่าคลอดแนวขวางหรือแนวตั้งดีกว่ากัน

 

การผ่าคลอดต้องรอให้เจ็บท้องก่อนหรือไม่?

การผ่าตัดคลอดนั้นไม่จำเป็นจะต้องรอให้เจ็บท้องคลอด หรือรอให้มีอาการน้ำเดิน เหมือนการคลอดแบบธรรมชาติ ทั้งนี้แพทย์ผู้ดูแล จะทำการประเมินจากสุขภาพของทารกในครรภ์ และคุณแม่เป็นหลัก ซึ่งการผ่าคลอดนั้น เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีด้วยกัน คือ

 

  • ผ่าคลอดฉุกเฉิน

ในกรณีนี้แพทย์จะทำการพิจารณาว่ามีความจำเป็นต่อการผ่าตัดคลอดอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และทารกในครรภ์

 

  • การวางแผนผ่าคลอด

หากแพทย์ตรวจพบว่า คุณแม่ หรือทารกในครรภ์มีความเสี่ยง และไม่สามารถคลอดด้วยวิธีธรรมชาติได้ ในกรณีนี้ ทางแพทย์จะเป็นจะต้องวางแผนการผ่าคลอดเอาไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้จะไม่นับรวมกรณีที่คุณแม่แจ้งความประสงค์ว่าตนเองต้องการเลือกการผ่าคลอดด้วยเหตุผลส่วนตัว ซึ่งคุณหมอจะทำการพิจารณาการร้องขอเป็นกรณีไป

 

ทั้งนี้แม้ว่าคุณหมอจะแนะนำการคลอดแบบธรรมชาติให้กับคุณแม่เป็นทางเลือกต้น ๆ ซึ่งอาจทำให้คุณแม่บางส่วนเกิดความกังวลใจไปบ้าง แต่อย่าเพิ่งวิตกกังวลเกี่ยวกับการคลอดแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการฝากครรภ์ และเข้าพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับการคลอดนั้น จะมีการประเมิน และพูดคุย เพื่อตัดสินร่วมกันระหว่างคุณแม่ และแพทย์ผู้ดูแล เพื่อเลือกวิธีคลอดที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และทารกในครรภ์

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

เด็กผ่าคลอด กับ คลอดธรรมชาติ พัฒนาการต่างกันอย่างไร

ผ่าคลอดเจ็บไหม กี่วันหาย ผ่าได้กี่ครั้ง ตอบคำถามทุกข้อสงสัยจากการผ่าคลอด

ฤกษ์คลอด ฤกษ์ผ่าคลอด ปฏิทินฤกษ์คลอดบุตร ประจำปี 2566 ปีกระต่ายทอง

ที่มา : bangkokhospital, paolohospital, nakornthon

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Arunsri Karnmana

  • หน้าแรก
  • /
  • แม่ผ่าคลอด
  • /
  • ผ่าคลอด มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ผ่าคลอดแนวขวางหรือแนวตั้งดีกว่ากัน
แชร์ :
  • S-26 GOLD PRO-C 3 นมสูตรที่คิดค้นโดยเฉพาะ
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 นมสูตรที่คิดค้นโดยเฉพาะ

  • S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่

  • เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    บทความจากพันธมิตร

    เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

  • S-26 GOLD PRO-C 3 นมสูตรที่คิดค้นโดยเฉพาะ
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 นมสูตรที่คิดค้นโดยเฉพาะ

  • S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่

  • เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    บทความจากพันธมิตร

    เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว