TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ทารกผ่าคลอดจะได้รับจุลินทรีย์จากช่องคลอดของแม่ได้อย่างไร

บทความ 3 นาที
ทารกผ่าคลอดจะได้รับจุลินทรีย์จากช่องคลอดของแม่ได้อย่างไร

คุณแม่ที่ต้องผ่าคลอดเริ่มหันมาสนใจใช้จุลินทรีย์จากช่องคลอดเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของลูกน้อย โดยมีงานวิจัยค้นพบว่าการใช้ผ้าก็อซซับภายในช่องคลอดของแม่และนำไปป้ายในปากของลูก รวมทั้งรอบๆ ดวงตาและผิวหนังอาจช่วยกระตุ้นการเติบโตของกลุ่มจุลินทรีย์แบบเดียวกับที่มีในทารกคลอดตามธรรมชาติ และยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพของทารกต่อไปในอนาคตด้วย

 

แคโรลิน ไวสส์ วัย 37 ปีมีแผนการคลอดที่แปลกกว่าใคร

หนึ่งชั่วโมงก่อนไวสส์ให้กำเนิดลูกสาวโดยการผ่าคลอดในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ เธอจะสอดผ้าก็อซชุบน้ำเกลือเข้าไปในช่องคลอดของเธอ และก่อนที่การผ่าคลอดจะเริ่มขึ้น เธอจะเอาผ้าก็อซออกมาเก็บไว้ในภาชนะที่ผนึกมิดชิด  ไม่กี่วินาทีหลังทารกลืมตาดูโลก สามีของเธอจะนำผ้าก็อซแผ่นเดียวกันนั้นไปป้ายในปากของทารก รอบดวงตาและบนผิวหนัง กรรมวิธีนี้กำลังเริ่มเป็นที่สนใจของแม่ๆ มากมายค่ะ

เพราะอะไรหรือคะ อย่างแรกคือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ร่างกายมนุษย์เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าจุลชีพราว 100 ล้านล้านตัว ซึ่งรวมกันเข้าเป็นระบบนิเวศซับซ้อนที่เรียกว่ากลุ่มจุลินทรีย์ นักวิทยาศาสตร์เพิ่งเริ่มเข้าใจบทบาทสำคัญยิ่งยวดที่กลุ่มจุลินทรีย์มีต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่งานวิจัยใหม่ล่าสุดนี้ระบุว่าสิ่งมีชีวิตจิ๋วๆ นับล้านล้านตัว (ซึ่งรวมๆ กันแล้วหนัก 1 กิโลกรัม) ทำงานวุ่นวายในร่างกายของเราอยู่ตลอดเวลา

พวกมันฝึกฝนระบบภูมิคุ้มกันของเรา ช่วยเรารับมือกับการติดเชื้อและช่วยย่อยสลายอาหาร อันที่จริงเมื่อพิจารณาว่ากลุ่มจุลินทรีย์นี้เป็นตัวควบคุมกิจกรรมการเผาผลาญอาหารอย่างกว้างขวางเพียงใดแล้ว นักวิจัยก็เริ่มมองว่าพวกมันควรถูกจัดให้เป็นอวัยวะชิ้นหนึ่ง แม้ว่าประชากรจุลินทรีย์จะหนาแน่นที่สุดในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ แต่ก็มีจุลินทรีย์เฉพาะเจาะจงบางจำพวกที่อาศัยอยู่บนทุกพื้นผิวของร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นผิว ปาก ช่องคลอด ปอด กระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ

ในอดีตจนถึงปัจจุบัน การแพทย์แผนตะวันตกมักมองว่าจุลินทรีย์เป็นเชื้อแปลกปลอมที่บุกรุกร่างกาย จึงนำไปสู่ความเชื่อแพร่หลายที่ว่าการกำจัดจุลินทรีย์โดยใช้ยาปฏิชีวนะไปจนถึงเจลล้างมือฆ่าเชื้อจะช่วยป้องกันการเกิดโรคได้ แต่ความคิดดังกล่าวนี้กำลังถูกสั่นคลอนเมื่อนักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจระดับความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อกันและกันระหว่างมนุษย์กับจุลินทรีย์ นับตั้งแต่วันที่เราลืมตาดูโลก

ขณะยังอยู่ในมดลูกของแม่ เป็นไปได้มากว่าลำไส้ของทารกยังสะอาดปลอดเชื้อจุลินทรีย์ใดๆ จนกระทั่งเมื่อถุงน้ำคร่ำแตก จุดนี้เองที่นักวิจัยเชื่อว่า กลุ่มจุลินทรีย์จากร่างกายของแม่จะเริ่มเข้าไปตั้งรกรากในตัวทารก กระบวนการนี้จะดำเนินต่อไประหว่างที่ทารกเคลื่อนลงไปตามทางผ่านสู่ช่องคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกมีจุลินทรีย์จากแม่เคลือบคลุมทั้งตัว เมื่อแรกคลอดกลุ่มจุลินทรีย์ของทารกจะละม้ายคล้ายคลึงกับจุลินทรีย์ที่อยู่ในช่องคลอดของแม่มาก

แล้วถ้าเป็นการผ่าคลอดซึ่งทารกจะไม่ได้สัมผัสกับจุลินทรีย์ในช่องคลอดของแม่ล่ะ นักวิจัยพบว่ากลุ่มจุลินทรีย์ของทารกจะคล้ายคลึงกับที่พบบนผิวแม่ และไม่ใช่จากของแม่คนเดียวเท่านั้น แต่ยังจากของหมอ พยาบาล คนไข้อื่นๆ ในโรงพยาบาล รวมไปถึงคนทำความสะอาดห้องผ่าคลอดด้วย นี่ก่อให้เกิดความวิตกว่ากลุ่มจุลินทรีย์บุกเบิกที่เข้าไปตั้งรกรากเหล่านี้อาจทำให้ทารกอ่อนแอต่อเชื้อก่อโรคและนำไปสู่การเจ็บป่วยได้ในที่สุด

เมื่อเทียบกับทารกคลอดตามธรรมชาติแล้ว ทารกผ่าคลอดมีแนวโน้มประสบกับปัญหาสุขภาพสูงกว่า เช่นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ ผิวอักเสบ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และภาวะอักเสบในลำไส้เล็กทำให้ดูดซึมแร่ธาตุไม่ได้ ทั้งยังเสี่ยงต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบสูงกว่าด้วย ปัจจุบันนักวิจัยเชื่อว่ากลุ่มจุลินทรีย์อาจเป็นต้นเหตุปัญหาเหล่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น ความแตกต่างของกลุ่มจุลินทรีย์อันเป็นผลจากวิธีคลอดที่ต่างกันจะคงอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลานาน ทารกผ่าคลอดในวัยหกเดือนยังมีกลุ่มจุลินทรีย์ที่พัฒนาความหลากหลายช้ากว่า งานวิจัยในเนเธอแลนด์เมื่อปีที่แล้วพบว่าความแตกต่างนี้ปรากฏให้เห็นกระทั่งในเด็กวัยเจ็ดขวบ

 

 

เรื่องนี้จึงก่อให้เกิดคำถามว่าแม่ที่ต้องผ่าคลอดควรทำอย่างไร >>คลิกหน้าถัดไป

จุลินทรีย์ในช่องคลอด

ดร.มาเรีย กลอเรีย โดมิงเกซ-เบลโล นักจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กศึกษากลุ่มจุลินทรีย์มานานหลายปีแล้ว ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเธอได้พยายามศึกษาว่าทารกผ่าคลอดจะได้ประโยชน์เช่นเดียวกับทารกคลอดธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ด้วยผ้าก็อซที่เก็บไว้ในช่องคลอดของแม่ได้หรือไม่ จนถึงตอนนี้ ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจค่ะ

ปีที่แล้ว ดร.โดมิงเกซ-เบลโลทำการวิจัยกับทารก 21 คนในเปอร์โตริโก และพบว่าเทคนิคของเธอส่งผลเชิงบวกต่อความหลากหลายของกลุ่มจุลินทรีย์ในทารกแรกเกิด เทคนิคดังกล่าวคือผ่าคลอดนำทารกออกจากมดลูกของแม่ ใช้ผ้าก็อซที่เตรียมไว้ป้ายในปาก รอบดวงตาและผิวหนังของทารกก่อนจะวางทารกลงบนอกของแม่ “เราพบว่าถ้าให้ทารกได้สัมผัสกับเชื้อจุลินทรีย์ เชื้อจุลินทรีย์นั้นจะเข้าไปอยู่ในตัวทารก” เธอกล่าว ทารกที่ได้รับการเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ผ่านผ้าก็อซจะมีกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใกล้เคียงกับทารกที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติมากกว่าทารกผ่าคลอด และผลลัพธ์นี้ยังคงอยู่ต่อเนื่องถึงหนึ่งเดือนหลังคลอด “ถึงผลที่ได้จะไม่เท่ากับทารกที่คลอดทางช่องคลอด แต่ก็นับว่าดีขึ้นกว่าเดิมมากค่ะ” ดร.เบลโลกล่าว

คำถามสำคัญที่สุดคือกระบวนการง่ายๆ นี้จะลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในทารกผ่าคลอดได้สำเร็จอย่างที่ดร.เบลโลหวังไว้หรือไม่ เธอตั้งใจจะตอบคำถามนี้ด้วยการขยายงานวิจัยออกไปศึกษาทารกจำนวนมากกว่านี้และเธอต้องติดตามดูผลเป็นเวลาอย่างน้อยสามปี “เราจะได้เห็นว่าเด็กเป็นโรคหอบหืดน้อยลงไหม” เธอพูด “เป็นโรคอ้วนน้อยลงหรือเปล่า วิธีนี้จะมีผลต่อสุขภาพของทารกจริงๆ หรือไม่”

นั่นคือสิ่งที่คุณแม่อย่างแคโรลิน ไวสส์หวังเอาไว้ ลูกสาวคนแรกของเธอซึ่งคลอดด้วยการผ่าคลอดเป็นโรคผิวหนังอักเสบตั้งแต่แรกคลอด และเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่าแพ้อาหารด้วย ไวสส์ศึกษาหาต้นตอที่แท้จริงของปัญหาที่ลูกสาวของเธอเผชิญอยู่จนได้มาพบกับงานวิจัยของดร.เบลโล เมื่อไวสส์ตั้งครรภ์อีกครั้งและหมอบอกว่ามีโอกาสที่เธอต้องผ่าคลอดซ้ำอีก ไวสส์และสามีจึงตัดสินใจจะลองเทคนิคของดร.เบลโลดู “ในฐานะพ่อแม่ เราย่อมอยากมอบเกราะป้องกันที่แข็งแรงที่สุดให้แก่ลูก” ไวสส์กล่าว “ถึงจะมีโอกาสเพียงน้อยนิดที่วิธีนี้จะช่วยได้ เราก็จะลองค่ะ”

ดร. เบลโลซึ่งได้รับอีเมลจากคุณแม่ตั้งครรภ์ถามถึงกระบวนการนี้อยู่เนืองๆ เน้นย้ำว่าเทคนิคดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาวิจัย และเนื่องจากยังเป็นวิธีการที่ใหม่มาก จึงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาหมอซึ่งยินดีทำให้ พ่อแม่ที่อยากลองวิธีนี้จึงจำต้องลงมือเอง

“โดยรวมแล้ว หมอของเราสนับสนุนความคิดนี้นะคะ แต่เขาไม่ยอมทำให้” ไวสส์พูด “หน้าที่นั้นเลยตกเป็นของสามีฉันไป” วิธีการเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์นี้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อร้ายถึงลูกได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้เป็นแม่ต้องมีระบบนิเวศจุลินทรีย์ที่แข็งแรงดี ต้องตรวจหาว่าช่องคลอดมีเชื้อแลคโตบาซิลัสชนิดกรดหรือไม่ ต้องปลอดเชื้อเอชไอวีและเชื้อสเตรปโตคอกคัสกลุ่มบี รวมทั้งเชื้อกามโรคต่างๆ

ดร.เบลโลเชื่อว่าความคิดนี้จะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อสุขภาพของมนุษย์ “24 ปีก่อนฉันคลอดลูกสาวด้วยการผ่าคลอดค่ะ” เธอเล่า “ถ้าตอนนั้นฉันรู้สิ่งที่ได้รู้จากการวิจัยในตอนนี้ละก็ ฉันคงลองใช้วิธีนี้เหมือนกัน”

 

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่แม่ต้องระวังคือ การแพ้อาหารและแพ้นมวัว

90% ของการแพ้อาหารและแพ้นมวัวในเด็กมักแสดงอาการภายในขวบปีแรก การให้ลูกทานนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนหลังคลอดช่วยปกป้องลูกจากการเกิดอาการแพ้ได้ และในนมแม่ยังมีพรีไบโอติก อาหารของจุลินทรีย์สุขภาพที่จะช่วยสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าคุณแม่ให้นมลูกไม่ได้ ควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญในการเลือกนม HA สูตรปกป้องการแพ้ พร้อมเสริม GOS/lcFOS (พรีไบโอติก)

 

ที่มาบทความ : www.theguardian.com/lifeandstyle/2015/aug/17/vaginal-seeding-c-section-babies-microbiome

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

บทความจากพันธมิตร
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

ผ่าคลอดเป็นอย่างไร – ประสบการณ์ของคุณแม่มือใหม่

5 เคล็ดลับเตรียมตัวเมื่อต้องผ่าคลอด

 

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

พรพยงค์ นำธวัช

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • ทารกผ่าคลอดจะได้รับจุลินทรีย์จากช่องคลอดของแม่ได้อย่างไร
แชร์ :
  • แม่ท้อง-เด็กเล็กห้ามพลาด! ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2569 เช็กเงื่อนไขที่นี่

    แม่ท้อง-เด็กเล็กห้ามพลาด! ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2569 เช็กเงื่อนไขที่นี่

  • ใจสลาย! ยายไม่รู้วิธีช่วย หลาน 7 ขวบ ลูกชิ้นติดคอเสียชีวิต

    ใจสลาย! ยายไม่รู้วิธีช่วย หลาน 7 ขวบ ลูกชิ้นติดคอเสียชีวิต

  • อุทาหรณ์! ลูกสาวป่วย มะเร็งเยื่อหุ้มปอด เหตุชอบใส่ "เสื้อคลุมของพ่อ"

    อุทาหรณ์! ลูกสาวป่วย มะเร็งเยื่อหุ้มปอด เหตุชอบใส่ "เสื้อคลุมของพ่อ"

  • แม่ท้อง-เด็กเล็กห้ามพลาด! ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2569 เช็กเงื่อนไขที่นี่

    แม่ท้อง-เด็กเล็กห้ามพลาด! ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2569 เช็กเงื่อนไขที่นี่

  • ใจสลาย! ยายไม่รู้วิธีช่วย หลาน 7 ขวบ ลูกชิ้นติดคอเสียชีวิต

    ใจสลาย! ยายไม่รู้วิธีช่วย หลาน 7 ขวบ ลูกชิ้นติดคอเสียชีวิต

  • อุทาหรณ์! ลูกสาวป่วย มะเร็งเยื่อหุ้มปอด เหตุชอบใส่ "เสื้อคลุมของพ่อ"

    อุทาหรณ์! ลูกสาวป่วย มะเร็งเยื่อหุ้มปอด เหตุชอบใส่ "เสื้อคลุมของพ่อ"

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว