TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

การห้ามเลือด หากลูกบาดเจ็บ หรือเป็นแผลต้องทำอย่างไร

บทความ 5 นาที
การห้ามเลือด หากลูกบาดเจ็บ หรือเป็นแผลต้องทำอย่างไร

การห้ามเลือด ที่ถูกต้องเป็นแบบไหน แต่ละแบบมีวิธีธีการห้ามเลือดอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

การห้ามเลือด จากบาดแผล เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดบาดแผลจากการบาดเจ็บควรทำอย่างไร วันนี้ theAsianparent นำวิธีการห้ามเลือดและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาฝากจะมีวิธีการห้ามเลือดแบบไหนบ้าง ไปดูกันเลย

 

การห้ามเลือด คืออะไร

การห้ามเลือด

การห้ามเลือด

การห้ามเลือด (Control hemorrhage) หมายถึง การทำให้เลือดหยุดไหลทันที การห้ามเลือดส่วนใหญ่จะทำได้เมื่อมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ และสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและการตกเลือดว่ามากหรือน้อยแค่ไหน

บทความที่เกี่ยวข้อง : เลือดกําเดาไหล ทําไงให้หาย วิธีปฐมพยาบาลเลือดกําเดาไหล หยุดเลือดกำเดาไหล ให้เลือดหยุดไหลได้เร็ว

 

การห้ามเลือดมีกี่วิธี อะไรบ้าง ?

การห้ามเลือดจะแบ่งเป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ การบาดเจ็บภายนอก และการบาดเจ็บภายใน

  • การบาดเจ็บภายนอก : จะเห็นเลยว่าบริเวณบาดแผลนั้นมีเลือดไหลออกมา ความรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งของอวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บ
  • การบาดเจ็บภายใน : เป็นความรุนแรงของการเสียเลือดที่อยู่ภายในร่างกาย ไม่สามารถมองเห็นได้ อาจทำให้เกิดอาการช็อก และเสียชีวิตได้ โดยวิธีสังเกตง่าย ๆ คือ มีอาการเจ็บปวดภายในร่างกายอย่างมาก มีอาการบวม และผิดรูป เลือดออกปาก ทวารหนัก ช่องคลอด อาเจียนเป็นเลือด กดแล้วเจ็บ

 

วิธีการห้ามเลือดจากแผลหกล้ม

  • หากมีเศษวัสดุเล็ก ๆ ในบาดแผล ให้ใช้คีมหรือแหนบดึงเศษดังกล่าวออกก่อน
  • ทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำเกลืออย่างระมัดระวัง และทำการห้ามเลือดโดยการใช้ผ้าก๊อซปิดบริเวณแผลให้แน่น น้ำหนักที่กดของผ้าก๊อซจะช่วยให้เลือดหยุดไหลได้เองตามธรรมชาติ
  • หากเลือดยังไม่หยุดไหลให้ใช้ผ้ายืด Elastic Bandage พับทับอีกชั้นเพื่อเพิ่มแรงกดทับ

 

วิธีห้ามเลือดหากมีวัตถุปักที่ร่างกาย

  • ไม่ควรดึงวัตถุออก ต้องใช้ความระมัดระวังในการปิดแผล ในการห้ามเลือดให้ใช้ผ้าปิดแผลพันรอบ ๆ ให้หนา เพื่อพยุงวัตถุไม่ให้เคลื่อนไปมากกว่าเดิม รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 

วิธีห้ามเลือดหากอวัยวะผิดรูป หรือกระดูกหักออกมาทางผิวหนัง

การห้ามเลือด

การห้ามเลือด

  • หากจำเป็นต้องทำความสะอาดแผล ควรทำความสะอาดด้วยความระมัดระวัง และห้ามเลือดโดยการใช้ผ้าปิดแผลรอบ ๆ ปิดแผลและดาม ยึดอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนขยับ
  • ยกอวัยวะส่วนนั้นสูงกว่าระดับของหัวใจ งดน้ำและอาหารทุกชนิด และนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

วิธีห้ามเลือดหากมีอวัยวะทะลักออกมา

  • ทำความสะอาดบาดแผลรวมถึงอวัยวะภายในที่โผล่ออกมาด้วยความระมัดระวัง
  • ห้ามดันอวัยวะภายในที่โผล่กลับเข้าไปในร่างกาย
  • ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดคลุมอวัยวะภายในที่โผล่ออกมา สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ห้ามให้อาหารและน้ำ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 

วิธีห้ามเลือดหากอวัยวะของร่างกายถูกตัดขาด

  • เก็บส่วนอวัยวะที่ถูกตัดขาด ใส่ถุงพลาสติกรัดปากถุงให้แน่น นำไปใส่ในกระติกน้ำแข็ง ห้ามแช่ในน้ำเย็นโดยตรง และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 

วิธีห้ามเลือดจากบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

  • ใช้น้ำเกลือล้างบาดแผล เพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อน ถอดเสื้อผ้าที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าติดกับผิวหนัง
  • หากถอดเสื้อผ้าแล้วรู้สึกว่าดึงรั้ง ไม่ควรดึงออกเพราะผิวหนังอาจจะติดไปด้วย ปิดบาดแผลด้วยผ้าแห้งและสะอาด
  • ห้ามใช้น้ำมัน ยาสีฟัน ทาลงบาดแผล และหากพบว่ามีตุ่มพองไม่ควรทำให้ตุ่มพองแตก หากอาการรุนแรง นำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 

วิธีห้ามเลือดแผลไหม้จากสารเคมี

  • สวมถุงมือและเครื่องป้องกันดวงตา หากสารเคมีเป็นผงแห้งควรใช้แปรงปัดทิ้งก่อนล้างน้ำ
  • ให้ใช้น้ำล้างจำนวนมาก โดยให้น้ำไหลผ่าน ไม่ควรใช้วิธีแช่น้ำ ปิดบาดแผลด้วยผ้าชุบน้ำเกลือหมาด ๆ และทับด้วยผ้าก๊อซหนา ๆ กันสารเคมีซึมเข้าไป
  • ในกรณีที่สารเคมีเป็นน้ำ และถูกสารเคมีหกใส่ ควรตรวจว่ากระเด็นเข้าตาหรือไม่ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 

วิธีการห้ามเลือด เลือดกำเดาไหล

ห้ามเลือดกำเดาไหล

ห้ามเลือดกำเดาไหล

  • ให้ผู้ป่วยนั่งก้มไปข้างหน้า บีบจมูกเข้าหากัน
  • ประคบเย็นบริเวณหน้าผาก และให้หากใจทางปากชั่วคราว

บทความที่เกี่ยวข้อง : ลูกเลือดกำเดาไหล ทำไง มีสาเหตุมาจากอะไร หนักแค่ไหนถึงควรรีบไปแพทย์

 

วิธีการห้ามเลือดบริเวณริมฝีปาก

  • ล้างมือให้สะอาด ใช้ถุงมือยางในการทำความสะอาดบาดแผล หลีกเลี่ยงการทำให้แผลติดเชื้อ พยายามไม่ไอ หรือ จาม ใส่บริเวณบาดแผล
  • นั่งตัวตรง เอียงศีรษะมาด้านหน้า ให้ปลายคางชี้ไปที่อก เพื่อป้องกันไม่ให้กลืนเลือดลงไป ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดบาดแผลเกิดจากโลหะ หรือวัตถุที่สกปรกหรือไม่ หากเกิดจากสิ่งเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงในการเกิดบาดทะยัก
  • ใช้ผ้าก๊อซหรือ ผ้าพันแผล กดแผลเบา ๆ ประมาณ 15 นาที
  • หากกดบาดแผลแล้วยังไม่ดีขึ้นภายใน 45 นาที และยังมีเลือดไหลอยู่สม่ำเสมอหลังจาก 15 นาทีแรก ควรพบแพทย์ทันที

 

วิธีการห้ามเลือดบริเวณคอ

  • เอียงคอไปข้างหน้า ไปทางตรงกันข้ามกับที่จะกด แล้วกดหลอดเลือดแดงบริเวณด้านข้าง และใต้ลูกกระเดือกเล็กน้อย
  • กดหลอดเลือดแดงกดลงไปที่กระดูกต้นคอ ก็จะไม่ทำให้เลือดไหลผ่านไปยังแผลที่มีเลือดออก

 

วิธีห้ามเลือดบริเวณแขน

  • ให้กดบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้า ใต้รักแร้ลงมาและด้านในใต้ต้นแขน

 

ข้อควรระวังในการห้ามเลือด

  • ระวังการติดเชื้อเข้าสู่บาดแผลผู้ที่บาดเจ็บ ควรสวมถุงมือยางหรือถุงมือพลาสติก ก่อนจับหรือสัมผัสบาดแผลผู้บาดเจ็บ
  • หากต้องทำการห้ามเลือดโดยใช้ผ้ากดบาดแผล ควรเลือกใช้ผ้าที่สะอาด และหากเลือดยังไม่หยุดให้หาผ้าผืนใหม่มากดทับลงไปอีก พันแผลให้แน่น กดทับด้วยฝ่ามือ เพื่อกดบาดแผลไว้
  • ถ้ามีเลือดออกหลายตำแหน่ง ควรห้ามเลือดบริเวณที่มีเลือดออกมากก่อน
  • ไม่ควรนำสิ่งต่าง ๆ เช่น สมุนไพร ผงยา มาพอกใส่บาดแผล เนื่องจากจะทำให้บาดแผลติดเชื้อ หรือสกปรกมากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิธีปฐมพยาบาลคนท้องตกเลือด แม่ท้องตกเลือด พ่อควรทำยังไง ก่อนส่ง รพ.

ที่มา : 1,wikihow,TruePlookpanya

บทความจากพันธมิตร
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Nanticha Phothatanapong

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • การห้ามเลือด หากลูกบาดเจ็บ หรือเป็นแผลต้องทำอย่างไร
แชร์ :
  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

  • ลูกกรน หายใจลำบาก? หมอแนะ 4 เทคนิคดูแลลูกน้อยจากฝุ่นพิษ PM2.5

    ลูกกรน หายใจลำบาก? หมอแนะ 4 เทคนิคดูแลลูกน้อยจากฝุ่นพิษ PM2.5

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

  • ลูกกรน หายใจลำบาก? หมอแนะ 4 เทคนิคดูแลลูกน้อยจากฝุ่นพิษ PM2.5

    ลูกกรน หายใจลำบาก? หมอแนะ 4 เทคนิคดูแลลูกน้อยจากฝุ่นพิษ PM2.5

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว