TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

หนูน้อยสู้ชีวิต หิ้วถุงเก็บขยะริมถนน ก่อนพบว่าทำไปเพราะถูกพ่อลงโทษ

1 Aug, 2024
หนูน้อยสู้ชีวิต หิ้วถุงเก็บขยะริมถนน ก่อนพบว่าทำไปเพราะถูกพ่อลงโทษ

เมื่อไม่นานมานี้ มีเรื่องราวที่ค่อนข้างเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในต่างประเทศ โดยเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านตนเอง แต่แล้วเขากลับเห็น หนูน้อยสู้ชีวิต ที่ หิ้วถุงเก็บขยะริมถนน ก่อนที่เขาจะเข้าไปถามไถ่ จึงได้พบว่าหนูน้อยคนดังกล่าวไม่ได้ยากจนอย่างที่คิด

โดยชาวคนดังกล่าวเล่าว่าขณะที่ตนเองกำลังนั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าอพาร์ทเมนต์ ก็บังเอิญเห็นเด็กชายคนดังกล่าว ที่กำลังแบกถุงกระสอบขนาดใหญ่เพื่อเก็บขยะ โดยคาดว่าน่าจะกำลังค้นหาขวดและพลาสติกเพื่อนำไปขายแลกเงิน ซึ่งที่คอห้อยป้ายชื่อ แต่เนื้อตัวของเด็กกลับดูสะอาดสะอ้าน ซึ่งเมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงมอบขวดพลาสติกที่ไม่มีเครื่องดื่มแล้ว จำนวน 2 ขวด ให้ใส่รวมลงไปในถุงกระสอบ ก่อนที่จะถามไถ่ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของหนูน้อยคนดังกล่าว แต่เด็กชายกลับบอกว่าที่ต้องมาทำแบบนี้เป็นเพราะถูกพ่อลงโทษ

หนูน้อยสู้ชีวิต หิ้วถุงเก็บขยะริมถนน ก่อนพบว่าทำไปเพราะถูกพ่อลงโทษ

ขอขอบคุณภาพจาก soha.vn

เด็กชายได้เล่าว่า เพราะเขาขี้เกียจเกินกว่าจะเรียน จึงถูกลงโทษให้มาเก็บขยะเช่นนี้ และพอบอกพ่อแม่ว่าจะไม่เรียน พ่อแม่จึงให้เขาเริ่มธุรกิจโดยการเก็บขวดหาเลี้ยงชีพ “ถ้าปฏิเสธที่จะเรียน พ่อแม่จะส่งไปเก็บขยะ ไม่เรียนก็ควรเก็บขยะ ตอนนี้กลับไปเรียนไม่ได้แล้ว” เพื่อเป็นการสอนบทเรียนชีวิตให้แก่เขา และเมื่อชายหนุ่มได้ฟังเรื่องราวจึงแนะนำให้เด็กชายกลับไปขอโทษพ่อแม่และกลับไปตั้งใจเรียนให้ดี

ซึ่งชาวเน็ตหลายคนได้เห็นด้วยกับแนวทางของพ่อแม่ ที่ต้องเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เสียนิสัย แต่หลายคนก็กลับแสดงความเป็นห่วง ที่อาจทำให้ลูกตกอยู่ในอันตรายเมื่อออกมาเดินในที่สาธารณะคนเดียวเช่นนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วต้องไม่ลืมย้อนกลับไปมองที่การเลี้ยงดูของพ่อแม่ว่าใส่ใจลูกได้อย่างดีพอไหม เพราะปัญหาเด็กขี้เกียจ ไม่อยากไปโรงเรียนอาจจะมีสาเหตุมาจากอย่างอื่นได้

ขอขอบคุณที่มา : soha.vn, sanook.com

ลูกเป็นเด็กขี้เกียจ จึงลงโทษให้ หิ้วถุงเก็บขยะริมถนน เหมาะสมแล้ว?

การลงโทษลูกด้วยการให้หิ้วถุงเก็บขยะริมถนนเป็นการลงโทษที่ต้องพิจารณาหลายแง่มุม ไม่ใช่เรื่องที่ถูกหรือผิดอย่างสิ้นเชิง แต่มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา ดังนี้

ข้อดีที่อาจเกิดขึ้น

  • สอนให้รู้จักทำงาน: การให้ลูกช่วยทำงานบ้านหรือกิจกรรมที่ดูแลความสะอาด จะช่วยให้ลูกรู้จักรับผิดชอบและเห็นคุณค่าของการทำงาน
  • สอนให้รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น: การเก็บขยะริมถนนเป็นการช่วยเหลือชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทำให้ลูกรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและมีจิตสำนึกที่ดี
  • ลดพฤติกรรมขี้เกียจ: การลงโทษอาจช่วยให้ลูกตระหนักถึงผลของการขี้เกียจและพยายามปรับปรุงพฤติกรรม

ข้อเสียที่อาจเกิดขึ้น

  • ส่งผลกระทบต่อจิตใจ: การให้ลูกทำงานที่อาจเป็นที่อับอายหรือดูถูกได้ อาจส่งผลเสียต่อความรู้สึกนับถือตนเองและความมั่นใจของลูก
  • ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการ: การลงโทษควรสอดคล้องกับพัฒนาการและความเข้าใจของเด็ก หากเด็กยังเล็กเกินไปอาจไม่เข้าใจเหตุผลของการลงโทษ
  • อาจส่งผลให้เด็กกลัวการทำงาน: หากการลงโทษมีความรุนแรงหรือบ่อยเกินไป อาจทำให้เด็กกลัวการทำงานและไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

สิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

  • วัยของเด็ก: เด็กแต่ละวัยมีความเข้าใจและรับผิดชอบแตกต่างกัน การลงโทษควรเหมาะสมกับวัยของเด็ก
  • เหตุผลของการขี้เกียจ: ควรหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลูกขี้เกียจ เช่น งานที่ได้รับมอบหมายยากเกินไป หรือขาดแรงจูงใจ
  • วิธีการสื่อสาร: การสื่อสารกับลูกอย่างเปิดใจและอธิบายเหตุผลของการลงโทษอย่างชัดเจน จะช่วยให้ลูกเข้าใจและยอมรับการลงโทษได้ดีขึ้น
  • มีทางเลือกอื่นหรือไม่: นอกจากการลงโทษด้วยการทำงาน ยังมีวิธีการอื่นๆ ที่สามารถใช้ในการแก้ไขพฤติกรรมของลูก เช่น การให้รางวัลเมื่อลูกทำดี หรือการให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับงานที่ต้องทำ

การลงโทษลูกด้วยการให้หิ้วถุงเก็บขยะริมถนนอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป ควรพิจารณาถึงผลดีผลเสียและเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับลูกแต่ละคน การสื่อสารที่เปิดใจและการให้โอกาสลูกได้แก้ไขตัวเอง จะเป็นวิธีที่ดีกว่าในการช่วยให้ลูกเติบโตเป็นคนดี

หนูน้อยสู้ชีวิต หิ้วถุงเก็บขยะริมถนน ก่อนพบว่าทำไปเพราะถูกพ่อลงโทษ

ขอขอบคุณภาพจาก soha.vn

ปัญหาลูกขี้เกียจเรียน เกิดจากอะไร ?

ปัญหาลูกขี้เกียจเรียนเป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายคนกังวลใจ สาเหตุที่ทำให้เด็กขี้เกียจเรียนนั้นมีหลายปัจจัยค่ะ อาจเกิดจากปัจจัยภายในตัวเด็กเอง หรือปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของเด็กได้ ดังนี้

ปัจจัยภายในตัวเด็ก

  • ความสนใจ: เด็กอาจขาดความสนใจในวิชาเรียนบางวิชา หรือรู้สึกว่าเนื้อหาเรียนยากเกินไป ทำให้ขาดแรงจูงใจในการเรียน
  • ความมั่นใจ: เด็กที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง อาจกลัวที่จะทำผิดหรือกลัวการสอบตก ทำให้ไม่อยากพยายามเรียน
  • ปัญหาสุขภาพ: ปัญหาสุขภาพ เช่น การนอนไม่พอ การเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือภาวะซึมเศร้า อาจส่งผลต่อสมาธิและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก
  • สไตล์การเรียนรู้: แต่ละคนมีสไตล์การเรียนรู้ที่แตกต่างกัน หากวิธีการสอนในโรงเรียนไม่ตรงกับสไตล์การเรียนรู้ของเด็ก ก็อาจทำให้เด็กรู้สึกเบื่อหน่ายและขาดความสนใจ
  • ความผิดปกติทางการเรียนรู้: บางครั้งเด็กขี้เกียจเรียนอาจเกิดจากความผิดปกติทางการเรียนรู้ เช่น ดิสเล็กเซีย หรือเอดีเอชดี ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการอ่าน เขียน หรือจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน

ปัจจัยภายนอก

  • สภาพแวดล้อมในการเรียน: สภาพแวดล้อมในการเรียนที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ห้องเรียนที่ร้อนหรือเย็นเกินไป เสียงดังรบกวน หรือเพื่อนร่วมชั้นที่รบกวนการเรียน อาจส่งผลต่อความสนใจในการเรียนของเด็ก
  • ความสัมพันธ์กับครู: ความสัมพันธ์ที่ดีกับครูจะช่วยให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจในการเรียน แต่หากเด็กมีความขัดแย้งกับครู อาจทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียนและขาดความสนใจในการเรียน
  • สภาพแวดล้อมที่บ้าน: สภาพแวดล้อมที่บ้านมีผลต่อพฤติกรรมของเด็กอย่างมาก หากที่บ้านมีบรรยากาศที่วุ่นวาย หรือพ่อแม่ให้ความสำคัญกับการเรียนน้อยเกินไป อาจทำให้เด็กขาดแรงจูงใจในการเรียน
  • การเปรียบเทียบ: การเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น ๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกกดดันและสูญเสียความมั่นใจ ทำให้ไม่อยากพยายามเรียน

วิธีแก้ไขปัญหา

  • พูดคุยกับลูก: พูดคุยกับลูกอย่างเปิดใจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลูกขี้เกียจเรียน
  • ช่วยเหลือลูกในการเรียน: ช่วยลูกทำการบ้าน ตรวจสอบการบ้าน และให้คำแนะนำในการเรียน
  • สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่บ้าน: สร้างมุมสำหรับการเรียนรู้ที่บ้าน และจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น
  • ให้กำลังใจและชื่นชม: ชื่นชมความพยายามของลูก แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
  • ปรึกษาครู: ปรึกษาครูเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูก เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหา
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากปัญหาของลูกรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยาเด็ก หรือแพทย์

สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ต้องอดทนและให้กำลังใจลูกเสมอ การแก้ไขปัญหาเด็กขี้เกียจเรียนอาจต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่หากพ่อแม่ให้ความรักและการดูแลอย่างเหมาะสม ลูกก็จะสามารถปรับปรุงพฤติกรรมและกลับมาสนใจการเรียนได้

สิ่งที่พ่อแม่ที่ดีควรทำ เมื่อลูกขี้เกียจเรียน ไม่อยากไปโรงเรียน

เมื่อลูกขี้เกียจเรียนและไม่อยากไปโรงเรียน เป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายคนกังวลใจ สิ่งสำคัญคือการหาสาเหตุที่แท้จริงและเข้าใจความรู้สึกของลูก เพื่อจะได้ช่วยเหลือลูกได้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่พ่อแม่ที่ดีควรทำ

  1. เปิดใจคุยกัน: สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและปลอดภัย เพื่อให้ลูกกล้าเปิดใจพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกและปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะลองถามคำถามเปิด เช่น “ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรที่ทำให้ลูกไม่สบายใจหรือไม่?” “ลูกรู้สึกยังไงกับการไปโรงเรียนบ้าง?”
  2. ฟังอย่างตั้งใจ: ฟังลูกอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสิน และพยายามเข้าใจมุมมองของลูกให้มากที่สุด
  3. หาสาเหตุ: พยายามหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกไม่อยากไปโรงเรียน อาจเป็นเพราะปัญหาเรื่องการเรียน การเข้าสังคมกับเพื่อน หรือปัญหาส่วนตัวอื่น ๆ
  4. ร่วมกันหาทางออก: เมื่อทราบสาเหตุแล้ว ให้ร่วมกันหาทางออกกับลูก อาจจะลองปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ใหม่ ๆ หรือหาคนช่วยสอนเพิ่มเติม
  5. ให้กำลังใจและชื่นชม: ชื่นชมในความพยายามของลูก แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นให้ลูกอยากพยายามมากขึ้น
  6. ไม่เปรียบเทียบ: หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น ๆ เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกกดดันและเสียความมั่นใจ
  7. สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่บ้าน: สร้างมุมสำหรับการเรียนรู้ที่บ้าน และจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น เพื่อให้ลูกได้สัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลาย
  8. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากปัญหาของลูกไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยาเด็ก หรือครูที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
  9. ดูแลสุขภาพของลูก: ตรวจสอบสุขภาพของลูกเป็นประจำ เพราะปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น การนอนไม่พอ อาจส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ของลูก
  10. เป็นแบบอย่างที่ดี: พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็นในการอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ลงโทษ: การลงโทษจะยิ่งทำให้ลูกกลัวและไม่อยากไปโรงเรียนมากขึ้น
  • บังคับ: การบังคับให้ลูกทำอะไรที่ไม่ชอบ จะทำให้ลูกยิ่งต่อต้าน
  • ตำหนิ: การตำหนิจะทำให้ลูกเสียความมั่นใจและไม่กล้าที่จะลองทำอะไรใหม่ ๆฃ

สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ต้องอดทนและให้กำลังใจลูกเสมอ การแก้ไขปัญหาเด็กขี้เกียจเรียนอาจต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่หากพ่อแม่ให้ความรักและการดูแลอย่างเหมาะสม ลูกก็จะสามารถปรับปรุงพฤติกรรมและกลับมาสนใจการเรียนได้

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : 

บทความจากพันธมิตร
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
ก้าวไปอีกขั้น! PalFish Thailand จัดงานอลัง “ฉลองรับการขยายออฟฟิศใหม่”
ก้าวไปอีกขั้น! PalFish Thailand จัดงานอลัง “ฉลองรับการขยายออฟฟิศใหม่”
แพ็ลฟิชฯ จัดอลัง!! ประชันแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ “PalFish English Speech Contest” - ดัน “UN” ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 17)
แพ็ลฟิชฯ จัดอลัง!! ประชันแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ “PalFish English Speech Contest” - ดัน “UN” ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 17)
สร้างความแข็งแกร่งของฮีโร่ตัวน้อย ด้วย LPR โพรไบโอติก ตัวดัง
สร้างความแข็งแกร่งของฮีโร่ตัวน้อย ด้วย LPR โพรไบโอติก ตัวดัง

ปัญหาลูกไม่ทำการบ้าน ลูกไม่ชอบทำการบ้าน เพราะอะไร วิธีแก้ปัญหาลูกไม่ทำการบ้าน

ลูกเป็นโรคแอลดี LD คือ ? รักษาได้หรือไม่ ทำยังไงดีเมื่อลูกเป็นเด็ก LD

วิธีแก้ปัญหาลูกไม่อยากไปโรงเรียน เตรียมลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล การสร้างแรงจูงใจให้ลูกไปโรงเรียน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

watcharin

  • หน้าแรก
  • /
  • ข่าว
  • /
  • หนูน้อยสู้ชีวิต หิ้วถุงเก็บขยะริมถนน ก่อนพบว่าทำไปเพราะถูกพ่อลงโทษ
แชร์ :
  • 30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

    30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

    สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

  • 30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

    30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

    สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว