ในช่วงปิดเทอมของทุกๆ ปีถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเด็กจมน้ำมากเป็นพิเศษเลยนะคะ นอกเหนือ จากทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำที่ควรสอนลูกแล้ว การเลือกสีชุดว่ายน้ำที่ปลอดภัย ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เด็กๆ ได้ เนื่องจากสีของชุดว่ายน้ำมีผลต่อการมองเห็นในน้ำและใต้น้ำ สีชุดว่ายน้ำที่ปลอดภัย จะช่วยให้ผู้ดูแลสามารถมองเห็นเด็กๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนั้น สีของชุดว่ายน้ำจึงช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของเด็กที่กำลังจมน้ำได้ค่ะ
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคพบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2556 – 2565) มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 6,998 คน เฉลี่ยแล้วในแต่ละวันมีเด็กไทยเสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 10 คน และ 1 ใน 5 ของจำนวนนั้นเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีค่ะ
การจมน้ำนั้นเกิดขึ้นเร็วและเงียบกว่าที่เราคิดกันมาก ไม่เหมือนในหนังที่เด็กๆ จะตะโกนหรือโบกมือขอความช่วยเหลือ จริงๆ แล้ว เด็กที่กำลังจมน้ำมักจะพยายามหายใจโดยการลอยขึ้นลงบนผิวน้ำเท่านั้น
ปัญหาคือ ชุดว่ายน้ำบางสีเมื่ออยู่ในน้ำ อาจกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เช่น ดูเหมือนใบไม้หรือขยะ ทำให้คนอื่นมองเห็นได้ยาก และไม่รู้ว่าเด็กกำลังตกอยู่ในอันตราย บางสีของชุดว่ายน้ำอาจถึงกับมองแทบไม่เห็นเลยในน้ำ
Alive Solutions บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางน้ำ การฝึกอบรม และการประเมินความเสี่ยง ได้นำชุดว่ายน้ำ 14 ตัวที่มีสีหลากหลายมาทดสอบในสระว่ายน้ำและทะเลสาบ เพื่อดูว่าสีใดมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดเมื่ออยู่ในน้ำ
โดยภาพแถวบน คือชุดว่ายน้ำที่ถูกจุ่มบนผิวน้ำ ส่วนภาพแถวล่างคือชุดว่ายน้ำที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำลึกลงไป 18 นิ้ว หรือ 45.7 เซนติเมตรในสระว่ายน้ำที่มีพื้นสีเข้มและสีอ่อน
ภาพแรก เป็นการทดสอบกับสระว่ายน้ำที่มีพื้นสีสว่าง (Pools with light bottoms)

ภาพที่สอง เป็นการทดสอบกับสระว่ายน้ำที่มีพื้นสีเข้ม (Pools with dark bottoms)

ภาพที่สาม เป็นการทดสอบกับทะเลสาบ (Lakes)
ในทะเลสาบ ภาพแถวแรกแสดงชุดว่ายน้ำบนผิวน้ำ แถวที่สองแสดงมุมมองระดับชายฝั่ง และแถวที่สามถ่ายจากมุมมองที่สูงเล็กน้อย

ผลการทดสอบ – สีชุดว่ายน้ำที่ปลอดภัย ชุดว่ายน้ำสีอะไรปลอดภัยที่สุด?
ผลการทดสอบภาพว่า สีนีออนที่สดใส รวมถึงสีส้มสดใส เหลืองนีออน และเขียวสะท้อนแสง เป็นสีที่สามารถมองเห็นเด็กใต้น้ำชัดที่สุด
ในขณะที่ สีชุดว่ายน้ำยอดนิยม เช่น สีน้ำเงินและสีเขียว แทบจะถูกกลืนหายไปหมด โดยสีที่ถูกกลืนหายไปมากที่สุดคือสีขาวและสีฟ้าอ่อน
- ในทะเลสาบ สีขาวอาจดูเหมือนแสงสะท้อนหรือกลืนไปกับเงาของก้อนเมฆบนผิวน้ำ ทำให้มองเห็นได้ยาก
- ในสระว่ายน้ำพื้นสีเข้ม สีขาวจะดูเป็นสีฟ้าอ่อนและเห็นได้ชัดในระยะใกล้ แต่เมื่ออยู่ไกลออกไป จะมองเห็นได้ยากขึ้น
- ชุดสีเข้มหรือสีที่คล้ายกับสีน้ำ จะมองเห็นได้ยากในสระว่ายน้ำที่มีพื้นสีเข้ม
- ชุดสีเข้ม จะเห็นได้ชัดเจนในสระว่ายน้ำที่มีพื้นสีอ่อน แต่ก็อาจถูกมองข้ามได้ง่าย หากมีใบไม้ ดิน หรือเงาในน้ำ
- สีชมพูนีออน เห็นได้ชัดเจนในสระว่ายน้ำ แต่อาจมองเห็นได้ยากในทะเลสาบ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสีสันสดใสจะช่วยให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น แต่สีของชุดว่ายน้ำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องดูแลและเฝ้าระวังลูกหลานของเราอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าพวกเขาจะใส่ชุดว่ายน้ำสีอะไรก็ตาม รวมถึงสอนลูกให้เรียนรู้หลักความปลอดภัยทางน้ำด้วย
วิธีดูแลเด็กให้ปลอดภัยจากการจมน้ำ
1. อย่าปล่อยให้เด็กเล่นน้ำหรืออยู่ใกล้แหล่งน้ำตามลำพัง
กำหนดให้ผู้ใหญ่คนใดคนหนึ่งเป็น “ผู้ดูแล” ที่จะคอยจับตาดูเด็กๆ อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ เนื่องจากอาจทำให้ละสายตาจากเด็กๆ ได้
2. สอนเด็กว่ายน้ำให้เป็น
การว่ายน้ำเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญมาก เด็กทุกวัยสามารถเรียนว่ายน้ำได้ และเด็กทุกคนควรว่ายน้ำเป็น เพื่อให้สามารถเอาชีวิตรอดจากภัยทางน้ำได้ จากข้อมูลพบว่า เด็กไทยว่ายน้ำเป็นเพียงประมาณ 16% เท่านั้น
3. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี การทรงตัวมักไม่ดี ทำให้ล้มในท่าที่ศีรษะทิ่มลงได้ง่าย จึงมักพบเด็กจมน้ำสูงในแหล่งน้ำภายในบ้านหรือบริเวณรอบๆ บ้าน เช่น ถังน้ำโอ่ง กะละมัง บ่อน้ำ แอ่งน้ำ ที่มีระดับน้ำเพียง 1-2 นิ้ว เท่านั้น จำเป็นต้องป้องกันเด็กให้ปลอดภัยจากแหล่งน้ำ ควรจัดการไม่ให้มีแหล่งน้ำที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ เช่น เทน้ำทิ้งจากภาชนะใส่น้ำ หาฝาปิดภาชนะใส่น้ำ เช่นโอ่ง ถัง กะละมังให้มิดชิด เป็นต้น
4. เด็กอายุมากกว่า 5 ปี
ควรสอนให้ลูกรู้จักอันตรายและความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ ย้ำว่าเด็กๆ ไม่ควรเล่นน้ำโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล สอนให้เด็กสวมชูชีพทุกครั้งที่โดยสารเรือ สอนให้ว่ายน้ำเป็นและเอาตัวรอดได้ สามารถช่วยเหลือคนตกน้ำอย่างปลอดภัย
ย้ำลูกว่า เมื่อเห็นคนตกน้ำ เด็กๆ ไม่ควรลงไปช่วยเอง แม้ว่าจะว่ายน้ำเป็นก็ตาม ให้เรียกผู้ใหญ่มาช่วยแทน และสอนให้โยน อุปกรณ์ที่หาได้ง่ายๆ เพื่อช่วยคนตกน้ำ เช่น ถังเปล่า ขวดน้ำเปล่า ลูกมะพร้าว ไปให้คนที่กำลังจะจมน้ำหลายๆ ชิ้น
หากยื่นอุปกรณ์เช่น เชือก กิ่งไม้ หรือผ้าขาวม้า เผื่อดึงคนตกน้ำเข้าฝั่ง ให้ระวังด้วยว่า ต้องมีที่สามารถยึดตัวเองไว้ได้อย่างมั่นคง เพราะอาจเป็นฝ่ายถูกดึงจนตกลงไปในน้ำด้วยอีกคน
การช่วยเหลือคนจมน้ำ ห้ามทำสิ่งเหล่านี้
- ห้ามจับเด็กอุ้มพาดบ่า
- ห้ามกระโดดหรือวิ่งรอบสนาม
- ห้ามวางเด็กบนกระทะคว่ำแล้วรีดน้ำออก
การทำสิ่งเหล่านี้ เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะจะทำให้เด็กขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้น หากเด็กจมน้ำและไม่หายใจ ให้ทำการปฐมพยาบาลโดยการผายปอด (เป่าปาก) ทันที
ปิดเทอมนี้ ชวนเด็กๆ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการไปเรียนว่ายน้ำกันดีกว่า และอย่าลืมเลือก สีชุดว่ายน้ำที่ปลอดภัย เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเมื่อลูกกำลังจะจมน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ค่ะ
ที่มา : akronchildrens , Leeway การเรียนรู้ผ่านการเล่น , คู่มือประชาชนรู้เท่าทัน ป้องกันเด็กจมน้ำ
ที่มารูปภาพ : Alive Solutions
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Checklist ของใช้ที่ควรเตรียมไว้ใน “กระเป๋าฉุกเฉิน” พร้อมอพยพทันที
5 เรื่องสำคัญที่ควรปลูกฝัง ในช่วง 2 ปีแรกของลูกน้อย
ร้อนนี้ต้องระวัง! 6 โรคหน้าร้อนในเด็ก ที่พบบ่อย ดูแลป้องกันยังไง?
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!