เตือนว่าที่คุณแม่! ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก อยากมีลูกต้องเลี่ยง

ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก ได้จริงหรือ? เปิดงานวิจัยเจาะลึกถึงสาเหตุ พร้อมผลกระทบของบุหรี่ต่อสุขภาพแม่และทารกในครรภ์

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

แม้จะเห็นสองขีดบนที่ตรวจครรภ์ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะมีอันตรายใกล้ตัวหลายอย่างที่อาจทำร้ายทารกน้อยในท้องได้ หนึ่งในนั้นคือ “ควันบุหรี่” ซึ่งหลายคนอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่าบุหรี่มีผลเสียต่อปอดและสุขภาพโดยรวม แต่รู้หรือไม่คะว่า ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก และยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายสุขภาพของระบบสืบพันธุ์อย่างคาดไม่ถึง 

วันนี้เราจะพาคุณแม่มาเจาะลึกข้อมูลทางการแพทย์และงานวิจัยที่เชื่อถือได้ เพื่อไขข้อข้องใจว่าควันบุหรี่ส่งผลร้ายต่อการตั้งครรภ์อย่างไรบ้างค่ะ

 

ท้องนอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) คืออะไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า ท้องนอกมดลูกคืออะไร ในการตั้งครรภ์ที่ปกติและแข็งแรง ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วจะเดินทางไปฝังตัวที่ผนังเยื่อบุโพรงมดลูก แต่ในกรณีของการตั้งครรภ์นอกมดลูก ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วกลับไปฝังตัวอยู่บริเวณอื่นนอกมดลูก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไปติดและฝังตัวอยู่ที่บริเวณ “ท่อนำไข่” (Fallopian tube)

ภาวะนี้ถือเป็นอันตรายร้ายแรงและไม่สามารถปล่อยให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปได้ตามปกติ เนื่องจากทารกไม่สามารถเจริญเติบโตนอกมดลูกได้ และเนื้อเยื่อที่โตขึ้นอาจทำให้ท่อนำไข่ฉีกขาดจนเกิดภาวะตกเลือดในช่องท้องอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่เสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

 

ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก ได้อย่างไร?

คุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่าการสูดดมควันบุหรี่เข้าไปในปอด จะไปเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับมดลูกและท่อนำไข่? ข้อมูลจากการศึกษาทางระบาดวิทยายืนยันชัดเจนว่า การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก โดยผู้หญิงที่สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์นอกมดลูกมากกว่าผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2.5 เท่า ยิ่งสูบมาก ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยพบว่าผู้หญิงที่สูบบุหรี่วันละหนึ่งซองครึ่งขึ้นไป มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสูงถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

กลไกทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายว่า ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อการทำงานของ “ท่อนำไข่” ดังนี้ค่ะ

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. นิโคตินลดการทำงานของยีน BAD ในท่อนำไข่

งานวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า “โคตินิน” (Cotinine) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อได้รับนิโคตินจากควันบุหรี่ จะเข้าไปรบกวนการทำงานของยีนในท่อนำไข่ สารตัวนี้จะไปลดการสร้างยีนที่มีชื่อว่า “BAD” ซึ่งปกติมีหน้าที่ควบคุมวงจรการตายของเซลล์ เมื่อยีน BAD ลดลงร่วมกับมีการเพิ่มขึ้นของยีน BCL2 จะส่งผลให้เซลล์ในท่อนำไข่ไม่ตายตามธรรมชาติ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ “ดึงดูด” ให้ตัวอ่อนเข้าใจผิดและฝังตัวลงที่ท่อนำไข่แทนที่จะเดินทางไปฝังตัวที่โพรงมดลูก

 

  1. ลดการโบกสะบัดของขนที่ผนัง (Cilia) และกล้ามเนื้อท่อนำไข่ทำงานผิดปกติ

ท่อนำไข่ของมนุษย์จะมีขนที่ผนัง และกล้ามเนื้อเรียบที่คอยพัดโบกและบีบตัวเพื่อพยุงให้ไข่ที่ผสมแล้วเดินทางไปสู่มดลูก แต่สารเคมีในบุหรี่จะเข้าไปทำให้กลไกประสานงานนี้ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ ทำให้ตัวอ่อนเดินทางช้าลงหรือติดค้างอยู่กลางทาง และเกิดการฝังตัวที่ท่อนำไข่ในที่สุด

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. รบกวนระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ (Endocannabinoid System)

ในท่อนำไข่ปกติจะมีตัวรับ CB1 (Cannabinoid receptor 1) ซึ่งมีความสำคัญมากต่อการเคลื่อนตัวของตัวอ่อน แต่ควันบุหรี่มีความสัมพันธ์กับการลดลงของเซลล์เยื่อบุท่อนำไข่ที่มีตัวรับ CB1 นี้ เมื่อตัวรับนี้ลดลงอย่างผิดปกติ การลำเลียงตัวอ่อนก็จะล้มเหลว นำไปสู่การตั้งครรภ์นอกมดลูกนั่นเองค่ะ

 

ไม่ใช่แค่ท้องนอกมดลูก แต่ควันบุหรี่ยังทำลายสุขภาพครรภ์ด้านอื่นๆ ด้วย

นอกจากกลไกที่ทำให้ ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก ตามที่กล่าวไปแล้ว การสูบบุหรี่ทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ยังมีผลเสียต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์อีกมากมายที่ theAsianparent อยากให้คุณแม่ตระหนักถึงค่ะ

การสูบบุหรี่ทำให้ภาวะเจริญพันธุ์ลดลง ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ยากขึ้น ส่วนในผู้ชาย การสูบบุหรี่ก็ทำลาย DNA ในอสุจิ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอสุจิไม่แข็งแรง

  • รกเกาะต่ำและรกลอกตัวก่อนกำหนด

การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น รกลอกตัวก่อนกำหนด ซึ่งทำให้เกิดการตกเลือดอย่างรุนแรง และภาวะรกเกาะต่ำ

 

 

  • เสี่ยงต่อการแท้งบุตรและการคลอดก่อนกำหนด

สารเคมีในบุหรี่จะเข้าไปขัดขวางออกซิเจนและสารอาหารที่ส่งไปยังทารก ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งบุตร ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด และการคลอดก่อนกำหนด ทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจมีปัญหาสุขภาพระยะยาวตามมา เช่น ปัญหาด้านระบบหายใจ สมองพิการ หรือพัฒนาการช้า

  • ทารกน้ำหนักน้อยและเติบโตช้า

บุหรี่ทำให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า ส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อยผิดปกติเมื่อแรกคลอด แม้จะคลอดครบกำหนดก็ตาม

  • เพิ่มความเสี่ยงทารกพิการแต่กำเนิด

ทารกในครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดมาพร้อมความพิการแต่กำเนิด เช่น ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งส่งผลให้ทารกกินนมและอาหารลำบาก ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขในภายหลัง รวมถึงมีผลต่อพัฒนาการของสมองและปอดในระยะยาว

  • โรคไหลตายในทารก (SIDS)

ทารกที่เกิดจากแม่ที่สูบบุหรี่ หรือสัมผัสควันบุหรี่มือสอง มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเสียชีวิตอย่างกะทันหันแบบไม่ทราบสาเหตุ หรือกลุ่มอาการทารกหลับไม่ตื่น (SIDS)

 

ควันบุหรี่มือสองและบุหรี่ไฟฟ้า ก็อันตรายไม่แพ้กัน

ไม่ใช่แค่คุณแม่ที่สูบบุหรี่เองเท่านั้นนะคะที่ได้รับอันตราย แต่หากคุณพ่อ หรือคนในครอบครัวสูบบุหรี่ “ควันบุหรี่มือสอง” ก็เป็นมลพิษร้ายที่ส่งผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และทารกเช่นเดียวกันค่ะ การได้รับควันบุหรี่มือสองระหว่างตั้งครรภ์ส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย คลอดก่อนกำหนด และเมื่อคลอดออกมาแล้ว ทารกที่สูดดมควันบุหรี่ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อในปอด หูอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคไหลตาย (SIDS)

ในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้าที่คุณแม่บางท่านอาจคิดว่าปลอดภัยกว่า ขอเตือนว่า ไม่มียาสูบชนิดใดที่ปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงมี “นิโคติน” ซึ่งสามารถส่งผ่านรกเข้าไปรบกวนพัฒนาการของสมองทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

คำแนะนำ สำหรับคนที่อยากมีลูก

การสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์และปกป้องชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเกิดมา เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากความตั้งใจที่จะเลิกบุหรี่ค่ะ จากข้อมูลทั้งหมดคงทำให้คุณแม่เห็นแล้วว่า ควันบุหรี่ทำให้ท้องนอกมดลูก ได้จริงๆ และยังสร้างความเสี่ยงที่น่ากลัวอื่นๆ อีกมากมาย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเลิกบุหรี่คือ “ก่อนการตั้งครรภ์” แต่หากคุณแม่เพิ่งทราบว่าตั้งครรภ์ การเลิกบุหรี่ในทันทีก็ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ลงได้ โดยการเลิกบุหรี่ก่อนอายุครรภ์ 15 สัปดาห์ จะช่วยให้ทารกมีสุขภาพสมบูรณ์มากที่สุด และหากเลิกได้ก่อนอายุครรภ์ 29 สัปดาห์ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะทารกน้ำหนักตัวน้อยได้

 

ขอเพียงแค่คุณแม่และคุณพ่อจับมือกันเอาชนะสารเสพติดชนิดนี้ รับรองว่าลูกน้อยของคุณจะได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ เติบโตอย่างแข็งแรง และได้ลืมตาดูโลกด้วยรอยยิ้มที่สดใสอย่างแน่นอนค่ะ หากพบว่าการเลิกบุหรี่เป็นเรื่องยาก อย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอที่ดูแลครรภ์ของคุณเพื่อขอรับคำแนะนำที่ถูกต้องนะคะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

13 ข้อห้ามคนท้อง 1-3 เดือนแรก แม่ท้องอ่อนห้ามทำอะไรบ้าง

5 สัญญาณอันตรายในทารก พ่อแม่อย่ารอช้า! รีบพาไปโรงพยาบาลทันที

น้ำหนักตัวคนท้อง แต่ละเดือนน้ำหนักควรเพิ่มขึ้นกี่กิโลถึงจะดี

 

แหล่งอ้างอิง