TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ดีต่อลูกอย่างไร ช่วยให้ลูกสมองดีจริงหรือไม่?

บทความ 5 นาที
อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ดีต่อลูกอย่างไร ช่วยให้ลูกสมองดีจริงหรือไม่?

อ่านหนังสือให้ลูกฟังดีอย่างไร เรามี เคล็ดลับอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ช่วยลูกหัวไว สมองดี เรียนรู้เร็วมาฝาก

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสมองของลูกได้ คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การอ่านหนังสือ นิทาน การ์ตูน และหนังสือประเภทต่าง ๆ ให้ลูกฟัง เป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยพัฒนาทักษะการอ่านของเด็ก เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาได้มีพัฒนาการสมอง และพัฒนาการทางภาษาได้ดี วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับประโยชน์ และเคล็ดลับการอ่านหนังสือให้ลูกฟังมาฝาก ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

 

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

 

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ดีอย่างไร?

การอ่านหนังสือให้ลูกฟังนั้น นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวแล้ว ยังช่วยเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ให้ลูกได้ในหลาย ๆ ด้าน เช่น

 

1. ลูกได้เรียนรู้จากการฟังและดู

เมื่อคุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ตาของเด็กก็จะได้มองภาพในหนังสือ พร้อมฟังเรื่องราวที่คุณพ่อคุณแม่อ่าน หรือเล่าให้เขาฟัง ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากการฟังและดู ได้รู้ว่าภาพที่เห็นคืออะไร เรียกว่าอะไร มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร

 

2. ทำให้ลูกเกิดจินตนาการ

นอกจากจะได้เรียนรู้จากการฟังและดูแล้ว การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังเป็นการสร้างให้ลูกเกิดจินตนาการจากการติดตามเรื่องราวที่ได้ฟัง

 

3. กระตุ้นสมองให้ลูกรู้จักคิดและเรียนรู้

ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือ หรือเล่านิทานจากหนังสือให้ลูกฟัง ยิ่งถ้ามีการตั้งแง่คิด ถามคำถามชวนให้ลูกตอบ ก็จะยิ่งทำให้ลูกอยากรู้อยากเห็น และยิ่งลูกได้คิดบ่อย ๆ ก็จะทำให้สมองลูกพัฒนามากขึ้นตามไปด้วย

 

4. พัฒนาทักษะด้านภาษา

ขณะที่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง หากคุณพ่อคุณแม่ใช้สำเนียงการพูดที่หลากหลาย ภายใต้น้ำเสียงที่อ่อนโยน และเติมสีสัน จังหวะจะโคนแบบต่าง ๆ ไปตามเนื้อเรื่องให้น่าสนใจ ลูกจะค่อย ๆ จดจำสำนวนภาษาแบบต่างๆ เพิ่มคลังความรู้เรื่องคำศัพท์ รู้จักการอ่านออกเสียงที่ถูกต้องตามพ่อแม่ นำไปสู่การเรียนรู้ภาษาจากประสาทสัมผัสทางหู ลูกจะเก็บคำที่ได้ยิน และเมื่อมีการชี้ตามคำในแต่ละหน้า จะทำให้เด็กคุ้นเคยกับสัญลักษณ์ตัวอักษรต่าง ๆ เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียน จะช่วยเพิ่มทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ ทั้งเรื่องของภาษา การคำนวณ การคิด และมีผลการเรียนที่ดี

 

5. เสริมสร้างความสัมพันธ์

การอ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอนทุกคืน จะช่วยสร้างความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูก เป็นความรู้สึกดี ๆ ที่จะอยู่กับลูกไปจนโต และสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยังช่วยให้ครอบครัวอบอุ่น และจะช่วยเหนี่ยวรั้งลูกให้มีพฤติกรรมที่ดีได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : สอนลูกอ่านหนังสือ วิธีฝึกให้ลูกรักการอ่าน ตั้งแต่ยังเป็นทารก

 

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

 

เคล็ดลับอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

 

1. ตั้งใจอ่านอย่างอบอุ่น

จับลูกนั่งตัก อยู่ในท่าทางที่สบาย ในบรรยากาศผ่อนคลาย อาจจะเป็นช่วงกลางวัน หรือตอนก่อนนอนก็ได้ ขณะที่อ่านหนังสือให้ลูกฟังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถเติมสีสันการอ่านด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนานหรือตื่นเต้น  โดยอาจจะชี้นิ้วไปตามรูปภาพหรือตัวอักษร  และคอยซักถาม หรือชวนลูกคิดตามไปด้วยก็จะช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกได้

