สะดือทารก ถือเป็นจุดที่บอบบางและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ปัญหาเกี่ยวกับสะดือทารก เช่น สะดืออักเสบ มีเลือดออก หรือมีกลิ่นเหม็น เป็นปัญหาที่พบบ่อย บทความนี้จึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลสะดือทารก พร้อมคำตอบที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสะดือลูกน้อยอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และคลายความกังวลใจค่ะ
สะดือทารกแรกเกิด สำคัญอย่างไร
สะดือทารก คือ จุดเชื่อมต่ออันสำคัญระหว่างลูกน้อยกับคุณแม่ในครรภ์ คอยลำเลียงเลือด ออกซิเจน และสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตจากแม่สู่ลูก
หลังคลอด แพทย์จะทำการตัดและหนีบสายสะดือ โดยส่วนที่เหลืออยู่บนตัวทารกจะถูกเรียกว่า “ขั้วสะดือ” ขั้วสะดือนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อสีขาวขุ่น ชื้น และอาจมีคราบเลือดติดอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม สายสะดือประกอบด้วยเส้นเลือด ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทารกได้ ยิ่งไปกว่านั้น ผิวหนังบริเวณรอบสะดือยังบอบบางมาก ในช่วงแรกเกิดที่ภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง หากสะดือไม่สะอาด ลูกน้อยก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเจ็บป่วยได้ง่าย
สะดือทารก สัปดาห์แรก เปลี่ยนแปลงอย่างไร
- วันที่ 1-3 ขั้วสะดือจะเริ่มแห้งลง สีจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม คล้ายๆ ลูกเกด
- วันที่ 4-7 ขั้วสะดือจะแห้งสนิท แข็ง และเริ่มหดตัวลง
- วันที่ 7-14 โดยทั่วไป ขั้วสะดือจะหลุดออกเองภายใน 1-2 สัปดาห์หลังคลอด แต่ในบางรายอาจใช้เวลานานถึง 3 สัปดาห์
สะดือทารกกี่วันหลุด
- โดยเฉลี่ย 7-14 วัน
- บางราย อาจใช้เวลานานถึง 3 สัปดาห์
ลักษณะสะดือทารกปกติ: ก่อนและหลังสะดือหลุด
หลังคลอด คุณพ่อคุณแม่อาจรู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับลักษณะของสะดือลูกน้อย มาทำความเข้าใจลักษณะของสะดือทารกปกติกันค่ะ
|
ลักษณะ สะดือทารกปกติ
|
- สะดือทารกปกติ ก่อนสะดือหลุด
|
- มีขั้วสะดือติดอยู่ ซึ่งเป็นส่วนของสายสะดือที่เหลือหลังจากถูกตัด
- ขั้วสะดือมีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อสีขาวขุ่น ชื้น และอาจมีคราบเลือดติดอยู่บ้าง
- ในช่วงสัปดาห์แรก ขั้วสะดือจะค่อยๆ แห้งลง เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม คล้ายลูกเกด และหดตัวลง
|
- สะดือทารกปกติ หลังสะดือหลุด
|
- สะดือควรแห้งสนิท ไม่มีของเหลวหรือหนอง
- ไม่มีกลิ่นเหม็น
- ผิวหนังรอบสะดือมีสีปกติ ไม่แดง ไม่บวม และไม่มีอาการอักเสบ
- อาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดซึมออกมาบ้างเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
|
ข้อควรระวัง
- ติ่งเนื้อที่ขั้วสะดือ ในบางราย หลังจากสะดือหลุด อาจมีติ่งเนื้อขนาดเล็กโผล่ออกมา ไม่ต้องตกใจค่ะ ส่วนใหญ่มักจะหายไปเอง แต่เพื่อความมั่นใจ ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อตรวจดู
- ห้ามโรยแป้ง ไม่ควรโรยแป้ง ยาผง หรือสมุนไพรใดๆ บริเวณสะดือ เพราะอาจทำให้เกิดการอับชื้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

สะดือทารก โดนน้ำได้ไหม
คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลว่าสะดือลูกน้อยจะเน่าหรือติดเชื้อหากโดนน้ำ แต่ความจริงแล้ว สะดือทารกโดนน้ำได้ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถอาบน้ำให้ลูกน้อยได้ตามปกติ
แต่สิ่งสำคัญคือ หลังอาบน้ำเสร็จ ต้องเช็ดทำความสะอาดสะดือลูกน้อยให้แห้งสนิททุกครั้ง โดยใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดบริเวณขั้วสะดือ รวมถึงสายสะดือด้วย การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อโรค ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่สะดือได้
สะดือทารกอักเสบ สังเกตยังไง
สะดือทารกอักเสบ สาเหตุหลักมักเกิดจากการทำความสะอาดไม่ถูกวิธี หรือสะดือไม่แห้งสนิท ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตและทำให้เกิดการอักเสบได้
สังเกตอาการสะดืออักเสบ
- บวมแดงรอบๆ สะดือ
- สะดือมีกลิ่นเหม็น
- มีหนองหรือของเหลวไหลจากสะดือ
หากพบอาการเหล่านี้ อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันที
สะดือทารกมีเลือดออก อันตรายไหม
หากพบว่าลูกน้อยมีเลือดออกจากสะดือ หรือมีอาการบวมแดงรอบสะดือ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้
สะดือทารกมีเลือดออก อาจเป็นสัญญาณของปัญหา เช่น
- การติดเชื้อ
- การเสียดสี เช่น จากผ้าอ้อม
- หลอดเลือดผิดปกติ ในบางราย อาจมีหลอดเลือดขนาดเล็กที่สะดือ ซึ่งทำให้มีเลือดออกง่าย
สะดือทารกแบบไหนผิดปกติ
หลังจากสายสะดือหลุด คุณพ่อคุณแม่อาจพบว่ามีน้ำเหลืองหรือเลือดซึมจากสะดือลูกน้อยเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากสังเกตเห็นความผิดปกติ ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันที
- มีไข้สูงร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
- ลูกร้องไห้งอแงเมื่อถูกแตะที่สะดือ แสดงว่าลูกน้อยรู้สึกเจ็บ ไม่สบายตัว
- มีอาการบวมแดง หรือมีรอยแดงที่ฐานสะดือ บ่งบอกถึงการอักเสบ
- สะดือมีกลิ่นเหม็น เกิดจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
- มีเลือดไหลออกมาเยอะ อาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด
- มีน้ำหนอง เป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรง
อย่านิ่งนอนใจ! หากพบความผิดปกติใดๆ ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที การปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้การติดเชื้อลุกลาม เป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้

วิธีดูแลสะดือทารก
การดูแลสะดือทารกแรกเกิดอย่างถูกวิธี จะช่วยป้องกันการอักเสบและการติดเชื้อ มาดูวิธีทำความสะอาดสะดือลูกน้อยที่ถูกต้องค่ะ
|
วิธีดูแลสะดือทารก
|
- วิธีดูแลสะดือทารก ก่อนสะดือหลุด
|
- ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 70% วันละ 2 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังอาบน้ำ
- พับผ้าอ้อมลงต่ำกว่าสะดือ เพื่อป้องกันการเสียดสีและความอับชื้น
- ไม่ควรแกะ เกา หรือดึงตอสะดือ
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกมาก มีหนอง มีกลิ่นเหม็น หรือบวมแดง
|
- วิธีดูแลสะดือทารก หลังสะดือหลุด
|
- ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 70% ทุกครั้งหลังอาบน้ำ จนกว่าสะดือจะแห้งสนิทดี
- รักษาความสะอาดบริเวณสะดือ
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกมาก มีหนอง มีกลิ่นเหม็น หรือบวมแดง
|
ขั้นตอนการทำความสะอาดสะดือทารก
- จับสายสะดือขึ้นตั้งตรง หมุนไปด้านซ้าย ด้านขวา ด้านหน้า และด้านหลัง สังเกตซอกเล็กๆ บริเวณโคนสะดือ
- ทำความสะอาดโคนสะดือ ใช้ Cotton Buds ชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดบริเวณซอกโคนสะดือ หมุนไปในทางเดียวกัน ไม่ควรเช็ดย้อนไปมา หาก Cotton Buds สกปรก ให้เปลี่ยนอันใหม่ เช็ดจนกว่าจะสะอาด
- ทำความสะอาดสายสะดือ ใช้สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดสายสะดือ เริ่มจากโคนขึ้นไปจนถึงปลาย เช็ดให้รอบทุกด้านจนสะอาด
- ทำความสะอาดผิวหนังรอบสะดือ ใช้สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์ 70% บีบให้หมาด เช็ดผิวหนังรอบๆ โคนสะดือ โดยหมุนวนประมาณ 1-2 นิ้ว เพื่อฆ่าเชื้อโรค
การเรียนรู้วิธีดูแลสะดือลูกน้อยอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่สะดือ แต่ยังเสริมสร้างความมั่นใจให้คุณพ่อคุณแม่ในการดูแลลูกน้อย ส่งผลให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง และเติบโตอย่างมีความสุขด้วยค่ะ
ที่มา : โรงพยาบาลศิครินทร์
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
2 พื้นฐานสำคัญในการดูแลทารก คู่มือสำหรับพ่อแม่มือใหม่ ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ทารกปากคล้ำ เป็นไรไหม? ภาวะปกติ หรือสัญญาณอันตราย!?
ลูกหายใจครืดคราดเวลานอน อาการธรรมดาหรือสัญญาณอันตราย
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!