ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่? ทำอย่างไรดีเมื่อสัตว์เลี้ยงตาย

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่? ทำอย่างไรดีเมื่อสัตว์เลี้ยงตาย

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่? หรือคุณจะเลือกที่จะซื้อตัวใหม่มาให้แทน อะไรเป็นสิ่งที่คุณควรทำ เด็กเล็กจะรับเรื่องนี้ได้มากแค่ไหน

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่? ทำอย่างไรดีเมื่อสัตว์เลี้ยงตาย

นอกจากคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองแล้ว ในบางครอบครัว ก็อาจจะมีสัตว์เลี้ยงเป็นอีกสมาชิกสำคัญในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว ปลา หนูแฮมสเตอร์ หรือ สัตว์ชนิดอื่นๆ ยิ่งลูกเล็กๆโตมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยงแล้วล่ะก็ ความสนิทสนมและ ความผูกพันธ์ ก็คงมีมากขึ้นไปด้วยแล้ว ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่? หรือคุณจะเลือกที่จะซื้อตัวใหม่มาให้แทน อะไรเป็นสิ่งที่คุณควรทำ เด็กเล็กจะรับเรื่องนี้ได้มากแค่ไหน

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่?

ถ้าสัตว์เลี้ยง ตายคุณจะบอกลูกหรือไม่?

คุณแม่ท่านหนึ่งเล่าเรื่องหมาที่เป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของเธอ เมื่อเจ้าหมาตายเพราะอุบัติเหตุ และ คุณป้าเผลอพูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ลูกชาย อายุ 4 ขวบ ของเธอ ถามว่า มันตายแล้วหรอแม่ แล้วก็ร้องไห้ออกมาแบบควบคุมไม่ได้ เธอใช้เวลากว่า 15 นาที เพื่อปลอบลูกชาย ให้หายร้อง โดยวิธีที่เธอใช้ก็คือ เธอบอกว่าหมายังมีชีวิตอยู่ เพราะเขาไม่มีทีท่า ว่าจะหยุดร้องเลยแม้แต่น้อย หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป เธอก็ถามตัวเองว่า ในสถานการณ์แบบนี้ เธอ หรือ ผู้ปกครองคนอื่นๆ ควรจะทำอย่างไรดี

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่?

ถ้าสัตว์เลี้ย งตายคุณจะบอกลูกหรือไม่?

มีนักเขียนหลายคนที่เขียนเรื่องที่น่าลำบากใจเหล่านี้ออกมา และ มีหนังสืออีกหลายเล่มที่พูดถึงเรื่องของเด็กและสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น หนังสือเรื่อง “how to talk to kids about death” หรือ นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงอย่าง Anne C. Frazier ก็เคยออกมาพูดเรื่องที่ว่าเราควรซื้อปลาตัวใหม่มาปล่อยแทนตัวที่ตาย เพื่อที่ลูกจะไม่ต้องรับรู้หรือไม่

เด็กอายุ 4 ขวบจะเริ่มเข้าใจเรื่องความตายแล้ว

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่?

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุ ณจะบอกลูกหรือไม่?

Anne C. Frazier นักจิตวิทยากล่างกับ เว็บไซต์ Romper ว่าเด็กอายุ 4 ขวบ ก็เริ่มจะเข้าใจความหมายและเรื่องราวเกี่ยวกับความตายแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เด็กทุกคนมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พบเจอ ประสบการณ์ นิสัย พัฒนาการ สภาะสังคม และ ทักษะทางความคิด การรับรู้ ทำให้การพูดเรื่องความตายในเด็กแต่ละเคส มีความแตกต่างกันออกไป

เธอแนะนำว่า พ่อ แม่ ความซื่อสัตย์กับลูก การหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามยากๆกับลูก เป็นเรื่องที่พ่อ แม่ หลายคนเลือกที่จะทำ  มากกว่าพูดคุยกับลูกตรงๆ ก่อนอื่น ผู้ปกครอง ต้องถามก่อนว่า ทำไมพวกเขาถึงอยากที่จะเลี่ยงมัน การหลีกเลี่ยงครั้งนี้ ลูกจะได้อะไรจากมันรึเปล่า Anne C. Frazier คิดว่านี่เป็น จังหวะที่ดี ที่คุณจะสามารถ พูดคุยกับลูกเรื่อง ความตายได้ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญ ที่เขาต้องทำความเข้าใจ ความตาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าคุณอธิบายให้ลูกฟังได้ อย่างใจเย็น ก็จะเป็นเรื่องที่ดี

เลือกที่จะพูดความจริง ดีกว่าเลี่ยงไปเรื่อยๆ

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่?