 

2. สร้างกิจกรรมหลังการอ่าน

คุณพ่อคุณแม่อาจจะพาลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ หลังจากอ่านเรื่องเกี่ยวกับไดโนเสาร์ให้ลูกฟัง หรือถ้าอ่านหนังสือนิทานที่มีนก หรือผีเสื้อ ก็พาลูกไปดูของจริงที่สวนนก เป็นต้น

 

3. เลือกหนังสือให้เหมาะกับวัย

  • วัยก่อน 1 ปี : ควรเลือกหนังสือที่มีภาพขนาดใหญ่ ทำด้วยวัสดุที่ปลอดภัย มีความทนทาน และมีสีสันสดใส
  • วัย 1-2 ปี : ควรเลือกหนังสือที่มีภาพคนและสัตว์ เป็นเรื่องราวสั้น ๆ มีคำคล้องจอง ใช้อักษรตัวใหญ่ กระดาษหนา ทนทาน มีขนาดที่ให้เด็กเปิดได้ง่าย
  • ช่วง 2-3 ปี : เนื้อหาควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งรอบตัวและกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ที่ลูกสามารถทำตามได้
  • ช่วง 4-6 ปี : เนื้อหาหรือเรื่องราวต้องทำให้ลูกเกิดอารมณ์ร่วม ที่จะไปเชื่อมโยงกับการเรียนรู้รอบ ๆ ตัว มีภาษาที่สละสลวย ไพเราะ ที่สำคัญคือ ตัวอักษรที่ใหญ่ ชัดเจน มีหัว เพื่อลูกจะได้จำรูปแบบตัวอักษร รูปแบบคำ และรูปแบบประโยคอย่างถูกต้อง และควรเลือกหนังสือที่มีเนื้อเรื่องที่จะช่วยบ่มเพาะนิสัยที่ดีให้เก็บเด็ก เช่น การดูแลสุขภาพ การมีวินัย เป็นต้น

 

4. อ่านอย่างสม่ำเสมอ

การอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นให้เด็กสนใจหนังสือมากขึ้น โดยคุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีกำหนดช่วงเวลาในการอ่าน เช่น หลังมื้อเช้า หลังนอนกลางวัน หรือก่อนเข้านอน เพื่อค่อย ๆ ฝึกเด็กให้รู้สึกคุ้นชิน ทั้งนี้ขณะอ่าน ควรปิดโทรศัพท์ โทรทัศน์ หรือวิทยุด้วยนะ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิทั้งเด็ก และผู้ใหญ่

 

5. ใช้น้ำเสียงสมจริง

การอ่านหนังสือให้ลูกฟังด้วยน้ำเสียงที่สมจริง จะช่วยให้ลูกสนใจ และสนุกสนานไปกับนิทานด้วย โดยเฉพาะกับเด็กเล็กที่อาจจะยังไม่เข้าใจความหมาย แต่การใช้น้ำเสียงสูงต่ำของคุณพ่อคุณแม่ จะช่วยให้พวกเขารู้สึกเพลิดเพลิน และกระตุ้นให้ฟังจนจบได้ แต่หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ถนัดในการใช้น้ำเสียง อาจใช้วิธีออกเสียงให้ชัดเจน หรือชัดถ้อยชัดคำ ก็จะช่วยให้ลูกสนใจได้เช่นกัน

 

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ถือเป็นวิธีที่จะช่วยพัฒนาสมองของเด็ก ให้เขาได้ใช้ความคิด ความรู้สึกนึกคิด และการกระทำของเขาในได้ หากคุณพ่อคุณแม่อยากจะช่วยให้ลูกหัวไว สมองดี และเรียนรู้เร็ว การอ่านหนังสือให้เขาฟังเป็นประจำ ก็จะช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้า และปูรากฐานทางความคิดที่ดีให้แก่พวกเขาได้อย่างมั่นคง

 

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ห้องอ่านหนังสือสำหรับเด็ก เป็นยังไง? ห้องสวย ๆ ที่ไม่ควรพลาด

แจกทริค ตารางอ่านหนังสือ เพื่อพัฒนาการที่ดี ฝึกนิสัยรักการอ่านให้ลูก

วิธีเลือกหนังสือให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย ลูกอายุเท่านี้อ่านหนังสือแบบไหนดี

ที่มา : thaihealth, matichon

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

P.Veerasedtakul

  • หน้าแรก
  • /
  • การเลี้ยงลูก
  • /
  • อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ดีต่อลูกอย่างไร ช่วยให้ลูกสมองดีจริงหรือไม่?
แชร์ :
  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว