สลด! พ่อเลี้ยง-แม่แท้ๆ ทำร้ายลูกวัย 1 ขวบครึ่งจนเสียชีวิต อ้างรำคาญลูกงอแง

อุทาหรณ์กรณี พ่อเลี้ยง และ แม่แท้ๆ ทำร้ายลูก วัย 1 ขวบครึ่งจนเสียชีวิต อ้างรำคาญที่ลูกงอแง พร้อมแนะวิธีรับมือเมื่อลูกร้องไห้งอแงอย่างถูกวิธี

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เป็นอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความหดหู่และสะเทือนใจให้กับคนเป็นพ่อแม่ทั่วประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวกรณี แม่แท้ๆ ทำร้ายลูก ร่วมกับพ่อเลี้ยง จนพรากชีวิตเด็กบริสุทธิ์ไปอย่างไม่มีวันกลับ theAsianparent ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของเด็กชายวัย 1 ขวบ 6 เดือน และขอหยิบยกข่าวนี้มาเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้กับสังคมของเราค่ะ

 

เกิดอะไรขึ้นกับเด็กชายวัย 1 ขวบ 6 เดือน?

เหตุการณ์สุดสลดนี้เกิดขึ้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาดิน ได้เข้าจับกุมตัวแม่แท้ๆ (อายุ 30 ปี) และพ่อเลี้ยง (อายุ 38 ปี) ของ “น้องเอ” (นามสมมติ) เด็กชายวัยเพียง 1 ปี 6 เดือน หลังจากแพทย์ลงความเห็นว่าน้องเสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติ โดยมีสาเหตุจากของแข็งไม่มีคมกระแทกที่เยื่อหุ้มสมอง ตามร่างกายมีรอยเขียวช้ำ และพบรอยไหม้ที่บริเวณผิวหนังด้านหลังและก้น

สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเป้าไปที่คนในครอบครัว คือหลังจากที่ลูกเสียชีวิต ผู้เป็นแม่แท้ๆ กลับไม่ยอมไปรับศพลูกเพื่อมาทำพิธีทางศาสนา มีเพียงคุณย่าของเด็กเท่านั้นที่ไปรับร่างหลานกลับมาบำเพ็ญกุศล

 

ขอบคุณภาพจาก สยามรัฐ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คำสารภาพสุดสะเทือนใจ อ้าง “รำคาญที่เด็กร้องไห้”

จากการสอบสวนอย่างหนัก ในที่สุดพ่อเลี้ยงก็ยอมรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุ น้องร้องไห้งอแง ทำให้ตนเกิดความโมโหและรำคาญ จึงได้ตบเด็กไป 1 ครั้ง และต่อยเข้าที่หน้าผากจนเด็กสลบไป จากนั้นด้วยความตกใจจึงไปนำ “เครื่องช็อตปลา” มาช็อตตามตัวเด็กเพื่อหวังจะกระตุ้นให้ฟื้น โดยที่แม่แท้ๆ นั่งมองอยู่และไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด จนกระทั่งเด็กเกิดอาการชักและมีเลือดออกทางปากและจมูก จึงเรียกให้คนข้างบ้านช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่น้องจะเสียชีวิตในวันต่อมา

นอกจากนี้ พ่อเลี้ยงยังสารภาพอีกว่า ที่ผ่านมาได้ทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงมาตลอดกว่า 2 เดือน ทั้งตบหน้า ใช้บุหรี่จี้ตามตัว และใช้เครื่องช็อตปลา โดยอ้างเหตุผลเพียงว่ารำคาญที่เด็กร้องงอแง ซึ่งจากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าทั้งพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆ มีพฤติกรรมติดยาเสพติดอย่างหนักอีกด้วย เบื้องต้นตำรวจจึงตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและเสพยาเสพติด

 

ลูก 1 ขวบงอแงทำอย่างไร วิธีรับมือเด็กร้องไห้งอแง

คุณพ่อคุณแม่คะ ข่าวกรณี พ่อเลี้ยงและ แม่แท้ๆ ทำร้ายลูก เพราะคุมอารมณ์ไม่ได้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น พฤติกรรมลูกร้องไห้งอแงหรืออาละวาดในเด็กวัย 1 ขวบ เป็นเรื่องปกติที่พบได้ตามพัฒนาการ เนื่องจากในวัยนี้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ (อะมิกดาลา) จะทำงานเป็นหลัก ทำให้เด็กสามารถเปลี่ยนจากอารมณ์ดีเป็นโกรธได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที อีกทั้งเด็กยังไม่สามารถสื่อสารความต้องการออกมาเป็นคำพูดได้ชัดเจน จึงใช้การร้องไห้เพื่อสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นเพราะหิว ง่วง ไม่สบายตัว หรือต้องการความรักความอบอุ่น

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

วิธีรับมือและจัดการกับเด็กร้องไห้งอแง สามารถทำได้ดังนี้

  1. หาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุ

การที่เด็กงอแงหรือทำตัว “ดื้อ” แท้จริงแล้วคือวิธีที่พวกเขาพยายามบอกว่ากำลังต้องการอะไรบางอย่าง ให้สำรวจก่อนว่าลูกมีภาวะเหล่านี้หรือไม่: หิว, ง่วงนอน, ไม่สบายตัว, เจ็บปวด, หรือถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมมากเกินไป หากพบสาเหตุ เช่น ลูกหิวหรือเหนื่อย ให้รีบตอบสนองด้วยการให้กินอาหารหรือพาไปพักผ่อน

 

  1. ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ

วิธีนี้จะได้ผลดีมากสำหรับเด็กวัย 1-2 ขวบ เนื่องจากเด็กวัยนี้ถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย เมื่อเห็นว่าลูกเริ่มจะงอแง ให้ลองเบี่ยงเบนความสนใจไปที่สิ่งอื่น เช่น ชวนดูนกดูไม้ หยิบของเล่นชิ้นอื่นให้ หรือเปลี่ยนสถานที่

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

 

  1. พ่อแม่ต้องใจเย็นและไม่ใช้อารมณ์

พึงระลึกไว้ว่าลูกไม่ได้ร้องไห้เพื่อจงใจยั่วโมโหคุณ พ่อแม่จึงไม่ควรนำพฤติกรรมของลูกมาเป็นอารมณ์ส่วนตัว ห้ามตะคอก ดุด่า หรือตีเด็ก แต่ให้ใช้ความสงบเข้าสู้ คุณสามารถกอดปลอบประโลมลูกได้ และบอกลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “แม่อยู่ตรงนี้นะและแม่รักหนู” การตอบสนองด้วยความอบอุ่นและสม่ำเสมอจะช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและลดความเครียดได้

 

  1. ใช้เทคนิคเพิกเฉย (เมื่อเด็กร้องไห้เอาแต่ใจ)

หากเด็กงอแงเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือเอาแต่ใจ (สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป) คุณสามารถใช้เทคนิค “เพิกเฉย” เพื่อสอนให้เขารู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • มองหน้าลูกและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “แม่จะรอหนูเงียบ เราถึงจะคุยกัน”
  • ทำเป็นไม่สนใจ ไม่สบตา ไม่อุ้ม และไม่เช็ดน้ำตาให้ (แต่ไม่ได้เดินหนีทอดทิ้งลูก) ให้เบี่ยงเบนไปทำสิ่งอื่นแทน เช่น พับผ้า ล้างจาน
  • หากลูกตีทำร้ายผู้อื่น หรือขว้างปาข้าวของ ให้จับมือลูกไว้แน่นๆ ประมาณ 10 วินาที พูดนิ่งๆ ว่า “ไม่ตี/ไม่โยนของ” แล้วปล่อยมือ หากลูกทำซ้ำให้ทำแบบเดิมจนกว่าจะหยุด
  • เมื่อลูกเงียบและสงบลง ให้รีบกลับไปชื่นชมลูกทันที เช่น “หนูเงียบแล้ว หนูเก่งมากค่ะ” และชวนทำกิจกรรมที่ลูกชอบ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าพ่อแม่จะให้ความสนใจก็ต่อเมื่อเขามีพฤติกรรมที่ดีเท่านั้น

 

  1. สร้างกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจน

เด็กวัยเตาะแตะจะรู้สึกปลอดภัยและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ควรจัดเวลากิน เวลานอน และเวลาเล่นให้เป็นเวลา รวมถึงการให้ลูกมีสิทธิเลือกในเรื่องง่ายๆ เช่น จะใส่เสื้อสีอะไร หรือจะกินแครอทหรือมะเขือเทศก่อน เพื่อให้เขารู้สึกถึงความเป็นอิสระและมีอำนาจในการตัดสินใจบ้าง

 

ข้อควรระวังสำคัญสำหรับพ่อแม่

การรับมือกับเด็กวัยนี้อาจทำให้พ่อแม่รู้สึกเหนื่อยล้าและเครียดจัด (Burnout) ซึ่งความเครียดของพ่อแม่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของลูกได้เช่นกัน

  • หากคุณรู้สึกควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้: ให้วางลูกลงในที่ที่ปลอดภัย (เช่น เปล) แล้วเดินออกจากห้องไปชั่วคราว สูดหายใจลึกๆ หรือนับ 1 ถึง 10 เพื่อสงบสติอารมณ์ และเรียกสติกลับมาก่อน แล้วจึงค่อยกลับเข้าไปดูแลลูกใหม่เมื่อคุณใจเย็นลงแล้ว
  • ห้ามเขย่าตัวเด็กเด็ดขาด: ไม่ว่าคุณจะโมโหหรือหงุดหงิดแค่ไหน การเขย่าเด็กทารกเพียงไม่กี่วินาทีสามารถทำให้สมองบาดเจ็บ ตาบอด หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • อย่าลืมหาเวลาดูแลจิตใจตัวเอง: พักผ่อนวันละ 15 นาที หรือขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างเมื่อคุณรู้สึกไม่ไหว

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าตนเองมีภาวะเครียด ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หรือรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก จนกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ พ่อเลี้ยงและ แม่แท้ๆ ทำร้ายลูก เหมือนในข่าว แนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัวเพื่อสลับกันดูแล หรือปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมนะคะ อย่าปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบกลายเป็นความรุนแรงที่ทำร้ายลูกน้อยที่เรารักเลยค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทารก 6 เดือน หลับเร็วผิดปกติ ก่อนหมอเผยว่าเป็น โรคทารกถูกเขย่า

งานวิจัยเผย! แม่ๆ เกือบครึ่ง เครียดจากสามี มากกว่าลูก

เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค “จุ่มหน้าในน้ำแข็ง” รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

 

ที่มา: Centers for Disease Control and Prevention (CDC) , Toddler’s First Steps , Mary Bridge Children’s Hospital , The Pediatrician Mom , โรงพยาบาลสมิติเวช , เดลินิวส์ , ข่าวออนไลน์7HD , ข่าวสด , สยามรัฐ