ถ้าสัตว์เลี้ยงตาย คุณจะบอกลูกหรือไม่?

ตรงข้ามกับการเลือกทางที่ง่าย หรือ สบายใจให้กับตัวอง นักจิตวิทยา อยากให้ ผู้ปกครองเลือก ที่จะแสดงความ เห็นอกเห็นใจ ให้กำลังใจลูก ให้ลูกได้ทำความเข้าใจกับความรู้สึกเศร้าสักพักก่อน ให้เวลาเขาได้เตรียมตัวเตรียมใจ เพราะถ้าจะบอกให้เด็ก ทำใจได้ในทันทีคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าคุณทำได้ มันจะดีต่อตัวลูกในอนาคต

การสอนเรื่องนี้ได้สำเร็จ มันเป็นเหมือนกับการที่คุณได้สอนเรื่องยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งให้กับลูกได้ ความตายเป้ฯส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ลูกจะต้องเจอกับเรื่องนี้ตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกับสัตว์เลี้ยง หรือ กับญาติผู้ใหญ่
การให้เวลาลูกได้ทำใจ ก่อนจะเข้าไปพูดและอธิบายนั้น จะทำให้เขารู้สึกว่า มันโอเคที่จะรู้สึกเศร้า ความเศร้า และ การแสดงออกมาว่าเศร้านั้น ไม่ใช่เรื่องที่ผิด มันเป็นเรื่องปกติ ของคนทั่วไป มันจะดีมาก ถ้าคุณสามารถบอกเขาได้เหมือนกันว่า คุณก็รู้สึกไม่ต่างกัน
เด็กควรที่จะได้เห็นด้านที่เป็นมนุษย์ของผู้ปกครอง เมื่อเห็นแล้ว เด็กจะเข้าใจ และ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกได้มากขึ้น รักตัวเองมากขึ้น มันยังเป็นการฝึกการแสดงออกทางความรู้สึกอย่างดีให้แก่ลูกอีกด้วย

คนที่เข้มแข็งคือคนที่เข้าใจอารมณ์ทุกอย่างและยอมรับมัน

ถ้าสัตว์เลี้ยงตายคุณจะบอกลูกหรือไม่?

ถ้าสัตว์เลี้ยงตาย คุณ จะบอกลูกหรือไม่?

Anne C. Frazier กล่าวว่า  คนที่มีความเข้มแข็งที่แท้จริงนั้น คือคนที่รู้สึกถึงความเศร้า และ รู้จักแสดงออกมาได้อย่างถูกวิธี คนที่เลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกนั้น เป็นอะไรที่ไม่ค่อยดีกับสุขภาพจิตของเด็กสักเท่าไหร่

ผู้ปกครองไปควรไปปิดบังความรู้สึกของลูก เพราะเขาต้องเจอกับประสบการณ์ที่หลากหลายในชีวิต

วิธีพูดคุยกับลูกเรื่องความตาย

  1. ให้พื้นที่ลูกได้แสดงออกทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น ความเศร้า ความโกรธ และ ความสับสน อารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับความตาย เด็กบางคนอาจจะมีคำถาม และ มันเป็นเรื่องปกติที่คุณจะไม่สามารถตอบมันได้ทุกอย่าง
  2. อย่าคาดหวัง เด็กยังไงก็คือเด็ก อย่าคาดหวังว่า เขาจะเข้าใจทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว หรือ เขาจะเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ เขาอาจจะเศร้ามากก็ได้
  3. เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ก่อนที่จะเข้าไปพูดคุยกับลูก ลองพูดคุยกับเพื่อน คนในครอบครัว หรือ คนรักก่อน ว่าจะพูดอะไร ทำความเข้าใจ ปลอบใจลูกอย่างไรดี
  4. บอกเขาว่า การลาจาก ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน การลาเองก็สวยงาม เช่นเดียวกับการพบเจอ

Source : romper

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ :

5 สัตว์เลี้ยงตัวจิ๋ว ที่น่าให้ลูกเลี้ยง ฝึกความรับผิดชอบและความรักสัตว์

ลูกเล่นกับสัตว์เลี้ยง มีดีกว่าที่คิด ประโยชน์จากการให้ลูกเล่นหมาแมวที่พ่อแม่ควรรู้!

บ้านไหนเลี้ยงสัตว์ ระวังกระทบเพื่อนบ้าน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

J.J.

app info
get app banner